ตำรวจลำบากใจรีบคลี่คลายปม ฆ่าเซลส์สาว ยัดเก๋ง-ทิ้งคลองมา 3 ปี

คดี ฆ่าเซลส์สาว ขายปุ๋ย ถูกยัดใส่รถยนต์-ทิ้งน้ำมาถึง 3 ปี ตำรวจสารภาพคดีออกจะยาก เพราะว่าหลักฐานลางเลือนไปกับสายน้ำ แต่ว่ารีบเก็บข้อมูล-เรียกผู้ที่เกี่ยวเนื่องมาไต่สวน

ฆ่าเซลส์สาว ถูกยัดใส่รถยนต์ทิ้งน้ำมาถึง 3 ปี

จากกรณีเหตุเจอรถยนต์โผล่กลางคูน้ำจังหวัดชัยนาท-ป่าสักใน อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี เมื่อข้าราชการไปวิเคราะห์เจอเป็นรถยนต์นิสสัน สีขาว ภาวะเขรอะดินโคลนไปอีกทั้งคัน กระจกด้านห้านซ้ายแตก หลังคายุบ ก่อนที่จะรถยนต์ชูใช้ขึ้นมาพิจารณาอย่างทุลักทุเล จนถึงเจอท่อนกระดูกที่คาดว่าน่าจะเป็นส่วนประกอบของผู้คน อยู่ที่เบาะไม่มียางอายซ้ายของรถยนต์ แล้วก็ยังเจอกะโหลกศีรษะแล้วก็กระดูกซี่โครงส่วนอื่นๆปนเปอยู่ในซากรถยนต์

ในเวลาถัดมา ตำรวจได้กระทำการวิเคราะห์ทะเบียนรถยนต์รวมทั้งพบว่าคนที่ครองก็คือ นางสาวกลิ่นเกสร อายุ 36 ปี แม้กระนั้นยังไม่เคยทราบว่าแจ้งชัดว่ากระดูกมนุษย์ที่เจอนั้นเป็นใครกันแน่ ก่อนที่จะในเวลาถัดมาได้มีการพี่น้องๆของ นางสาวกลิ่นเกสร เดินทางมาจาก จังหวัดจังหวัดลพบุรี เพื่อมองจุดเกิดเหตุและก็ให้เข้าข้อมูลกับข้าราชการ รวมทั้งรับรองว่าซากกระดูกต่างๆที่เจอน่าจะเป็น นางสาวกลิ่นเกสร ที่ล่องหนไปตั้งแต่ปี 2559

เครือญาติของ นางสาวกลิ่นเกสร กล่าวว่า ผู้หายสาบสูญเป็นเซลส์ขายปุ๋ยอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งใน อำเภอรอยเท้า จังหวัดจังหวัดสระบุรี รวมทั้งยังมีร้านค้าสเต็กและก็ร้านค้าเช่าชุดไทยเป็นของตนเอง แม้กระนั้นได้ล่องหนไปตั้งแต่ปี 2559 กับรถยนต์นิสสันคันดังที่กล่าวถึงแล้ว เครือญาติๆมานะติดตามหาและไม่เจอร่องรอยอะไรก็ตามรวมถึงมีการแจ้งเหตุเอาไว้ที่ สภ.รอยเท้า แต่ว่าผ่านไป 3 ปีแล้วคดีก็ยังปราศจากความก้าวหน้าอะไรก็ตาม

พี่น้องของ นางสาวกลิ่นเกสร ยังบอกอีกว่า แม้ว่าจะมานะติดตามหาตัว นางสาวกลิ่นเกสร อยู่ยาวนานหลายปี แม้กระนั้นก็ยังไม่เคยละความเพียรพยายาม ได้ไปร้องทุกข์กับทางกองปราบห้าม และก็เข้าวัดหาที่พึ่งพิงด้วยการบนเอาไว้ที่วัดรอยพระบาท แล้วก็เพียงแค่ไม่นานนักก็เจอข่าวสารว่ามีกระดูกติดอยู่ในรถยนต์ที่จมอยู่ใต้น้ำ ก็เลยเดินทางมาวิเคราะห์และก็แน่ใจว่าน่าจะเป็นร่องรอยของ นางสาวกลิ่นเกสร ที่ล่องหนไป

แม่ของ นางสาวกลิ่นเกสร กล่าวมาว่า มูลเหตุป้อมดวงใจว่ากระดูกที่เจอในรถยนต์คันดังกล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นบุตรสาวตนเองที่ล่องหนไป ก็เนื่องจากว่าเจอเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆที่ยังอยู่ข้างในรถยนต์ รวมถึงเอกสารวิธีขายปุ๋ยที่บุตรสาวใช้ปฏิบัติงานอยู่ประจำ แล้วก็พบเจอซิลิโคนที่ลูกเคยศัลยกรรมอกตกอยู่ ปัจจุบันนี้มั่นใจว่าชายสูงอายุที่ติดพันบุตรสาวคงจะมีความเกี่ยวข้องกับกรณีนี้เยอะที่สุด ด้วยเหตุว่าก่อนที่จะบุตรสาวจะล่องหนไป ได้บอกกับตนว่าจะไปนอนที่บริษัทผลิตปุ๋ย รวมทั้งจากนั้นก็ติดต่อมิได้อีกเลย

ทางด้าน พันตรีอ ศักดิ์สิทธิ์ วชิระสรรค รองหัวหน้าตำรวจภูธร จังหวัดจังหวัดสระบุรี รับรองว่า จากการตรวจทานพื้นฐานมีหลักฐานและก็น้ำหนักไปในหัวข้อการสังหารปิดบัง เพราะมีผ้าที่มีไว้สำหรับปูที่นอนผูกใส่ร่างคนตายเอาไว้ ทั้งยังมีผู้เห็นเหตุการณ์แจ้งว่า ผู้ตายได้คบค้าดูใจกับชายสูงอายุที่เป็นเจ้าของกิจการค้าปุ๋ย ก่อนที่จะล่องหนไปอย่างเป็นปัญหาด้วย

สำหรับต้นสายปลายเหตุการตายนั้นยังจำต้องรอคอยผลของการตรวจพิสูจน์อย่างประณีต พร้อมด้วยสารภาพว่าคดีนี้ออกจะยาก เหตุเพราะหลักฐานต่างๆอยู่ในรถยนต์และก็จมอยู่ใต้น้ำเป็นระยะเวลาที่ยาวนานถึง 3 ปี ทำให้ร่องรอยต่างๆของคดีบางทีก็อาจจะเลือนหายไปได้ แม้กระนั้นข้าราชการก็จะบากบั่นสะสมหลักฐาน เพื่อนำไปสู่การคลี่คลายคดีให้ได้ รวมทั้งจะเรียกพยานบุคคลที่คงจะเกี่ยวเนื่องกับคนเสียชีวิตมาสอบปากคำถัดไป…

รองผู้บังคับการฯ ขอนแก่น กระทั่งถึงเย็นนี้ทราบผล ศพทารกถูกฆ่าหั่น หรือหมากัดแทะเล็ม

ศพทารก

ศพทารก ถูกฆ่าหั่น หรือ หมากัดแทะเล็ม

หัวหน้าทีมสอบสวนคดี ศพทารก ยืนยัน ผลพิสูจน์เย็นนี้จะได้รู้แจ้งชัดว่า ทารกถูกฆ่าตายหั่นศพ หรือถูกสุนัขเล็ม รวมทั้งหาเวลาเสียชีวิตที่ชัดแจ้ง พร้อมหาองค์ประกอบที่เหลือมาตรวจเพิ่ม

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 9 เดือนธันวาคม 2562 ศูนย์กระทำการโรงพักภูธรเมืองขอนแก่น พันตำรวจเอกสุทธิเหล่ากอ เป็กทองคำ รอง ผบกรัมภ.จว.ขอนแก่น ในฐานะหัวหน้าชุดกลุ่มสอบสวน พันตำรวจเอกองอาจภาคภูมิ ชื่นชม ผู้กำกับการสภ.เมืองขอนแก่น เรียกสัมมนาชุดสืบสาว เพื่อสรุปผลการตามหาร่างกายท่อนข้างล่าง รวมทั้งขาข้างซ้าย ซึ่งเป็นองค์ประกอบเด็กทารกที่ยังหายไปรวมทั้งจัดกลุ่มไต่สวนลงพื้นที่หาเค้าเงื่อนบุคคลที่เกี่ยวโยงสำหรับการนำซากเด็กแบเบาะไปทิ้ง

พันตำรวจเอกสุทธิเหล่ากอ เป็กทองคำ รอง ผบกรัมภ.จว.ขอนแก่น บอกว่า ภายหลังจากมีราษฎรเจอส่วนประกอบเด็กแรกคลอดถูกหมากัดแทะเล็มในนา แล้วก็เจอหัว ส่วนประกอบท่อนบนแล้วก็แขนสองข้าง แต่ว่ายังไม่เจอร่างกายท่อนด้านล่าง แล้วก็ขาข้างซ้าย ในพื้นที่บ้านสะอาด มัธยม1 ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เมื่อคืนนี้ก่อนหน้านี้ ซึ่งในพื้นฐานมั่นใจว่าส่วนประกอบที่เจอทั้งคู่จุดนั้นเป็นส่วนประกอบของเด็กอ่อนรายเดียวกัน แม้กระนั้นยังไม่รู้เพศและไม่รู้ความจริงว่าส่วนประกอบดังกล่าวมาแล้วข้างต้นนั้นถูกคนไหนกันแน่เอามาทิ้ง รวมทั้งมูลเหตุที่องค์ประกอบถูกแยกออกมาจากกันนั้นเป็นเพราะว่าถูกฆาตกรรมหั่นศพ หรือหมากัดเล็ม

“เวลานี้พนักงานที่ทำหน้าที่สอบสวนได้ผสานไปยังหมอนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อขอความร่วมมือสำหรับในการชันสูตรพลิกศพเด็กแรกคลอดรายดังที่กล่าวถึงมาแล้ว เพื่อจะได้รู้ในขณะที่เสียชีวิตที่แจ้งชัด รวมทั้งจะได้รู้ว่าเด็กอ่อนรายนี้เสียชีวิตจากวิธีการทำแท้ง หรือคลอดธรรมดา เพราะเหตุว่าหากเป็นการทำแท้ง กับการคลอดธรรมดาแล้วมาเสียชีวิตตอนหลังนั้น บุคคลที่เกี่ยวเนื่องที่นำซากเด็กทารกมาทิ้ง จะมีความผิดที่ต่างกัน แต่ว่าในพื้นฐานขอรับรองว่า ซากเด็กแรกคลอดที่เจอมิได้ถูกไฟเผาอะไร ส่วนศพที่เจอก็คงจะมีการเอามาทิ้งมากยิ่งกว่า 24 ชั่วโมง คาดว่าเย็นวันนี้จะรู้ผลทั้งยังในเรื่องเพศ แล้วก็วันในตอนที่เสียชีวิตที่เด่นชัด ส่วนองค์ประกอบที่หายไปนั้น ก็บางทีอาจจะเป็นได้ว่าหมาข้างถนนที่มีอยู่หลายตัวในรอบๆดังที่กล่าวมาข้างต้น บางครั้งก็อาจจะกัดรับประทานไปแล้ว” รอง ผบกรัมภ.จว.ขอนแก่น กล่าว

พันตำรวจเอกสุทธิวงศ์วาน กล่าวว่ากล่าว จากการที่กำลังข้าราชการเดินเท้าหาส่วนประกอบเด็กแรกคลอดที่หายไป เดี๋ยวนี้ยังไม่เจอแต่ว่าก็ยังไม่เลิกหา เพราะว่ายังมีแนวทางที่จะไต่สวนรวมทั้งควรมีข้อสรุป อีกทั้งการตรวจทานวงจรปิดตามทางที่มุ่งหน้าไปยังจุดที่เจอองค์ประกอบ และก็สอบสวนจากบุคคลต่างประเทศ รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากว่าเสื้อที่มีสีเขียวรวมทั้งกางเกงลายปิดบังทหารนั้น เท่าที่ตรวจตรามีวางจำหน่ายตามตลาดนัดทั่วๆไป ส่วนการเรียกสัมมนาชุดสอบปากคำในคราวนี้ก็เพื่อแบ่งกลุ่มกันทำ ว่ากลุ่มใดควรจะทำอะไร แล้วก็จะมีการสัมมนาสรุปผลการทำงานในวันแล้ววันเล่า

ในเวลาถัดมา นักข่าวลงพื้นที่ไปยังนา ที่เจอองค์ประกอบขาข้างขวาของเด็กแรกเกิดที่ถูกหมากัดแทะเล็ม เจอนายธนา อนุอันนท์ อายุ 23 ปี คนที่เจอหมากัดเล็มขาเด็กแรกคลอด พูดว่า กลับจากดำเนินงานมาถึงบ้านก็เจอหมาแย่งกันแทะเล็มเนื้ออยู่ในทุ่งข้าว เมื่อเดินเข้าไปมองก็เลยมีความคิดเห็นว่าเป็นขามนุษย์ก็เลยแจ้งตำรวจให้รู้ ตำรวจมาดูและก็เก็บส่วนประกอบไป
“ส่วนประกอบที่เจอมีสีคล้ำ เหมือนถูกไฟลุกลี้ลุกลน แต่ว่าไม่มีรอยกัดเล็ม รวมทั้งยังไม่เน่า เห็นกระจ่างเจนว่าต้นขาถูกของมีคมตัด และไม่ได้สัมผัสองค์ประกอบที่เจอ และไล่หมาออกไปจากรอบๆดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น”.…

ตี๋ แก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง โผล่งานศพ ลันลาเบล ยันตัวเองบริสุทธิ์

บ้านบางบัวทอง

ตี๋-นที แก๊งปาร์ตี้ บ้านบางบัวทอง โผล่กราบศพ ลันลาเบล ก่อนเผา 7 ธ.ค.นี้ พร้อมมอบซองช่วยงาน แต่ถูกแม่ปฏิเสธ บอกมาช่วงแรกคงดีกว่านี้ ด้าน ตี๋ ยืนยันตัวเองบริสุทธิ์

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 6 ธ.ค.62 ที่วัดสะแกงาม ถนนพระราม 2 เขตบางขุนเทียน นายนที สถิตพงษ์สถาพร หรือตี๋ อายุ 33 ปี แก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง ได้เดินทางมาพร้อมทนายความ เพื่อไหว้ศพ น.ส.ธิติม นรพันธ์พิพัฒน์ หรือลันลาเบล และนำซองมาช่วยเหลืองานศพ โดย นางศุภมาส นรพันธ์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี แม่ลันลาเบล ปฏิเสธรับซองช่วยเหลือจากนายนที แต่อนุญาตให้กราบศพได้

โดย นายนที กล่าวว่า จุดประสงค์ที่มาวันนี้เพื่อไหว้ศพเบล และนำซองมาช่วยงานศพ ที่จริงแล้วตั้งใจจะมานานแล้ว แต่ติดเรื่องการให้ปากคำในเรื่องคดีความ ส่วนเพื่อนติดงานติดธุระกันหมด

“รู้สึกตื่นเต้นสำหรับคดี มีการเตรียมความไว้แล้ว และได้ไปรายงานตัวตลอด ในวันที่ 18 ธ.ค.นี้ ก็ต้องไปที่ศาลธนบุรี แต่ยังคงยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง” นายนที กล่าว

ด้าน นายพงษา ราตรี ทนายความของครอบครัวลันลาเบล กล่าวว่า ตอนนี้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนไปให้ทางอัยการเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้เป็นดุลพินิจของทางอัยการแล้วว่า จะส่งฟ้องเมื่อไหร่และคดีอะไรบ้าง โดยคาดว่าน่าจะมีการส่งฟ้อง วันที่ 18 ธ.ค.นี้ โดยครอบครัวมีความเห็นอยากจะให้ใส่เพิ่มในบางประเด็นในสำนวนของพนักงานสอบสวน ซึ่งกระทรวงยุติธรรมมีการอนุเคราะห์ช่วยเหลือในเรื่องของคดี โดยคดีอาญาและคดีแพ่งฟ้องรวมกัน

ด้าน นางศุภมาส กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่ขอพูดถึงเรื่องนายนทีที่มางานซึ่งถ้ามาช่วงแรกๆ คงดีกว่านี้”

สำหรับบรรยากาศพิธีสวดพระอภิธรรม เป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีครอบครัว คนรู้จัก และเพื่อนลันลาเบล เดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจจำนวนมาก โดยจะมีพิธีฌาปนกิจ ในเวลา 17.00 น. วันเสาร์ที่ 7 ธ.ค.นี้

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1720658

รายที่ 5 เหยื่อ ยาดองสูตรลุงนัท เสียชีวิตแล้ว

เสียชีวิตแล้ว

เสียชีวิตแล้ว รายที่ 5

เหยื่อรายที่ 5 ที่เคยดื่ม “ยาดองลุงนัท” สูตรนรกเรียกพี่ รากสามสิบผสมคางคก เสียชีวิตแล้ว ญาติระบุ แพทย์เขียน
เสียชีวิตเพราะยาดองเหล้ามีสารเมทานอล

เสียชีวิตแล้ว

เหยื่อ ยาดองสูตรลุงนัท เสียชีวิตแล้ว

โดยก่อนหน้านี้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วทั้งหมด 4 คน ประกอบไปด้วย นายวินัย พรมศรี นายประหยัด พันธ์เมือง นางจู สัตตะ
วาศ และนายพระรถ หาญสุโพธิ์ โดยศพ นางสาวบุญเรือง การมีกำหนดสวดพระอภิธรรม 2 คืน แล้วเผาวันที่ 30 พ.ย. 62 เวลา 16.00 น.นี้

นางพวงทิพย์ ชูศรี อายุ 51 ปี ลูกสาวผู้ตาย กล่าวว่า อยากให้ตำรวจจับกุม นายนัฏฐ์ภณ เจ้าของยาดองเหล้ามาดำเนินคดีโดยเร็ว มีคนที่ดื่มยาดองเหล้าสูตรพิสดารตายไปรวม 5 คนแล้ว แต่การติดตามจับกุมตัว นายนัฏฐ์ภณ ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ส่วนการเสียชีวิตของแม่นั้น แพทย์ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เสียชีวิตเพราะยาดองเหล้ามีสารเมทานอล

อาสาสมัครดับเพลิง วัย 19 ปี ถูกจับกุมข้อหาวางเพลิงในป่า ออสเตรเลีย

อาสาสมัครดับเพลิง

อาสาสมัครดับเพลิง ชาวออสเตรเลีย ถูกจับกุมข้อหาวางเพลิงในป่าออสเตรเลีย กว่า 7 จุด

อาสาสมัครดับเพลิง

วันที่ 28 พ.ย. 2562 อาสาสมัครดับเพลิงชาวออสเตรเลีย ถูกจับกุมข้อหาวางเพลิงโดยเจตนา 7 จุดภายในช่วงเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นต้นเหตุภาวะฉุกเฉินด้านไฟป่าร้ายแรงในออสเตรเลีย

ตำรวจออสเตรเลียเผยว่าอาสาสมัครดับเพลิงคนหนึ่งได้ลอบวางเพลิงในป่าช่วงเย็นวันอังคารที่ผ่านมา (26 พ.ย.2562) ก่อนจะกลับไปยังที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในฐานะอาสาสมัครดับเพลิง และหลังจากนั้นไม่นานก็ถูกตำรวจเข้าจับกุม

อาสาคนดังกล่าวเป็นชายวัย 19 ปี ซึ่งเป็นสมาชิกของหน่วยดับเพลิงชนบทรัฐนิวเซาท์เวลส์ ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้วางเพลิง 7 จุดในพื้นที่เบกาแวลลีย์ ทางตอนใต้ของรัฐนิวเซาท์เวลส์

ต่อมาช่วงเย็นวันอังคารที่ผ่านมา (26 พ.ย.) ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบกิจกรรมที่น่าสงสัยเกี่ยวกับไฟป่า ได้พบชายคนหนึ่งที่คาดว่าเป็นผู้ก่อเหตุอยู่ในพื้นที่ป่าไกลห่างผู้คน และหลังจากนั้นไม่นานก็เกิดไฟป่าขึ้นในบริเวณเดียวกัน

อาสาฯคนดังกล่าวถูกจับกุมที่ด่านนอกของหน่วยดับเพลิงชนบทรัฐนิวเซาท์เวลส์ และนำตัวไปขึ้นศาล ด้วย 7 ข้อหา เกี่ยวกับการเป็นต้นเหตุของไฟป่าและการไม่ไตร่ตรองจนทำให้ไฟลุกลาม

อาสาสมัครดับเพลิง

เชน ฟิตซ์ซิมมอนส์ กรรมาธิการหน่วยงานกล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยถูกปลดออกจากการเป็นสมาชิกอาสาสมัครดับเพลิงแล้ว

ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เหล่านักดับเพลิงต่างมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและเสี่ยงอันตรายอย่างมาก สมาชิกของเราจึงมีสิทธิ์ที่จะไม่พอใจที่การกระทำของบุคคลหนึ่งคนจะทำลายชื่อเสียงและแรงกายแรงใจของผู้คนมากมาย” การวางเพลิงเป็นอาชญากรรมที่อันตรายอย่างยิ่ง ไม่มีสังคมใดยอมรับการกระทำนี้ได้ แน่นอนว่าหน่วยงานและสมาชิกของเราก็เช่นกัน

ร้องเอาผิดตำรวจ สน.บางเสาธง หลังติดคุกฟรี 7 เดือน หลังถูกกล่าวหา เป็นคนร้ายวิ่งราวเพชรมูลค่า 15.8 ล้านบาท

พ่อค้าไก่ย่าง ถูกกล่าวหา ฉกเพชร มูลค่า 15.8 ล้านบาท ร้องกองปราบเอาผิดเจ้าของเพชร-ตำรวจโรงพักบางเสาธง หลังสิ้นอิสรภาพนานถึง 7 เดือน 10 วัน ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว
วันที่ 27 พ.ย.62 ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายพิสิษฐ์ หรือแดง สุวรรณพิมพ์ อายุ 50 ปี พ่อค้าไก่ย่าง น.ส.ดารีวรรณ พ่อวงค์ อายุ 49 ปี ภรรยา พร้อมทนายความ เข้าพบ พ.ต.ต.ทรงพล หมอกกลั่น สว.สอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อแจ้งความเอาผิดกับบริษัทกาแล็คซี่ ไดมอนด์ จำกัด น.ส.บุญญรัตน์ รัศมีสุขานนท์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเสาธง ในข้อหาแจ้งความเท็จจนได้รับโทษทางคดีอาญา และเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หลังนายพิสิษฐ์ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนร้ายวิ่งราวเพชรมูลค่า 15.8 ล้านบาท จนต้องโทษจำคุกอยู่ในเรือนจำเป็นเวลากว่าร่วม 7 เดือน 10 วัน ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งยกฟ้อง โดยนำหลักฐานเป็นเอกสารคำตัดสินในคดีดังกล่าวของศาลมามอบให้กับพนักงานสอบสวนพิจารณา

ล้านบาท

ร้องเอาผิดตำรวจ สน.บางเสาธง หลังติดคุกฟรี 7 เดือน

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า เมื่อเดือน ก.พ. 2560 ตนเองได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเสาธง จับกุมที่บ้านพัก โดยบอกว่า ตนเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีวิ่งราวเพชรมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2559 มีบริษัทกาแล็คซี่ น.ส.บุญญรัตน์ เป็นผู้แจ้งความไว้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพาไปที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นครพนม ทำร้ายร่างกายบังคับให้ยอมรับสารภาพและบอกที่ซ่อนเพชร แต่ด้วยความที่ตนไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว จึงได้ตอบปฏิเสธกลับไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตนส่งต่อให้กับพนักงานสอบสวน สน.บางเสาธง แจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมาย จนต้องถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำถึง 7 เดือน 10 วัน ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ต่อมาได้นำเรื่องเข้าร้องเรียนยังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อให้ช่วยเหลือทางคดี จนมีการสืบหาพยานหลักฐานมาหักล้างและยืนยันว่าตนเป็นแพะ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว จนกระทั่งเมื่อปี 2561 ศาลได้มีคำสั่งยกฟ้องและเป็นอันสิ้นสุดทางคดี นอกจากนี้ตนยังแปลกใจว่าภายหลังสิ้นสุดคดีทำไมบริษัทกาแล็คซี่ น.ส.บุญญรัตน์ เจ้าของเพชรถึงไม่ได้สนใจที่จะตามหาตัวคนร้ายตัวจริง ตลอดระยะเวลาที่ต้องเป็นแพะทางคดี ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดนสังคมตราหน้าว่าเป็นขี้คุก ลูกโดนเพื่อนล้อเลียน ทั้งยังกลายเป็นหนี้สินกว่า 6 แสนบาท

“ที่ผ่านมามีเพียงเงินเยียวยาช่วยเหลือจากกระทรวงยุติธรรม 1 แสนบาท ส่วนคู่กรณีที่กล่าวหานั้นไม่มีแม้แต่จะมาสนใจหรือคำขอโทษ ในวันนี้จึงได้ตัดสินใจมาที่กองปราบเพื่อนแจ้งความเอาผิดกับบุคคลเหล่านี้ที่ทำให้ตนต้องกลายเป็นแพะทั้งที่ตนไม่ได้ทำความผิด”

ด้านพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องสอบปากคำนายพิสิษฐ์ เพื่อนำไปพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐาน ก่อนจะส่งต่อให้กับผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

แม่ทนไม่ไหว แจ้งจับลูกชายตัวเอง เสพยาจนคลั่ง ขู่ฆ่าแม่ เผาทำลายรถยนต์ – จยย. เสียหาย

ขู่ฆ่าแม่

เสพยาจนคลั่ง ขู่ฆ่าแม่ เผาทำลายรถยนต์ – จยย.

แม่วัย 51 ปี แจ้งตำรวจจับลูกชายวัย 31 ปี หลังคลุ้มคลั่งจากการเสพยาเสพติด

แม่แจ้งจับลูกชายตัวเอง มีอาการคลุ้มคลั่งจากการเสพยาไอซ์  ขู่ฆ่าแม่ – เผาทำลายรถยนต์ – จยย. เสียหาย

ขู่ฆ่าแม่

วันนี้ (26 พ.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.บุญสาน สินทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน พร้อมด้วย พ.ต.ต.สังวาลย์ พันสีทา สารวัตรปราบปราม ร.ต.อ.อนันตชัย วงค์จำปา รองสารวัตรปราบปรามฯ และกำลัง
ตำรวจอาสา ร่วมจับกุมตัว นายแต้ว (สงวนชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 31 ปี และ น.ส.วริษา (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี สองสามีภรรยา ข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) และเผาทำลายทรัพย์
สินจนเกิดความเสียหาย ภายในบ้านไม่มีเลขที่ ซ.นาจอมเทียน 17 ม.3 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

หลังจากได้รับแจ้งของความช่วยเหลือจาก นางต้อม (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี มารดา นายแต้ว ผู้ก่อเหตุ ว่าขณะนี้ตนมีความหวาดกลัวอย่างมาก เนื่องจากลูกชายมีอาการคลุ้มคลั่งจากการเสพยาไอซ์ ขู่
จะใช้มีดฆ่าตน และนายสมพร (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี พ่อเลี้ยงให้ตาย และยังทำการจุดไฟเผารถกระบะ มิตซูบิชิ สีเขียว ทะเบียน บห-8207 ระยอง ท้ายรถได้รับความเสียหาย และจักรยานยนต์ ฮอนด้า
เวฟ ไหม้วอดทั้งคัน จึงนำกำลังเข้าจับกุมพร้อมภรรยา และตรวจยึดอุปกรณ์การเสพ นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขู่ฆ่าแม่

ส่วนนายแต้ว ผู้ก่อเหตุ อยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง และมีอาการประสาทหลอน เมื่อเจ้าหน้าที่ถามว่า ทำไมต้องเผารถ เขาตอบว่า มองเห็นรถเป็นขยะจึงจุดไฟเผา และยังให้การรับสารภาพอีกว่า เสพยาไอซ์เกือบ
ทุกวันมาตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ปี ซึ่งทางผู้เป็นแม่ต้องการให้ลูกได้รับการบำบัดรักษา เพราะเกรงลูกพ้นโทษโกรธแค้นออกมาฆ่าตน

คุณตาวัย 77 ขี่ซาเล้ง พลัดตกสระน้ำ จมเสียชีวิต ปราจีนบุรี

ขี่ซาเล้ง

ขี่ซาเล้ง พลัดตกสระน้ำ คาดลื่นพลัดตกสระ ทั้งคนและรถแล้วขึ้นไม่ได้

คุณตาวัย 77 ปี ที่ปราจีนบุรี พลัดตกสระน้ำ ข้างโรงงานแห่งหนึ่งใน อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี กู้ภัยงมหาเจอร่าง หลังหายจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อวาน คาดลื่นพลัดตกสระทั้งคน
และรถแล้วขึ้นไม่ได้

ขี่ซาเล้ง พลัดตกสระน้ำ คาดลื่นพลัดตกสระทั้งคนและรถแล้วขึ้นไม่ได้

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 25 พ.ย.62 พ.ต.ต.ปรีชา จุลโพธิ พนักงานสอบสวน สภ.ระเบาะไผ่ ได้รับแจ้งจากอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดคลองรั้ง ว่าพบศพผู้เสียชีวิต อยู่ในสระน้ำขนาดใหญ่
ข้างโรงงานแห่งหนึ่ง บ้านระเบาะนา ม.4 ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี พร้อมรถจักรยานยนต์พ่วงข้างอีก 1 คัน

ขี่ซาเล้ง

หลังจากรับแจ้งได้เดินทางออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นสระน้ำขุดขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยชุดประดาน้ำกำลังงมหาร่างผู้เสียชีวิต ใช้เวลาประมาณ 30 นาที พบร่างผู้เสียชีวิตเป็น
ชายสูงอายุ ทราบชื่อ นายรมณ์ บุญมี อายุ 77 ปี ชาวบ้าน หมู่ 3 บ้านระเบาะนา ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ตรวจสอบยังพบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีน้ำเงิน ทะเบียน กมษ 727 ปราจีนบุรี จยย.เป็นพ่วงข้าง (ซาเล้ง) จมอยู่ในน้ำด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้หน่วยกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตพร้อมด้วยรถจักรยานยนต์ขึ้นมาจากน้ำ

จากการสอบถาม นายประเสริฐ อินทร์สำราญ ญาติที่เดินมาพบร่องรอยและคาดว่าผู้เสียชีวิตน่าจะจมน้ำไปพร้อมรถ กล่าวว่า เมื่อวานช่วงเย็น ผู้เสียชีวิตได้นำควายออกมาเลี้ยง แล้วไม่เห็นกลับเข้าบ้านมีแต่ควายเท่านั้นที่กลับเข้าคอก แต่ไม่พบตัวคนเลี้ยง ปกติแกจะกลับมาพร้อมควาย แต่ครั้งนี้ผิดสังเกตและหายไปนาน จึงได้ออกตามหาจนค่ำแต่ไม่พบ จนกระทั่งช่วงเช้าจึง
ได้ออกมาตามหากันอีกครั้ง และมาจุดที่พบศพ พบว่ามีร่องรอยเหมือนรถไหลลงไปในสระน้ำ และบริเวณริมสระพบโทรศัพท์ตกอยู่ พร้อมเงินเหรียญ 10 บาท 1 เหรียญ 5 บาท 1 เหรียญ ตกอยู่ จึงได้ขอกำลังกู้ภัยช่วยงมหาคาดว่าทั้งคนและรถน่าจะจมอยู่ในสระน้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงพบร่างผู้เสียชีวิต และรถจักรยานยนต์

เบื้องต้นทางลูกชายและลูกสาวผู้เสียชีวิตไม่ติดใจการเสียชีวิต คาดว่าพ่อน่าจะมาทำอะไรสักอย่างที่บริเวณข้างสระน้ำ แล้วเกิดพลาดทำให้ทั้งคนและรถลื่นไถลลงไปในสระน้ำพร้อมกัน ประกอบกับพ่อเป็นคนชอบดื่ม ซึ่งลงไปแล้วอาจจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทำให้จมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งเคยบอกให้พ่อเลิกเลี้ยงควายแต่พ่อก็ไม่เลิก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ส่งศพพิ
สูจน์ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อชันสูตรศพโดยละเอียดเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง

บุกจับ แอดมินเว็บไซต์โป๊เด็ก คาคอนโด

แอดมินเว็บไซต์โป๊เด็ก

ตำรวจสืบสวนภาค 5 และชุดปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต หรือ ’’TICAC’’ บุกจับแอดมินเว็บไซต์โป๊เด็กคาคอนโดกลางเมือง พบซื้อเหมาคลิปลามกอนาจารจากต่างประเทศ มาโพสต์ขายต่อ อึ้งสมาชิกเว็ปมากกว่า 2 แสนคน

จับ แอดมินเว็บไซต์โป๊เด็ก คาคอนโด

แอดมินเว็บไซต์โป๊เด็ก

วันที่ 23 พ.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 5 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 หรือ ‘’TICAC’’ เข้าตรวจค้นหอพักแห่งหนึ่งย่านถนนทุ่งโฮเต็ล ตำบลวัดเกต อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ หลังรับการร้องเรียนจากพ่อแม่ผู้ปกครองและประชาชนทั่วไป ว่า มีเว็บไซต์ลามกอนาจาร มอมเมาเยาวชน เว็ปไซต์นี้มีผู้ติดตามกว่า 2 แสนคน และ มีสมาชิกในห้องกว่า 800 คน มีการเผยแพร่คลิปลามกอนาจารเด็กในรูปแบบต่างๆ มีทั้งเด็กไทย และชาวต่างชาติ

หลังรับการร้องเรียน เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนสอบสวนจนพบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวเป็นเวปไซต์จากประเทศรัสเซีย และ ถูกซื้อโดยนายทุนคนไทย โดยในเว็บไซต์ได้มีการสร้างกลุ่มขึ้นมาและเข้าได้เฉพาะสมาชาจิกที่เสียเงิน มีนายกรกช จุลธง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 หมู่ 2 ต.ต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน ผู้ต้องหาเป็นแอดมิน ในแต่ละวันแอดมินจะโพสต์คลิปกว่าวันละร้อยคลิปเป็นตัวอย่าง หากใครอยากเห็นแบบตัวเต็มไม่มีตัดต่อ ก็ต้องเข้ามาเป็นสมาชิก โดยจะต้องเสียค่าสมาชิกคนละ 300 บาทต่อครั้ง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้แฝงตัวเข้าไปเป็นสมาชิกและได้โอนเงินให้นายกรกช จากนั้นก็ติดตามจนพบว่านายกรกช พักอยู่ที่คอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านถนนทุ่งโฮเต็ล ต.วัดเกต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงนำหมายศาลบุกเข้าจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง แฟลชไดร์ฟ 2 อัน สมุดบัญชีธนาคารพร้อมบัตรเอทีเอ็ม

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นแอดมินกลุ่มมานานเกือบปี จนมาถูกจับกุม ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะสอบสวนขยายผล ไปยังกลุ่มลามกอนาจารกลุ่มอื่น ๆ เพื่อกวาดล้างในระบบออนไลน์ให้หมดไป ด้านพล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภาค 5 เปิดเผยว่า จากนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กและสตรี โดยเฉพาะการละมิดผ่านช่องทางออนไลน์ ทางตำรวจเราจึงมุ่งเน้นตั้งศูนย์ปราบปรามขึ้นมา เนื่องจากขณะนี้ปัญหาการละเมิดทางเพศเด็กออนไลน์ มีแนวโน้มที่รุนแรงและส่งผลกระทบต่อเหยื่อและครอบครัวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อถูกล่อลวงให้เกิดเป็นสื่อลามกและหลุดเข้าไปในโลกอินเตอร์เน็ต จะไม่สามารถเอาออกได้อีกเลย

ที่ผ่านมาพบเหยื่อส่วนใหญ่มีแนวโน้มเป็นโรคซึมเศร้าและมีโอกาสฆ่าตัวตายสูง ทางตำรวจจึงพยายามสืบสวนและจับกุมผู้กระทำความผิด แต่ปัจจุบันคดีเพิ่มขึ้นมาก การป้องกันที่ดีที่สุดคือผู้ปกครอง ครู ต้องช่วยกันสอดส่องเด็กในปกครอง ในการใช้สื่อออนไลน์ให้เหมาะสม และ ฝากเตือนเด็กทุกคนให้ระมัดระวังในเรื่องเหล่านี้เป็นพิเศษ   

สาววัย 30 ปี ขโมยนมบิ๊กซี โดนจับร้องไห้ อยากกินแต่ไม่มีเงิน

ขโมยนมบิ๊กซี โดนจับร้องไห้

สาววัย 30 ปี ขโมยนมเปรี๊ยว-น้ำดื่มใส่กระเป๋าสะพาย พนักงานตาไวจับได้ทันควัน พบพฤติกรรมเคยเข้าก่อเหตุแล้ว 2 ครั้ง เจ้าตัวสารภาพทั้งน้ำตา “อยากกินแต่ไม่มีเงิน” อย่าจับหนูเลย

ขโมยนมบิ๊กซี โดนจับร้องไห้ อยากกินแต่ไม่มีเงิน

วันที่ 22 พ.ย.62 ผู้สื่อข่าวได้เผยภาพจากกล้องวงจรปิดนร้านบิ๊กซี มินิมาร์ท ปั๊มคาเท็กซ์ ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จับภาพหญิงสาวอายุ 30 ปี ขณะลงมือก่อเหตุลักขโมยนมเปรี้ยว และน้ำดื่มยัดใส่กระเป๋าสะพายพาดบ่า ก่อนที่จะเดินออกจากร้านไปโดยไม่จ่ายเงิน แต่พนักงานเห็นก่อนรีบสกัดจับและควบคุมตัวไว้ได้ ทราบชื่อคือ นางพัชราวุธสมบัติ อายุ 30 ปี ผู้ก่อเหตุ ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งน้ำตาว่า “หนูแค่อยากกิน แต่หนูไม่มีตังซื้อ เงินที่หนูมีเก็บไว้ให้ลูกไปโรงเรียน”

ด้านพนักงานขาย กล่าวต่อว่า หญิงรายนี้ทำมานานแล้วหลังเช็กสต็อกมีของหายอยู่บ่อยครั้ง ครั้ง 2-3 ชิ้น ของที่หายจะเป็นนมเปรี้ยว กับน้ำดื่มขวดเล็ก ซึ่งราคาไม่แพงเลย จึงไปเปิดกล้องวงจรปิดภายในร้านดูย้อนหลังก็พบว่าหญิงรายดังกล่าวเคยเข้ามาก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งนี้ครั้งที่ 3 ส่วนวันนี้เห็นเข้ามาอีกจึงต้องจับตาดูเป็นกรณีพิเศษ รอจนกระทั่งผู้ก่อเหตุลงมือจึงรีบเข้าควบคุมไปหลังร้าน และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมด้านผู้จัดการร้านเผยว่าขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพราะทางร้านไม่มีนโยบายปรับผู้ลักขโมย