คุณตาวัย 77 ขี่ซาเล้ง พลัดตกสระน้ำ จมเสียชีวิต ปราจีนบุรี

ขี่ซาเล้ง

ขี่ซาเล้ง พลัดตกสระน้ำ คาดลื่นพลัดตกสระ ทั้งคนและรถแล้วขึ้นไม่ได้

คุณตาวัย 77 ปี ที่ปราจีนบุรี พลัดตกสระน้ำ ข้างโรงงานแห่งหนึ่งใน อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี กู้ภัยงมหาเจอร่าง หลังหายจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อวาน คาดลื่นพลัดตกสระทั้งคน
และรถแล้วขึ้นไม่ได้

ขี่ซาเล้ง พลัดตกสระน้ำ คาดลื่นพลัดตกสระทั้งคนและรถแล้วขึ้นไม่ได้

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 25 พ.ย.62 พ.ต.ต.ปรีชา จุลโพธิ พนักงานสอบสวน สภ.ระเบาะไผ่ ได้รับแจ้งจากอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดคลองรั้ง ว่าพบศพผู้เสียชีวิต อยู่ในสระน้ำขนาดใหญ่
ข้างโรงงานแห่งหนึ่ง บ้านระเบาะนา ม.4 ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี พร้อมรถจักรยานยนต์พ่วงข้างอีก 1 คัน

ขี่ซาเล้ง

หลังจากรับแจ้งได้เดินทางออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นสระน้ำขุดขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยชุดประดาน้ำกำลังงมหาร่างผู้เสียชีวิต ใช้เวลาประมาณ 30 นาที พบร่างผู้เสียชีวิตเป็น
ชายสูงอายุ ทราบชื่อ นายรมณ์ บุญมี อายุ 77 ปี ชาวบ้าน หมู่ 3 บ้านระเบาะนา ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ตรวจสอบยังพบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีน้ำเงิน ทะเบียน กมษ 727 ปราจีนบุรี จยย.เป็นพ่วงข้าง (ซาเล้ง) จมอยู่ในน้ำด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้หน่วยกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตพร้อมด้วยรถจักรยานยนต์ขึ้นมาจากน้ำ

จากการสอบถาม นายประเสริฐ อินทร์สำราญ ญาติที่เดินมาพบร่องรอยและคาดว่าผู้เสียชีวิตน่าจะจมน้ำไปพร้อมรถ กล่าวว่า เมื่อวานช่วงเย็น ผู้เสียชีวิตได้นำควายออกมาเลี้ยง แล้วไม่เห็นกลับเข้าบ้านมีแต่ควายเท่านั้นที่กลับเข้าคอก แต่ไม่พบตัวคนเลี้ยง ปกติแกจะกลับมาพร้อมควาย แต่ครั้งนี้ผิดสังเกตและหายไปนาน จึงได้ออกตามหาจนค่ำแต่ไม่พบ จนกระทั่งช่วงเช้าจึง
ได้ออกมาตามหากันอีกครั้ง และมาจุดที่พบศพ พบว่ามีร่องรอยเหมือนรถไหลลงไปในสระน้ำ และบริเวณริมสระพบโทรศัพท์ตกอยู่ พร้อมเงินเหรียญ 10 บาท 1 เหรียญ 5 บาท 1 เหรียญ ตกอยู่ จึงได้ขอกำลังกู้ภัยช่วยงมหาคาดว่าทั้งคนและรถน่าจะจมอยู่ในสระน้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงพบร่างผู้เสียชีวิต และรถจักรยานยนต์

เบื้องต้นทางลูกชายและลูกสาวผู้เสียชีวิตไม่ติดใจการเสียชีวิต คาดว่าพ่อน่าจะมาทำอะไรสักอย่างที่บริเวณข้างสระน้ำ แล้วเกิดพลาดทำให้ทั้งคนและรถลื่นไถลลงไปในสระน้ำพร้อมกัน ประกอบกับพ่อเป็นคนชอบดื่ม ซึ่งลงไปแล้วอาจจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทำให้จมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งเคยบอกให้พ่อเลิกเลี้ยงควายแต่พ่อก็ไม่เลิก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ส่งศพพิ
สูจน์ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อชันสูตรศพโดยละเอียดเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง

บุกจับ แอดมินเว็บไซต์โป๊เด็ก คาคอนโด

แอดมินเว็บไซต์โป๊เด็ก

ตำรวจสืบสวนภาค 5 และชุดปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต หรือ ’’TICAC’’ บุกจับแอดมินเว็บไซต์โป๊เด็กคาคอนโดกลางเมือง พบซื้อเหมาคลิปลามกอนาจารจากต่างประเทศ มาโพสต์ขายต่อ อึ้งสมาชิกเว็ปมากกว่า 2 แสนคน

จับ แอดมินเว็บไซต์โป๊เด็ก คาคอนโด

แอดมินเว็บไซต์โป๊เด็ก

วันที่ 23 พ.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 5 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 หรือ ‘’TICAC’’ เข้าตรวจค้นหอพักแห่งหนึ่งย่านถนนทุ่งโฮเต็ล ตำบลวัดเกต อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ หลังรับการร้องเรียนจากพ่อแม่ผู้ปกครองและประชาชนทั่วไป ว่า มีเว็บไซต์ลามกอนาจาร มอมเมาเยาวชน เว็ปไซต์นี้มีผู้ติดตามกว่า 2 แสนคน และ มีสมาชิกในห้องกว่า 800 คน มีการเผยแพร่คลิปลามกอนาจารเด็กในรูปแบบต่างๆ มีทั้งเด็กไทย และชาวต่างชาติ

หลังรับการร้องเรียน เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนสอบสวนจนพบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวเป็นเวปไซต์จากประเทศรัสเซีย และ ถูกซื้อโดยนายทุนคนไทย โดยในเว็บไซต์ได้มีการสร้างกลุ่มขึ้นมาและเข้าได้เฉพาะสมาชาจิกที่เสียเงิน มีนายกรกช จุลธง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 หมู่ 2 ต.ต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน ผู้ต้องหาเป็นแอดมิน ในแต่ละวันแอดมินจะโพสต์คลิปกว่าวันละร้อยคลิปเป็นตัวอย่าง หากใครอยากเห็นแบบตัวเต็มไม่มีตัดต่อ ก็ต้องเข้ามาเป็นสมาชิก โดยจะต้องเสียค่าสมาชิกคนละ 300 บาทต่อครั้ง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้แฝงตัวเข้าไปเป็นสมาชิกและได้โอนเงินให้นายกรกช จากนั้นก็ติดตามจนพบว่านายกรกช พักอยู่ที่คอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านถนนทุ่งโฮเต็ล ต.วัดเกต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงนำหมายศาลบุกเข้าจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง แฟลชไดร์ฟ 2 อัน สมุดบัญชีธนาคารพร้อมบัตรเอทีเอ็ม

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นแอดมินกลุ่มมานานเกือบปี จนมาถูกจับกุม ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะสอบสวนขยายผล ไปยังกลุ่มลามกอนาจารกลุ่มอื่น ๆ เพื่อกวาดล้างในระบบออนไลน์ให้หมดไป ด้านพล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภาค 5 เปิดเผยว่า จากนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กและสตรี โดยเฉพาะการละมิดผ่านช่องทางออนไลน์ ทางตำรวจเราจึงมุ่งเน้นตั้งศูนย์ปราบปรามขึ้นมา เนื่องจากขณะนี้ปัญหาการละเมิดทางเพศเด็กออนไลน์ มีแนวโน้มที่รุนแรงและส่งผลกระทบต่อเหยื่อและครอบครัวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อถูกล่อลวงให้เกิดเป็นสื่อลามกและหลุดเข้าไปในโลกอินเตอร์เน็ต จะไม่สามารถเอาออกได้อีกเลย

ที่ผ่านมาพบเหยื่อส่วนใหญ่มีแนวโน้มเป็นโรคซึมเศร้าและมีโอกาสฆ่าตัวตายสูง ทางตำรวจจึงพยายามสืบสวนและจับกุมผู้กระทำความผิด แต่ปัจจุบันคดีเพิ่มขึ้นมาก การป้องกันที่ดีที่สุดคือผู้ปกครอง ครู ต้องช่วยกันสอดส่องเด็กในปกครอง ในการใช้สื่อออนไลน์ให้เหมาะสม และ ฝากเตือนเด็กทุกคนให้ระมัดระวังในเรื่องเหล่านี้เป็นพิเศษ   

สาววัย 30 ปี ขโมยนมบิ๊กซี โดนจับร้องไห้ อยากกินแต่ไม่มีเงิน

ขโมยนมบิ๊กซี โดนจับร้องไห้

สาววัย 30 ปี ขโมยนมเปรี๊ยว-น้ำดื่มใส่กระเป๋าสะพาย พนักงานตาไวจับได้ทันควัน พบพฤติกรรมเคยเข้าก่อเหตุแล้ว 2 ครั้ง เจ้าตัวสารภาพทั้งน้ำตา “อยากกินแต่ไม่มีเงิน” อย่าจับหนูเลย

ขโมยนมบิ๊กซี โดนจับร้องไห้ อยากกินแต่ไม่มีเงิน

วันที่ 22 พ.ย.62 ผู้สื่อข่าวได้เผยภาพจากกล้องวงจรปิดนร้านบิ๊กซี มินิมาร์ท ปั๊มคาเท็กซ์ ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จับภาพหญิงสาวอายุ 30 ปี ขณะลงมือก่อเหตุลักขโมยนมเปรี้ยว และน้ำดื่มยัดใส่กระเป๋าสะพายพาดบ่า ก่อนที่จะเดินออกจากร้านไปโดยไม่จ่ายเงิน แต่พนักงานเห็นก่อนรีบสกัดจับและควบคุมตัวไว้ได้ ทราบชื่อคือ นางพัชราวุธสมบัติ อายุ 30 ปี ผู้ก่อเหตุ ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งน้ำตาว่า “หนูแค่อยากกิน แต่หนูไม่มีตังซื้อ เงินที่หนูมีเก็บไว้ให้ลูกไปโรงเรียน”

ด้านพนักงานขาย กล่าวต่อว่า หญิงรายนี้ทำมานานแล้วหลังเช็กสต็อกมีของหายอยู่บ่อยครั้ง ครั้ง 2-3 ชิ้น ของที่หายจะเป็นนมเปรี้ยว กับน้ำดื่มขวดเล็ก ซึ่งราคาไม่แพงเลย จึงไปเปิดกล้องวงจรปิดภายในร้านดูย้อนหลังก็พบว่าหญิงรายดังกล่าวเคยเข้ามาก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งนี้ครั้งที่ 3 ส่วนวันนี้เห็นเข้ามาอีกจึงต้องจับตาดูเป็นกรณีพิเศษ รอจนกระทั่งผู้ก่อเหตุลงมือจึงรีบเข้าควบคุมไปหลังร้าน และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมด้านผู้จัดการร้านเผยว่าขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพราะทางร้านไม่มีนโยบายปรับผู้ลักขโมย

รวบวัยรุ่นขับเก่ง ขนยาบ้า-ไอซ์ ลอตใหญ่ รับทำมาแล้ว 6 ครั้ง

รับทำมาแล้ว

รับทำมาแล้ว 6 ครั้ง

บก.สปพ.จับยาเสพติดลอตใหญ่ กลุ่มผู้ค้าเป็นวัยรุ่น 5 คน อายุ 18-22 ปี ใช้รถนำทาง ขนยาไอซ์ 10 กก. ไปค้นในห้องพักเจออีก น้ำหนักรวม 11.5 กก. ยาบ้า
เกือบ 1.5 แสนเม็ด ยึดรถเก๋ง 3 คัน สารภาพ รับทำมาแล้ว 6 ครั้ง

เวลา 13.00 น. วันที่ 22 พ.ย. ที่ บก.สปพ. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายภีระพันธ์ แก้ววิเศษ อายุ 21 ปี นายสุภนัย ช่างเจรจา อายุ 21 ปี น.ส.ณัฐฑริกา ปานอ่อน อายุ 22 ปี และชายวัยรุ่นอายุ 18 ปี อีก 2 คน ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติด พร้อมของกลางเป็นยาบ้า 146,000 เม็ด ไอซ์น้ำหนัก 11.5 กิโลกรัม ยาเคน้ำหนัก 9 กรัม รถยนต์โตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียน 7 กอ 1532 กรุงเทพมหานคร รถยนต์ฮอนด้า แจ๊ส สีขาว ทะเบียน ฎฮ 6947 กรุงเทพมหานคร รถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 6 กช 8690 กรุงเทพมหานคร โดยสามารถจับกุมได้ที่ภายในห้องเช่าเลขที่ 309 และ 311 ซอยอิสรภาพ 29 แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ ต่อเนื่องซอยจรัญสนิทวงศ์ 12 แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนทราบว่ามีกลุ่มลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ฝั่งธนบุรี มีพฤติกรรมรับยาเสพติดจำนวนมากมาซุกซ่อนบริเวณภายในซอยอิสรภาพ 29 ก่อนส่งให้กับผู้ค้าในพื้นที่ย่านวงเวียนใหญ่ กระทั่งเมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 20 พ.ย. เจ้าหน้าที่สืบทราบแน่ชัดว่ากลุ่มคนร้ายจะทำการเคลื่อนย้ายเพื่อจำหน่ายยาเสพติด

ขับเก่ง ขนยาบ้า-ไอซ์ ลอตใหญ่

 

รับทำมาแล้ว

พบรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีขาว ขับเข้ามาในซอยอิสรภาพ 29 โดยมีรถยนต์ฮอนด้า สีบรอนซ์เงิน ขับนำหน้ามา ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้น จากการตรวจสอบรถโตโยต้า ยาริส พบนายภีระพันธ์ แก้ววิเศษ นายชานนท์ กวิสสร มากับเพื่อน อายุ 18 ปี พร้อมของกลางเป็นไอซ์จำนวน 10 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่กระโปรงท้ายรถ ส่วนรถฮอนด้า ซีวิค พบนายสุภนัย ช่างเจรจา และ น.ส.ณัฐฑริกา ปานอ่อน โดยในรถไม่พบยาเสพติดแต่อย่างใด จากนั้นได้ทำการขยายผล
ไปยังห้องเช่าซึ่งเป็นสถานที่เก็บยาเสพติดภายในซอยอิสรภาพ 29 พบไอซ์น้ำหนัก 1.5 กิโลกรัม ยาเค 9 กรัม และรถฮอนด้า แจ๊ส ที่จอดอยู่ด้านหน้าพบยาบ้าอีกจำนวน 146,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่กระโปรงท้าย จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางทั้งหมดมาทำการสอบสวนต่อยัง บก.สปพ.

รับทำมาแล้ว 6 ครั้ง

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ยาเสพติดที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบนั้นเป็นของพวกตนจริง ทั้งหมดถูกลำเลียงมาจากภาคเหนือมาพักไว้ที่เขตปริมณฑล ก่อนจะนำมาพักที่ห้องเช่าในซอยดังกล่าว โดยเช่าห้องพัก 2 ห้อง ในราคาห้องละ 2,000 บาทต่อเดือน ก่อนจะกระจายให้ผู้ค้าในย่านฝั่งธนบุรี โดย
ผู้ต้องหาอ้างว่า แบ่งงานกันทำ นายสุภนัย ช่างเจรจา และ น.ส.ณัฐฑริกา ปานอ่อน จะเป็นคนขับรถนำเพื่อสังเกตการณ์เจ้าหน้าที่ ได้รับค่าจ้างคนละ 5,000
บาท ส่วนรถลำเลียงยาเสพติด มีนายภีระพันธ์ แก้ววิเศษ กับเด็กวัยรุ่นอายุ 18 ปี 2 คน จะได้รับคนละ 10,000 บาท ทำมาแล้ว 6 ครั้ง เงินค่าจ้างนั้นจะเอาไว้ใช้
จ่ายในชีวิตประจำวัน ก่อนจะมาถูกจับกุมตัวได้พร้อมของกลางทั้งหมด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจําหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
ควบคุมตัวพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ และดำเนินดคีตามกฎหมายต่อไป

จงอางยาวกว่า 3 เมตร เลื้อยขึ้นรถมาทำบุญในวัด ทำแตกตื่นทั้งวัด

ทำแตกตื่นทั้งวัด

ทำแตกตื่นทั้งวัด !!!

“งูจงอางยักษ์” แอบเลื้อยขึ้นรถมาทำบุญที่วัดประชานิยม จ.กาฬสินธุ์ ก่อนเลื้อยขึ้นบันไดเจดีย์ ทำชาวบ้านที่มาทำบุญแตกตื่น จนต้องเรียกกู้ภัยฯ ช่วยจับปล่อยคืนธรรมชาติ

ทำแตกตื่นทั้งวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดประชานิยม เจ้าหน้าที่กู้ภัยเต็กก่ากว่า 10 คน ช่วยกันตีวงล้อมจับงูจงอางสีดำ ขนาดใหญ่ตัวเท่าลำแขนผู้ใหญ่ ยาวกว่า 3 เมตร ซึ่งได้เลื้อยเข้าไปหลบในซอกบันไดด้านหลังของเจดีย์ศรีมิ่งเมืองกาฬสินธุ์ ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ โดยมีพระ เณร เด็กวัด ยืนลุ้นเอาใจช่วย ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เวลากว่า 20 นาที จึงสามารถจับงูจงอางยักษ์ได้ วัดความยาวประมาณ 3.50 เมตร ท่ามกลางความโล่งใจของทุกคน เนื่องจากหวั่นเกรงว่าหากเกิดความผิดพลาด อาจจะถูกงูจงอางฉกได้ เพราะงูชนิดนี้มีพิษร้ายแรงกว่าพิษงูเห่าหลายเท่า ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ที่ถูกงูจงอางฉกเสียชีวิตในทันที

จากการสอบถาม นายตะวัน พิสิทธิ์ศิลากุล ชาวบ้าน เผยว่า งูจงอางตัวดังกล่าว แอบขึ้นมากับขบวนรถทำบุญ โดยเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 18 พ.ย. รถคันที่งูจงอางแอบขึ้นไปเป็นผู้โดยสารที่ไม่ได้รับเชิญนั้น ทะเบียน กม 8232 อุดรธานี วิ่งนำหน้ารถของตนที่ขับตามหลังมาตลอดเส้นทาง ซึ่งระหว่างทางได้แวะจอดพัก 3 ครั้ง เพื่อตรวจดูยางรถและเช็กความเรียบร้อย ทั้งภายในรถและใต้ท้องรถทุกคัน แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรผิดปกติ

จงอางยาวกว่า 3 เมตร ทำแตกตื่นทั้งวัด

ทำแตกตื่นทั้งวัด

หลังจากนั้น พอวิ่งมาจุดหมายโดยเข้ามาจอดที่ข้างเจดีย์ศรีมิ่งเมืองกาฬสินธุ์ ภายในวัดประชานิยม ตนก็มองเห็นวัตถุลักษณะกลมยาว สีดำ หย่อนตัวลงมาจากท้องรถคันดังกล่าว ก่อนที่วัตถุนั้นเห็นเคลื่อนไหวในลักษณะเลื้อยช้าๆ ออกจากรถไปทางด้านหลังเจดีย์ และทราบว่าเป็นงู

นายตะวัน กล่าวอีกว่า เมื่อเห็นดังนั้นก็เข้าใจว่าเป็นงูจงอางทันที เพราะขนาดใหญ่และยาวมาก ตัวใหญ่เท่าลำแขน ความยาวประมาณ 3.50 เมตร ขณะเดียวกันก็นึกแปลกใจเป็นอย่างมากว่าจู่ๆ มีงูจงอางเลื้อยออกมาจากใต้ท้องรถ จึงได้ร้องบอกคณะที่มาทำบุญด้วยกัน และตะโกนบอกพระ เณร เด็กวัด ที่อยู่ในบริเวณนั้นให้ระวังและจับตาดูช่วยกัน ซึ่งทุกคนที่มองเห็นงูจงอางเลื้อยขึ้นบันไดเจดีย์ก็แตกตื่น เพราะไม่เคยเห็นงูขนาดใหญ่เข้ามาปรากฏกายภายในวัด

จากนั้นพอตั้งสติได้ ก็โทรศัพท์แจ้งกู้ภัยให้มาช่วยจับได้เป็นผลสำเร็จ หลังจากนั้นก็จะนำงูจงอางกลับไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติที่วัดป่าพรมนิมิตเหมือนเดิม เพราะที่ผ่านมาเคยได้ยินคนที่ไปทำบุญว่าเคยเห็นงูจงอางตัวนี้อยู่ในวัดป่าพรมนิมิต จึงจะนำกลับที่อยู่เดิม ซึ่งจะเหมาะกว่าอยู่ในวัดประชานิยม เพราะไม่มีป่าให้อยู่อาศัย และอาจจะทำอันตรายให้พระเณร หรือชาวบ้านที่มาทำบุญได้

ทั้งนี้ จากที่เกิดเหตุการณ์งูจงอางยักษ์โดยสารมากับรถ โดยเดินทางมาจาก อ.ท่าคันโท ระยะทาง 80 กิโลเมตร ถึงที่วัดประชานิยมดังกล่าว พระเณรและชาวบ้านที่มุงดูเหตุการณ์เชื่อว่า น่าจะเป็นเพราะงูจงอางยักษ์อยากจะมาร่วมทำบุญ และชมเจดีย์ศรีมิ่งเมืองกาฬสินธุ์ ที่วัดประชานิยมกับคนด้วย

อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้ที่ชื่นชอบการเสี่ยงดวง หรือเลขเด็ดโชคลาภก็ไม่พลาด ที่จะนำหมายเลขทะเบียนคันที่งูจงอางยักษ์แอบขึ้นมาเป็นผู้โดยสารไปซื้อหวย ในงวดประจำวันที่ 1 ธ.ค.ที่กำลังจะมาถึงนี้

เตรียมเรียกผู้เกี่ยวข้องทุกคน คดีมอมยา นักศึกษาสาว ให้ปากคำ 20 พ.ย. นี้

นักศึกษาสาว

นักศึกษาสาว

ผบก.น.3 กำชับทีมสอบสวนคดี มอมยา นศ.สาว เร่งรัดตามผลตรวจร่างกายผู้เสียหาย เพื่อนำมาประกอบสำนวน โดยให้ รอง ผบก.น.3 ดูแลใกล้ชิด เพื่อไขคดีให้กระจ่าง และจะเรียกผู้เกี่ยวข้องให้ปากคำ 20 พ.ย. 62

กรณีนักศึกษาสาวฝึกงานรายหนึ่ง ที่เดินทางเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.ลาดกระบัง เพื่อเอาผิดดาราชายชื่อย่อ “ฟ.ฟัน” พร้อมรุ่นพี่รวม 2 คน โดยกล่าวหาว่าดาราชายคนดังกล่าวและรุ่นพี่นั้น อาจจะมีส่วนมอมยาตัวเองด้วยการยื่นขนมให้กิน ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านลาดกระบัง

เตรียมสอบ ผู้เกี่ยวข้องทุกคน คดีมอมยา นักศึกษาสาว 20 พ.ย. นี้


เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 62 พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง ผบก.น.3 เปิดเผยความคืบหน้า ขณะนี้ได้สอบถามรายละเอียดผลทางคดีจาก พ.ต.อ.คำแหง กัณฑวงศ์ ผกก.สน.ลาดกระบัง ก็ได้ให้ข้อมูลว่า มีนักศึกษาสาวรายหนึ่ง เข้ามาแจ้งทางพนักงานสอบสวน สน.ลาดกระบัง ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 62 ที่ผ่านมา ภายในร้านอาหาร โดยนักศึกษาสาวผู้เสียหายไปฝึกงานอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ ต่อมามีพี่เลี้ยงฝึกงานได้มาชักชวนไปรับประทานอาหารที่ร้านดังกล่าว แล้วได้ไปพบกับดาราชายชื่อย่อ “ฟ.ฟัน”

“หลังจากนั้นดาราชายชื่อย่อ “ฟ.ฟัน” ก็ได้ยื่นขนมให้กับน้องนักศึกษาผู้หญิง และพี่เลี้ยงฝึกงานคนละ 1 เม็ด แต่ภายหลังจากกินเข้าไปแล้ว ผู้เสียหายมีอาการเวียนหัวก็ได้ขอให้พาไปโรงพยาบาล ทางพี่เลี้ยงฝึกงานจึงได้โทรเรียกแกร็บให้มารับ เมื่อพาตัวไปส่งโรงพยาบาลแล้ว ทางแพทย์ได้ตรวจร่างกาย แต่ขณะนี้ผลการตรวจร่างกายยังไม่ออก ซึ่งตนก็ได้เร่งรัดให้ติดตามผลกับทางการแพทย์แล้ว” ผบก.น.3 กล่าว

พล.ต.ต.สมนึก กล่าวอีกว่า พล.ต.ต.สมนึก กล่าวย้ำกล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ตนได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ภัทรพล สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รองผบก.น.3 เข้าไปกำกับดูแลงานสอบสวนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มีความกระจ่างของเรื่องคดี ทั้งการสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี รายงานแจ้งว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวน สน.ลาดกระบัง ได้มีการเตรียมออกหมายเรียกให้นักแสดงหนุ่มชื่อย่อ “ฟ.ฟัน” กับ พี่เลี้ยงฝึกงานของนักศึกษาคนดังกล่าวนั้น มาให้ข้อมูลกับทางพนักงานสอบสวนในวันที่ 20 พ.ย. 62 นี้

สาวท้องแก่ พนง.เซเว่นฯ คลอดลูกในส้วม แต่ทารกเสียชีวิต

สาวท้องแก่

สาวท้องแก่ พนักงานร้านเซเว่นฯ เมืองทองธานี แวะมาขอเข้าห้องน้ำร้าน แต่เข้าไปนานผิดปกติ เพื่อนไปเคาะเรียก พบคลอดลูก และเด็กตายอยู่ในโถส้วม ตำรวจเตรียมเรียกสอบ

สาวท้องแก่

วันที่ 17 พ.ย. 62 เวลา 11.30 น. ร.ต.ท.เจษฎา เหมโก รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุพบทารกเสียชีวิตภายร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เมืองทองธานี โซนเอสเอฟ ใกล้ห้างคอสโม่ ภายในหมู่บ้านเมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ ต.บางพูด จึงไปสอบสวนพร้อมด้วย พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด พ.ต.ท.สุรศักดิ์ ปานอ้น รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.พลเทพ นันทสำเริง รอง ผกก.สส.สภ.ปากเกร็ด แพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุพบศพทารกเพศหญิงแรกคลอดเสียชีวิตอยู่ในโถส้วม มีคราบเลือดเปรอะเปื้อนติดตามโถภายในห้องน้ำของร้านเซเว่นฯ ทราบว่าแม่ของทารกชื่อ น.ส.ฟ้า (นามสมมติ) อายุ 24 ปี ภูมิลำเนาอยู่ ต.โคกสำโรง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ถูกนำส่ง รพ.ชลประทานไปก่อนแล้ว

จากการสอบสวนทราบว่า น.ส.ฟ้า เป็นพนักงานของร้านเซเว่นฯ ที่เกิดเหตุ ตั้งครรภ์ได้ประมาณ 9 เดือน ก่อนเกิดเหตุได้แวะมาขอเข้าห้องน้ำของร้าน เนื่องจากเป็นวันหยุด หลังจากเข้าไปในห้องน้ำนานผิดปกติ ทางเพื่อนๆ พนักงานได้เคาะประตูเรียกจน น.ส.ฟ้าเปิดประตูออกมาปรากฏว่าพบศพทารกนอนเสียชีวิตอยู่ในโถส้วมอย่างน่าอนาถ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง

รวบ หลานเทวดา ฆ่าตา-ยาย ทำแผน มีชาวบ้านที่มามุงดูรุมด่า รับรู้สึกเสียใจมาก

หลานเทวดา

หลานเทวดา

หนุ่มวัย 23 หลานทรพีที่ก่อเหตุเอาไม้ไผ่ฟาดตาและยายที่เลี้ยงดูมาจนตาย ถูก จนท.คุมตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีชาวบ้านที่มามุงดูรุมด่าว่า ขณะที่ รับสารภาพ เมาเหล้าและยาบ้า รู้สึกเสียใจมาก

จากกรณี ตร.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี จับกุมอดีตทหารเกณฑ์วัย 23 ปี หลังก่อเหตุ เอาท่อนไม้ไผ่กระหน่ำตี ตาและยายแท้ๆ ของตัวเองจนสาหัสก่อนจะไปขาดใจตายที่โรงพยาบาล สารภาพ ทำเพราะเมาเหล้ากับยาเสพติด โมโหขอเงินตายายไม่ได้

เมื่อวันที่ 16 พ.ย.62 พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ ศรีบุตตะ ผกก.สภ.นาจะหลวย เผยว่า จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหา นายวรวุฒิ สีสงค์ หรือนัด อายุ 23 ปี ให้การรับสารภาพว่าตนเองนั่งดื่มเหล้าขาวและเสพยาบ้าตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 15 พ.ย. ที่หน้าบ้านพื้นที่ หมู่ 15 บ้านแก้งเรือง ต.นาจะหลวย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ซึ่งอาศัยอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ทั้งตายายและพ่อแม่ตนด้วย โดยดื่มเหล้าขาวหมดไป 2 ขวดแล้ว อยากดื่มต่อจึงไปขอเงินตากับยายหวังไปซื้อเหล้ามาอีก แต่ถูกอบรมว่าปลดทหารมาแล้วไม่รู้จักช่วยทำงาน จึงโกรธใช้ไม้ไผ่ท่อนยาวประมาณ 1 เมตร ตีไปที่ลำตัวนายสี และบริเวณศีรษะจำนวนหลายครั้ง

หลานเทวดา

ระหว่างเกิดเหตุนางมั่น ผู้เป็นยายเห็นเหตุการณ์ได้เข้ามาห้ามปรามไม่ให้นายวรวุฒิทำร้ายผู้เป็นตา แต่นายวรวุฒิที่ยังมีอารมณ์โมโห ได้หันไปใช้ท่อนไม้ไผ่อันเดียวกันตีนางมั่น ทำให้นางมั่นวิ่งหลบหนีออกมาหน้าบ้าน แต่นายวรวุฒิยังตามมาตีซ้ำเข้าที่ลำตัวและศีรษะ จนทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในที่สุด ทั้งนี้นายวรวุฒิยังรับสารภาพว่าตน มีอาการเมาสุราและเมายาบ้าที่เสพเข้าไป จึงก่อเหตุทำร้ายตาและยายที่เลี้ยงตนเองมาตั้งแต่เด็ก ถ้าย้อนกลับไปได้ ตนก็จะไม่ทำ และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา พ.ต.ต.ภูวนาถ เครือตาแก้ว สว.(สอบสวน) สภ.นาจะหลวย เจ้าของคดี พร้อมกำลัง เจ้าหน้าที่คุมตันายวรวุฒิ สีสงค์ หรือนัดผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบ คำรับสารภาพ ท่ามกลางชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์ และสาปแช่ง ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุสุดสลดในครั้งนี้ โชคดีไม่มีการรุมประชาทัณฑ์

ลุงขับฟอร์จูนเนอร์ ยอมรับผิดชอบความเสียหาย ตร.ยันขับรถประมาท

ลุงขับฟอร์จูนเนอร์

ลุงขับฟอร์จูนเนอร์ อดีตนายพล พบคู่กรณีที่ สน.คลองตัน ถูกดำเนินคดีขับรถโดยประมาท เจ้าตัวขอรับผิดชอบความเสียหายที่ทำ บอกโซเชียลด่าจนเครียด ตร.ไกล่เกลี่ยคดีลุงแจ้งความถูก จยย.ทำให้เสียทรัพย์

จากกรณีคลิปเหตุการณ์ที่คนขับรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ แต่ไม่ยอมลงมาดูผู้เสียหาย จากนั้นได้ขับรถหลบหนี จนถูกผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รายอื่นๆ ไล่ตามขวางเพื่อให้หยุดลงไปดูคู่กรณี แต่คนขับกลับชนฝ่าวงล้อม จนไปถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับได้ที่หน้าสถานีขนส่งเอกมัย ทราบภายหลังผู้ขับขี่ คือ พล.ต.สุรศักดิ์ จิตต์บุญ อดีตนายพล ตำรวจแจ้งข้อหาทำให้เสียทรัพย์ และ ขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินเสียหาย ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ลุงขับฟอร์จูนเนอร์ ยอมรับผิดชอบความเสียหาย

ลุงขับฟอร์จูนเนอร์

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 พ.ย. ที่ สน.คลองตัน พล.ต.สุรศักดิ์ จิตต์บุญ อดีตนายทหาร ได้เดินทางมาเจรจาเพื่อไกล่เกลี่ยกับ นายวรายุทธ ปิ่นใจ พลเมืองดีผู้เสียหาย ที่ถูกนายพลขับรถชน โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ พล.ต.สุรศักดิ์ เดินทางมาถึงเมื่อเห็นผู้สื่อข่าวได้พยายามหลบเลี่ยงสื่อมวลชน โดยมีการเดินผ่านหลังแฟลตตำรวจ ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นทางเดินคับแคบมีสิ่งของวางกีดขวางตามเส้นทาง ก่อนจะเข้าไปภายในห้องฝ่ายสืบสวน โดยห้ามไม่ให้บันทึกภาพ

ขณะที่ นายวรายุทธ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่ได้พูดคุยกับอดีตนายพลคนดังกล่าว อีกทั้งไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องค่าเสียหายแต่อย่างใด ซึ่งวันนี้พนักงานสอบสวนได้เชิญมาให้ปากคำพร้อมไกล่เกลี่ย ซึ่งเบื้องต้นได้ประเมินความเสียหาย อาทิ ศูนย์ถ่วงของรถเสีย และมีร่องรอยการชนค่อนข้างเยอะ น่าจะเกิน 10,000 บาท ส่วนตัวไม่อยากคุยกับอดีตนายพล เนื่องจากคลิปค่อนข้างชัดเจนว่าอดีตนายพลชนจริง ไม่สามารถแก้ตัวได้ แต่ก็รู้สึกดีใจที่เรื่องนี้ถูกนำเสนอเป็นข่าว เพราะพฤติกรรมแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นบนท้องถนน ยืนยันว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้บนท้องถนนก็จะเป็นพลเมืองดีเข้าช่วยเหลือติดตามเช่นเดิม

ต่อมาเวลา 11.00 น. ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน บก.จร. ได้นำรถฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ญห 3798 กรุงเทพมหานคร ของ พล.ต.สุรศักดิ์ และรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายทั้ง 2 คัน มาตรวจสอบร่องรอยการเฉี่ยวชน

ลุงขับฟอร์จูนเนอร์

ขณะที่ พล.ต.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ไม่มีอะไรจะพูด หลังจากนี้จะรับผิดชอบในส่วนที่ตัวเองทำผิดเท่านั้น และในวันเกิดเหตุสาเหตุที่ไม่ลงมาจากรถ เพราะว่ากลัวที่มีรถจักรยานยนต์หลายสิบคันขับมารุมที่รถของตน และยังมาทุบรถตนอีก จึงไม่กล้าลงเพราะกลัวจะได้รับอันตราย และหลังจากที่ตกเป็นข่าวก็เครียดมาก เพราะโดนรุมด่าทอในโลกโซเชียล

ลุงขับฟอร์จูนเนอร์

นายอนันต์ จันทร์ภู่ คนขับรถจักรยานยนต์คันแรกที่เป็นคู่กรณี ระบุว่า ในวันเกิดเหตุก็ขับรถมาตามเส้นทางปกติ สักระยะรถอดีตนายพลได้พยายามเบียดจนทำให้รถของตนเบียดกับฟุตปาทกลางถนน ส่วนอีกฝั่งของรถเบียดกับรถของอดีตนายพล แต่ไม่ได้ล้มลงและไม่ได้บาดเจ็บแต่อย่างใด จึงไม่ได้เข้าแจ้งความ วันนี้ตำรวจเรียกมาเพื่อให้ข้อมูลและให้ตำรวจงานช่างเครื่องยนต์ได้ตรวจพิสูจน์ร่องรอยการชน ยืนยันไม่ติดใจเอาเรื่อง

ส่วน พ.ต.อ.ปรเมษฐ์ โพยนอก ผกก.สน.คลองตัน เปิดเผยว่า ในคดีนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้มีการควบคุมตัวผู้ก่อเหตุดำเนินคดี ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย และชนแล้วหนี ซึ่งทางผู้ก่อเหตุได้ขอยื่นประกันตัวให้ปล่อยตัวชั่วคราวไปในวงเงิน 15,000 บาท ไปตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้ว การดำเนินการในส่วนนี้ต้องรอผลตรวจสอบรถคู่กรณีทั้ง 3 คัน เพื่อนำมาประกอบสำนวน ส่วนที่ 2 ที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งในส่วนนี้สามารถไกล่เกลี่ยกันได้ พนักงานสอบสวนไม่จำเป็นต้องส่งฟ้องศาล

ลุงขับฟอร์จูนเนอร์

อย่างไรก็ตามวันนี้ได้เรียกคู่กรณีทั้งหมดมาสอบปากคำเพิ่มเติม และมีการตรวจสอบร่องรอยการเฉี่ยวชน ส่วนจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน…

ยิงกันไม่ทราบสาเหตุ เมียกำนันนอนตายอยู่ข้างปืน ส่วนกำนันเจ็บสาหัส

ส่วนกำนันเจ็บสาหัส

เกิดเหตุยิงกันภายในบ้านที่ทำการกำนันท่าไข่ ภรรยากำนันนอนตายอยู่ข้างปืน ส่วนกำนันเจ็บสาหัส เร่งส่ง รพ.พุทธโสธร โดยภรรยากำนันส่งข้อความหาลูกเพื่อสั่งเสีย ตำรวจฉะเชิงเทรายังไม่สรุปสาเหตุ

เมื่อเวลา 07.45 น. วันที่ 14 พ.ย. 62 ร.ต.ท.จเรศักดิ์ สุวรรณสนธิ์ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา รับแจ้งเหตุมีผู้ยิงกันเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส บริเวณที่ทำการกำนันตำบลท่าไข่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา จึงประสานอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ม.16 ต.ท่าไข่ อ.เมืองฉะเชิงเทรา ที่เป็นบ้านของ นายมนตรี กิมะพันธ์ กำนันตำบลท่าไข่ พบชาวบ้านยืนมุงดูเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบภายในบ้านพบร่าง นางวิไลวรรณ กิมะพันธ์ นอนหายใจรวยรินก่อนเสียชีวิตบนเตียงนอน มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ใกล้กันพบปืนขนาด.38 ลูกโม่ ตกอยู่ข้างมือซ้ายของผู้เสียชีวิต ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย คือ นายมนตรี กิมะพันธ์ กำนันตำบลท่าไข่ ถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งนำส่งโรงบาลพุทธโสธรก่อนหน้านี้

ส่วนกำนันเจ็บสาหัส

จากการเปิดเผยของเพื่อนบ้าน เปิดเผยว่า โดยปกติแล้วกำนันเป็นคนครื้นเครง สนุกสนาน มักจะดื่มเลี้ยงสังสรรค์หน้าบ้านอยู่เป็นประจำ จึงไม่มั่นใจว่าสาเหตุของการยิงกันครั้งนี้เกิดจากอะไร เพราะธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่กำนันทำอยู่ ก็กำลังไปได้ดี ส่วนภรรยาถ้าจะเกิดจากความเครียดก็น่าจะมาจาก อาการป่วยที่ผู้ตายรักษาโรคมะเร็งอยู่ แต่ก็ไม่น่าจะมีน้ำหนักที่ต้องตัดสินใจยิงกำนันด้วย

ส่วนกำนันเจ็บสาหัส

เบื้องต้นมีรายงานว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาไม่มีใครได้ยินเสียงปืนภายในบ้านหลังดังกล่าว จนลูกชายของผู้เสียชีวิตวิ่งออกมา จึงทราบว่ามีเหตุยิงกันภายในบ้านหลังนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนลูกชาย ทั้ง 2 ของนายมนตรี ว่าพ่อแม่มีปัญหาทางด้านใด เพราะมีข้อความที่นางวิไลวรรณ ผู้เป็นแม่ส่งมาระบุสั่งเสีย ว่า “ดูแลกันดีๆ พ่อแม่ไม่อยู่แล้ว” พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ทำการเก็บรอยนิ้วมือจากปืนกระบอกดังกล่าว เพื่อหาสาเหตุของการยิงกันในครั้งนี้.