ชนแล้วหนี ยางระเบิดไปต่อไม่ได้ อ้างรีบไล่ตามจับโจรอยู่

ชนแล้วหนี

ชนแล้วหนี ยางระเบิดไปต่อไม่ได้ อ้างรีบไล่ตามจับโจรอยู่

เจ๊สาวประเภทสอง ซิ่งเก๋งชนท้ายรถตู้จอด ติดไฟแดง แต่เหยียบคันเร่งหลบหนี สุดท้ายท้ายยางระเบิดไปไม่รอด อ้างกำลังรีบไล่ตามคนร้ายเพิ่งขโมยโทรศัพท์มือถือ

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (16 ส.ค.) เกิดอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนท้ายรถตู้ บาคาร่า โดยมี นายวิษณุ อายุ 35 ปี สาวประเภทสอง เป็นคนขับ ชนท้ายรถตู้ได้รับความเสียหาย ขณะกำลังจอดติดสัญญาณไฟแดง บริเวณสี่แยกประชาสัมพันธ์ ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ส่วนรถยนต์ที่ขับชนได้รับความเสียหาย แต่หลังเกิดเหตุได้ขับหลบหนีไปทางสี่แยกบัวระวงศ์ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร แต่สุดท้ายได้เกิดยางรถระเบิด กระทั่งถูกควบคุมตัวเอาไว้ได้

จากการตรวจสอบพบว่าผู้ขับขี่รถยนต์ที่ก่อเหตุคือ นายสนธยา อายุ 62 ปี เป็นสาวประเภทสอง เจ้าของร้านอาหารตามสั่ง ในละแวกที่เกิดเหตุ เจ้าตัวได้ยอมรับผิด โดยอ้างว่าไม่ได้คิดหลบหนี แต่กำลังขับรถไล่ตามชายคนร้าย อายุประมาณ 35 ปี ที่ขโมยโทรศัพท์มือถือไป 2 เครื่อง ไปจากร้านอาหารของตน

นายสนธยา ยังอ้างว่า เหตุดังกล่าวทำให้ตนจึงขับรถไล่ติดตามคนร้าย กระทั่งมาถึงสี่แยกที่เกิดเหตุ ก่อนจะหลบรถตู้ที่จอดติดไฟแดงไม่ทัน ทำให้รถพุ่งชนท้ายรถเต็มแรง แต่ด้วยความที่ยังติดพันไล่ติดตามคนร้ายอยู่ จึงพยายามขับรถไล่ติดตาม ทั้งที่รถตัวเองก็พังเสียหาย

แต่สุดท้ายรถก็เกิดยางระเบิดขึ้น และขับไปต่อไม่ได้อีก กระทั่งพลเมืองดีได้ขับรถไล่ตามมาทัน จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมตัวไว้ อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด และนำตัวคู่กรณีทั้งสองฝ่ายไปตกลงค่าเสียหายที่ สภ.เมืองเชียงใหม่…

หึงโหดคาร้อน ร้านกาแฟ ทิ้งจดหมายสั่งเสีย-ขอโทษแม่

หึงโหดคาร้อน

หึงโหดคาร้อน ร้านกาแฟ ทิ้งจดหมายสั่งเสีย-ขอโทษแม่

รปภ.หนุ่มหึงโหด ระแวงแฟนสาวปันใจชายอื่น บุกตามไป ยิงดับคู่ กลางร้านกาแฟ พร้อมทิ้งจดหมายสั่งเสีย ขอโทษแม่-ป้าที่ไม่ได้อยู่ดูแลเป็นลูกที่ดี

(16 ส.ค.) ร.ต.อ.เรืองศักดิ์ แสงคำ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งมีเหตุคนยิงกันเสียชีวิต ภายในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ถ.จารุมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ จากนั้นจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สนอง วรรณโคตร ผกก.สภ.ลำปลายมาศ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจชุด 191, พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลลำปลายมาศ และหน่วยกู้ภัยฯ ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นร้านขายกาแฟ บริเวณเคาน์เตอร์ของร้านพบผู้เสียชีวิต 2 ศพ เป็นชายและหญิง ในลักษณะนอนหงายเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ข้างกัน โดยทั้งสองเป็นคู่รัก ทราบชื่อคือ นายภานุวัฒน์ อายุ 30 ปี เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย นอนเสียชีวิตในลักษณะนอนหงายหน้า สวมเสื้อแจ็คเก็ตแขนยาว สีดำ บาคาร่า นุ่งกางเกงขายาวสีดำ สภาพศพถูกยิงที่บริเวณขมับขวาทะลุท้ายทอย มีเลือดไหลออกจำนวนมาก

ขณะที่ข้างๆ กันพบศพ น.ส.วัชราภรณ์ อายุ 27 ปี ลูกจ้างร้านขายกาแฟในที่เกิดเหตุ สภาพศพนอนหงายหน้า สวมเสื้อเชิ้ต แขนสั้น สีเทาลายดอก นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว ถูกยิงที่บริเวณแก้มขวาทะลุท้ายทอยซ้าย มีเลือดไหลออกจำนวนมากเช่นเดียวกัน

หึงโหดคาร้อน ร้านกาแฟ ทิ้งจดหมายสั่งเสีย-ขอโทษแม่

นอกจากนี้นี้ยังพบอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 ตกอยู่ตรงกลางระหว่างศพทั้งคู่ จากการตรวจสอบพบว่าถูกใช้ยิงไปแล้ว 3 นัด ติดอยู่ในรังเพิงอีก 3 นัด และที่เข็มขัดคาดเอว ยังมีกระสุนในซอง อีก 6 นัด เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และจากการตรวจสอบยังพบรอยกระสุนที่บริเวณตู้เย็นด้วย 1 นัด

จากการตรวจสอบพบจดหมาย 1 ฉบับ เขียนด้วยลายมือ โดยมีเนื้อหาระบุว่า… “16/08/62 ข้าพเจ้า นายภานุวัฒน์ ได้เขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้น เพื่อให้ทุกคนรับทราบ จดหมายนี้อาจเป็นจดหมายฉบับสุดท้ายของตัวข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่เคยโทษใคร ความผิดของทั้งหมด ข้าพเจ้าขอรับไว้เองทุกการกระทำของข้าพเจ้า ก่อนอื่นต้องขออภัยในแม่กับป้าที่เลี้ยงมา ลูกเป็นคนล้มเหลวทุกอย่างด้วยตัวของลูกเอง ลูกไม่โทษใคร

ตอนนี้ลูกคนนี้รู้สึกแย่ในทุกๆ เรื่อง ล้มเหลวทุกๆ อย่าง แทบไม่มีทางออก ทั้งหมดคือความผิดลูกเอง ทำเองทุกอย่าง ฝากแม่ดูแลเด็กๆ ด้วย หากผมเป็นอะไรขึ้นมา ลูกคนนี้ขอระลึกถึงบุญคุณของแม่กับป้านะครับ ห่วงทุกอย่าง ห่วงทุกเรื่อง ถึงผมตาย คำสั่งสุดท้ายให้เอากระดูกส่วนหนึ่งมาไว้ที่บ้าน ส่วนหนึ่งไว้ที่วัด ส่วนที่เหลือเอากระดูกผมไปลอยอังคารในทะเล ที่เกาะไหนสักที่ที่มีน้ำใสๆ ลูกคนนี้อกตัญญูที่ไม่ได้อยู่ดูแลแม่กะป้า ลาก่อนครับ เกิดชาติหน้าจะชดใช้ให้” ก่อนจะลงชื่อเอาไว้ปิดท้าย

จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อช่วงเช้าก่อนเกิดเหตุ นายภานุวัฒน์ ได้เดินทางมาหา น.ส.วัชราภรณ์ ที่ร้านกาแฟ ก่อนจะยืนคุยกันประมาณ 5 นาที จากนั้น นายภานุวัฒน์ ได้ใช้อาวุธปืนที่คาดว่าเป็นปืนของบริษัทฯ จ่อยิงที่แก้มขวาของฝ่ายหญิง 1 นัด กระทั่งล้มลงไปกองกับพื้นและเสียชีวิตคาที่ ก่อนที่จะใช้ปืนกระบอกเดียวกันจ่อยิงขมับตัวเองอีกนัด เสียชีวิตเช่นเดียวกัน

นางภิรมย์ แม่ของฝ่ายหญิงที่เสียชีวิต เปิดเผยว่า ทั้งคู่คบหาเป็นแฟนกันมาประมาณ 3 ปีแล้ว ที่ผ่านมาก็เคยเห็นทั้ง 2 มีปากเสียงกันบ่อยครั้ง แต่ตนก็ไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของลูก หากลูกมีปัญหาอยากจะระบายก็จะเล่าให้ฟังเอง ส่วนสาเหตุน่าเป็นเพราะฝ่ายชายหวาดระแวงไปเองว่าลูกสาวปันใจให้ชายอื่น เพราะฝ่ายชายเป็นคนขี้หึงและอารมณ์ร้อน เห็นไปคุยกับใครก็ไม่ค่อยได้

กระทั่งระยะหลังๆ ลูกสาวก็พยายามตีตัวออกห่าง เพราะทนความอารมณ์ร้อนและหึงหวงของฝ่ายชายไม่ไหว แต่ก็ไม่คิดว่านายภานุวัฒน์จะมาก่อเหตุยิงลูกสาวเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยมแบบนี้ ทำให้รู้สึกเสียใจมากเพราะลูกสาวถือเป็นเสาหลักที่ดูแลตนเอง เพราะพ่อก็เสียชีวิตไปแล้ว…

ป้าติ้นแจ้งความ เท็จหวย 30 ล้าน ถูกศาลสั่งจำคุก 12 เดือน ไม่รอลงอาญา

ป้าติ้นแจ้งความ

ป้าติ้นแจ้งความ เท็จหวย 30 ล้าน ถูกศาลสั่งจำคุก 12 เดือน ไม่รอลงอาญา

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำ พิพากษาคดี ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 9 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางเรวดี หาแก้ว หรือ ป้าติ้น อายุ 54 ปี เป็นจำเลยฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหายรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น, แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิดอันเป็นการแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษฯ

กรณีความเท็จกล่าวหานางจรูญ เฮก หรือ ป้าติ๋ว ยักยอกหวยรางวัลที่ 1 งวดเดือน เม.ย. 2560 มูลค่า บาคาร่า 30 ล้านบาทไป หลังอ้างว่าได้ร่วมกันซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเลขที่ 392785 จำนวน 5 ใบ เป็นเงิน 500 บาท โดยจำเลยอ้างว่า หวยงวดดังกล่าวถูกรางวัลที่ 1 และ ป้าติ๋ว ได้ยักยอกไป

โดยวันนี้ (14 ส.ค.) พนักงานสอบสวน สภ.ดงเย็น อ.บ้านดุง ผู้เสียหายที่ 1 และ นางจรูญ หรือ ป้าติ๋ว ผู้เสียหายที่ 2 เดินทางมาฟังคำพิพากษาพร้อมกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้วพบว่า การกระทำของจำเลยเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานแจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่า ได้มีการกระทำความผิด เพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น ลงโทษจำคุกเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน แต่เนื่องจากคำให้การของจำเลยมีประโยชน์อยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกเป็นเวลา 12 เดือน ไม่รอการลงโทษ

ความคืบหน้าล่าสุด ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันปล่อยตัวชั่วคราว นางเรวดี หรือ ป้าติ้น แล้ว หลังทางญาติและทนายความได้ยื่นหลักทรัพย์ เป็นเงินสดจำนวน 1 แสนบาท เพื่อขอประกันตัว…

จับเด็กแว้น ตำรวจผุดแจกรางวัล 3,000 บาท แจ้งจับ เด็กแว้น ซิ่งทั่วประเทศ

จับเด็กแว้น

จับเด็กแว้น ตำรวจผุดแจกรางวัล 3,000 บาท แจ้งจับ เด็กแว้น ซิ่งทั่วประเทศ

สตช.หารือตั้งมาตรการใหม่ ตั้งเงินรางวัลนำจับ “เด็กแว้น” ซิ่งป่วนทุกพื้นที่ พร้อมจ่ายให้ 3,000 บาท คาดเริ่มใช้กันยายนนี้

(15 ส.ค.) พ.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บาคาร่า ได้ประชุมติดตามผลการปฏิบัติมาตรการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทางหลวง และความผิดที่เกี่ยวจ้อง พร้อมกับหารือการตั้งรางวัลนำจับให้กับประชาชนที่แจ้งเบาะแสของกลุ่มนักแข่งซิ่งในพื้นที่ต่างๆ

พ.ต.ท.ดำรงศักดิ์ เปิดเผยว่า ประชาชนที่แจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในช่องทางต่างๆ จะได้รับเงินรางวัลตอบแทน 3,000 บาท หากนำไปสู่การจับกุมกลุ่มเด็กแว้น และสามารถดำเนินคดีกลุ่มผู้กระทำผิดได้ โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างพิจารณาเกณฑ์รางวัลดังกล่าวอยู่ คาดว่าน่าจะเริ่มนำไปใช้ได้จริงในช่วงเดือนกันยายน 2562 นี้

แต่ทั้งนี้ หากพบว่าเป็นการแจ้งเบาะแสเป็นเท็จ ถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย มีอัตราต้องโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ข้อมูลจากผู้ที่แจ้งเบาะแสนั้นจะถูกปิดเป็นความลับ เพื่อความปลอดภัยของพลเมืองดีที่แจ้งเบาะแสนั้นเอง

ขณะนี้เงินรางวัลที่จะมอบให้แก่ผู้แจ้งเบาะแสนั้น เป็นเงินจากกองทุนสืบสวน และกองทุนต่างๆ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำหรับมาตราการดังกล่าวนั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติหวังจะดำเนินการปราบปราบกลุ่มนักแข่งซิ่งและเด็กแว้นป่วนเมืองในพื้นที่ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งตามหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ แม้ที่ผ่านมาจะมีมาตรการให้บทลงโทษกับบรรดาผู้ปกครองของเยาวชนที่ร่วมแข่งซิ่งด้วย แต่ก็ถือว่ายังเป็นมาตรการที่ไม่เข้มพอ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังระบุว่า ที่ผ่านมาพบว่าพื้นที่กรุงเทพฯ มีการร้องเรียนเรื่องการแข่งรถซิ่งและเด็กแว้นลดลง แต่ก็สวนทางกับพื้นที่ต่างจังหวัดที่ยังมียอดร้องเรียนเพิ่มมากขึ้น และยังคงกวาดล้างจับกุมได้อยู่ โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ คืนวันศุกร์และวันเสาร์เป็นเวลาที่มักมีการแจ้งเบาะแสของกลุ่มเด็กแว้นเข้ามากที่สุด…

ร่างทรงฉาว แม่วิน โพสต์ชี้แจงหลังเจอแฉ พ้อขอความเห็นใจ-กลัวไม่มีที่ยืนในสังคม

ร่างทรงฉาว

ร่างทรงฉาว แม่วิน โพสต์ชี้แจงหลังเจอแฉ พ้อขอความเห็นใจ-กลัวไม่มีที่ยืนในสังคม

ร่างทรงฉาว

จากกรณีที่เพจดังได้ออกมาแฉถึงพฤติกรรมของร่างทรงวัย 20 ปี รายหนึ่งมีพฤติกรรมเข้าข่ายหลอกลวง โดยระบุข้อความว่า “จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ร่างทรงรายนี้มีชื่อว่านายอาชวิน ชื่อเล่น “แม่วิน หรือ พ่อปู่วิน” เปิดสำนักทรงอยู่ที่ราชบุรี อ้างตนเป็นร่างทรง สามารถอัญเชิญองค์เทพ ต่างๆ มาประทับร่างของตนได้ ตามคำเรียกร้อง โดยมีค่าขันครูทั้งแต่เงิน 500 – 15000 บาท จนตลอดไปถึงทองคำรูปพรรณและทองคำแท่ง ราคาขึ้นอยู่กับองค์เทพที่อัญเชิญลงมาประทับร่าง

>> แฉแหลก “แม่วิน” อ้างเป็นร่างทรงสารพัดเทพ ค่าครูหลักหมื่น-อวดรวยลงโซเชียล

ขณะที่เฟซบุ๊กของนายอาชวิน ได้ระบุข้อความว่า “ก่อนอื่นต้องขอบคุณหลายๆ บาคาร่า คนที่ทักมาให้กำลังใจนะครับ ขอชี้แจงเป็นประเด็นๆ ไป ที่มีข่าว ว่าผมเรียกร้องพานครูเป็นเงินเป็นทองไม่ใช่ความจริงอาจ จะมีบ้างเล็กน้อยตามความศรัทธาซึ่งไม่ได้มีการเรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้นครับ คนเดือดร้อนมาหาเอาเงินส่วนตัวช่วยก็มีและไม่ได้ทำเป็นอาชีพครับ ที่โพสต์ทอง ลงไปเยอะๆ ก็ซื้อมาขายไปชอบจับเพชรจับทองมาขาย ซื้อมาแล้วก็ขายไป บางส่วนคนฝากซื้อก็มีส่วนทองบางส่วนผมก็ยืมคนรู้จักมาใส่ถ่ายรูปก็มี บางอย่างไม่ใช่ของจริงซื้อมาใส่เล่นก็มีปะปนกันไป รวมทั้งเงินสดด้วยมีบางส่วนเป็นของผมจริงครับ แต่ไม่ได้มากมายอะไรขนาดนั้นบางที่ก็ยืมเพื่อนมาถ่ายรูปเล่น

ส่วนรถผมเป็นคนขับรถไม่เป็นครับ ใครรู้จักจริงๆ จะรู้ดี ก็ไปขี่รถคนอื่นถ่ายรูปเล่นเฉยๆ ทำข่าวทำผมเรียกร้องพานครูเป็นเงินเป็นทองครั้งละมากมายแบบนั้นจริงๆ ก็คงมีเงินเก็บหลายล้านในบัญชีครับ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ครับด้วยความยินดี ทองคำแท่งถ้าอยากตรวจสอบก็เชิญมาค้นที่บ้านได้เลย ของจริงก็มีเครื่องประดับใส่เล่นก็มีครับออกงานธรรมดาที่สำคัญไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใครครับ ก่อนจะประณามนะครับขอร้องอย่าฟังความข้างเดี่ยว

ส่วนที่ว่าไปนั่งกินร้านอาหารหรูไม่เป็นความจริงครับ ร้านที่ผมไปกินก็เป็นร้านอาหารที่ราคาจับต้องได้นี่แหละ 300-400 บาท คนทั่วไปก็คือสามารถกินได้ไม่ใช่ โรงแรม 5 ดาวหรืออะไร ไม่เชื่อก็ลองไปถามราคากับข้าวที่ผมสั่งที่ร้านดูก็ได้ครับ ไม่ได้แก้ตัวนะครับแต่ขอความเห็นใจกันบ้าง จะไม่มีที่ยืนในสังคมกันเลยหรือยังไงครับ”…

หนุ่มลูกครึ่งอเมริกัน แต่งตัวหล่อเนี๊ยบ ปล้นล่าเหยื่อเชียงใหม่

หนุ่มลูกครึ่งอเมริกัน

หนุ่มลูกครึ่งอเมริกัน แต่งตัวหล่อเนี๊ยบ ปล้นล่าเหยื่อเชียงใหม่

ตำรวจจับหนุ่ม ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน วัย 19 ปี แต่งตัวหล่อดูดี หลอกตีสนิทกับเหยื่อตามสถานบันเทิงเมืองเชียงใหม่ ก่อนชิงรถจักรยานยนต์-แทปเลตหายวัย ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่ชั่วโมง

(10 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามการโจรกรรมรถ สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ทำการจับกุม นายไมเคิล อายุ 19 ปี หนุ่มลูกครึ่งชาวไทย-อเมริกัน ขณะกำลังแต่งกายดี สวมใส่เสื้อเบลเซอร์ดูหล่อสมาร์ท พร้อมกับของกลางรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า และคอมพิวเตอร์แทปเลตอีกเครื่อง โดยเป็นของกลางที่ก่อเหตุขโมยมาจากร้านอาหารฟาสฟูดส์แห่งหนึ่ง ย่านถนนท่าแพ เจ้าตัวให้การรับสารภาพแต่โดยดี

สำหรับกรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อก่อนหน้านี้ ได้มีชายผู้เสียหาย วัย 23 ปี บาคาร่า ได้ไปเที่ยวในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ก่อนจะได้รู้จักกับนายไมเคิล เพราะนึกว่าเป็นชาวต่างชาติ เนื่องจากแต่งตัวดี หล่อสมาร์ทไม่เหมือนคนทั่วไป นายไมเคิลได้เข้ามาพูคคุยและตีสนิทด้วย

และหลังจากที่สถานบันเทิงปิดให้บริการ นายไมเคิลก็ออกปากขอติดรถกลับที่พัก ด้วยความมีน้ำใจผู้เสียหายจึงได้พานั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์จะไปส่ง แต่ระหว่างทางได้แวะซื้อของ โดยเสียบกุญแจรถคาเอาไว้ และให้นายไมเคิลรอที่รถจักรยานยนต์

แต่เมื่อผู้เสียหายเดินออกมาจากร้าน ก็พบว่านายไมเคิลได้ขี่รถจักรยานยนต์ของตัวเองหลบหนีไปแล้ว พร้อมกับกระเป๋าใส่คอมพิวเตอร์แทปเลตที่เอาไว้ที่กับรถ จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจให้ช่วยติดตาม โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา

กระทั่งเมื่อวานนี้ ( 9 ส.ค.) เจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามไปพบรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายจอดไว้ ย่านถนนสิทธิวงศ์ ต.ช้างม่อย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงได้ดักรอจนกระทั่งผู้ต้องหาเดินกลับมาที่รถ และกำลังจะขี่รถออกไป เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมตัว เบื้องต้นถูกดำเนินคดีลักทรัพย์ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะที่การตรวจสอบประวัติพบว่า นายไมเคิล มีบ้านพักอยู่ที่ อ.หางดง ปัจจุบันไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง มักจะตระเวนเที่ยวไปตามสถานบันเทิงในตัวเมืองเชียงใหม่ และจะก่อเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์หากสบโอกาส แต่ยังไม่พบประวัติคดีย้อนหลังใดๆ…

ยามโหด เอาท้อนทุบคนขายผัดไท ปล้นเงิน ค้นประวิติคดีเพียบ แต่หนีการจับคุม

ยามโหด

ยามโหด เอาท้อนทุบคนขายผัดไท ปล้นเงิน ค้นประวิติคดีเพียบ แต่หนีการจับคุม

ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 แถลงจับกุมอดีต รปภ. ใช้ค้อนทุบศีรษะ แม่ค้าขายผัดไทย ชิงเงิน 3 หมื่นบาท

พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ร่วมกับกองกำกับการ สืบสวนตำรวจนครบาล 1 และสน.ชนะสงคราม แถลงผลจับกุม นายศักดิ์สิทธิ์ เอี่ยมฉวี ฐานความผิดชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้อาวุธเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส กรณีใช้อาวุธทำร้ายนางอัมพรพรรณ ก่อนชิงเงินมูลค่า 3 หมื่นบาท ที่บริเวณลาดจอดรถกองฉลากเก่า เมื่อคืนวันที่ 8 สิงหาคม 2562 ก่อนหลบหนีไป กระทั่งตำรวจจับกุมได้ที่ หมู่บ้าน ตำบลบางบัวทอง อำเภอบางยังทอง จังหวัดนนทบุรี

พล.ต.ต.เสนิต ยืนยันผู้ต้องหาไม่ได้ใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย บาคาร่า ส่วนที่มีกระแสข่าวที่ผู้เสียหายมีอาการชา เพราะผู้เสียหายถูกค้อนทุบบริเวณด้านหลัง จึงทำให้รู้สึกชา

ขณะที่ พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ระบุ ผู้ต้องหามีพฤติกรรมตีเนียนเป็น รปภ. ดูแลลานจอด ก่อนเกิดเหตุช่วงเย็น ได้เข้ามาทักทายผู้เสียหายและก่อเหตุในช่วงดึกของคืนดังกล่าว ด้วยการใช้ค้อนที่นำมาจากพื้นที่ใกล้เคียงเข้าทำร้ายผู้เสียหาย ก่อนกระชากกระเป๋าคาดเอว ภายในมีเงิน 3 หมื่นบาท ขึ้นรถแท็กซี่ ก่อนไปทิ้งกระเป๋าที่ตลาดอุดมสุข และไปดื่มสุราที่ย่านสำโรงเหนือ จนถูกจับกุมได้บางบัวทอง พร้อมอ้างว่าได้ใช้เงินไปหมดแล้ว เหลือเพียงไม่กี่ร้อยบาท

นอกจากนี้การสืบสวนขยายผล ยังพบผู้ต้องหาเคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาหลายพื้นที่ อาทิ สน.บางยี่ขัน บางเสาธงสามเสน และหนองค้างพลู ตั้งแต่ปี 2548 จนถูกตำรวจตั้งรางวัลนำจับ 5,000 บาท และที่ผ่านมาผู้ต้องหามีพฤติกรรมไปสมัครเป็น พนักงานรักษาความปลอดภัยกับห้างร้านต่างๆ และก่อเหตุลักทรัพย์ทั้งเพื่อนรปภ และนายจ้าง มาหลายครั้ง ทำให้มีบางคดีขาดอายุความไปแล้ว

ส่วนการรอดพ้นการจับกุม ของตำรวจมาหลายครั้ง เนื่องจากนายศักดิ์สิทธิ์ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จะอาศัยหลับนอนอยู่ตามใต้สะพาน ล่าสุดพบอาศัยนอนใต้สะพานพระราม 8…

บุกห้องควันไฟ หนุ่มสิ้นหวังชีวิตรักรมควันตัวเอง

บุกห้องควันไฟ

บุกห้องควันไฟ หนุ่มสิ้นหวังชีวิตรักรมควันตัวเอง

เจ้าหน้าที่จำใจพังประตูห้องพักเข้าไป หลังพบกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาไม่หยุด พบร่างชายนอนหมดสติ สภาพรมควันตัวเอง คาดเครียดปัญหาชีวิต เพิ่งผิดหวังกับความรักไปไม่นาน

(8 ส.ค.) เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ร.ต.อ.ณัฏฐพล อุดน้อย สภ.คูบางหลวง ได้รับแจ้งมีชายทำร้ายตัวเองด้วยการรมควัน เหตุเกิดที่โครงการเอื้ออาทรลาดหลุมแก้ว 2 หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย ร.ต.อ.ภูวัน จูมัจฉะ รอง สวป.สภ.คูบางหลวง พร้อมเจ้าหนี้ท่ตำรวจสายตรวจและอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งรุดไปให้ความช่วยเหลือ

บุกห้องควันไฟ หนุ่มสิ้นหวังชีวิตรักรมควันตัวเอง

ในที่เกิดเหตุพบว่าห้องถูกล็อกจากข้างในและมี ควันไฟ พวยพุ่งเล็ดลอดออกมา บาคาร่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านที่อยู่ห้องใกล้เคียง จำใจต้องพังประตูเข้าไป กระทั่งพบชายนอนหมดสติอยู่ในห้อง ทราบชื่อคือ นายศักย์วริษฐ์ อายุ 37 ปี เจ้าหน้าที่จึงนำตัวลงไปทำการช่วยชีวิตด้วยการปั๊มหัวใจ ก่อนที่รถกู้ชีพจะนำส่งโรงพยาบาลปทุมธานี

นอกจากนี้ภายในพื้นห้องน้ำยังพบยาไม่ทราบชนิดบรรจุอยู่ในแคปซูลสีเขียว-ขาว ร่วงตกอยู่ที่พื้นเป็นจำนวนมาก ในห้องยังพบเตาถ่านแบบเป็นอั้งโล่แบบโลหะมีร่องรอยการจุดถ่านให้เกิดควันไฟวางเอาไว้อยู่ ส่วนบนเตาแก๊สพบมีการนำถ่านหุงต้มไปรนไฟคล้ายเป็นการจุดถ่านให้ติด เพื่อนำจุดเตาต่อ

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ที่พักอาศัยอยู่ข้างห้องเปิดเผยว่า พบเห็นควันไฟลอยออกมาจากห้องดังกล่าว แต่ไม่มีใครวิ่งออกจากห้อง จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่และหน่วยกู้ภัย เบื้องต้นทราบว่าห้องพักดังกล่าวมีผู้พักอาศัยอยู่เพียงลำพัง ก่อนหน้านี้เคยมีแฟนสาวแวะมาหา แต่มีปัญหาระหองระแหงกัน และฝ่ายหญิงได้ย้ายออกไปได้ราวๆ 2 เดือนแล้ว

ร.ต.อ.ณัฏฐพล อุดน้อย สภ.คูบางหลวง ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุและบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานรวมทั้งจะได้ประสานญาติให้รับทราบและสอบสวนหาสาเหตุและแรงจงใจในการก่อเหตุที่แท้จริงต่อไป…

โรคพุ่มพวง น้องมิว เสียชีวิตเพราะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจาก SLE ไม่เกี่ยวหมัดแมว

โรคพุ่มพวง

โรคพุ่มพวง น้องมิว เสียชีวิตเพราะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจาก SLE ไม่เกี่ยวหมัดแมว

แพทย์หญิงที่ทำการรักษา “น้องมิว” สาววัย 16 ปี เผยสาเหตุการเสียชีวิตของน้อง มาจากโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือ โรค SLE

(6 ส.ค.62) จากกรณีที่ นางสาวสุนิสา หรือ น้องมิว นักเรียนชั้น ม.5 ซึ่งเสียชีวิตด้วยอาการ ติดเชื้อในกระแสเลือด ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบ แพทย์หญิง สุธาทิพย์ ลิ้มสวัสดิ์ แพทย์ชำนาญการ ด้านอายุรกรรม ซึ่งเป็นแพทย์ดูแลรักษาอาการน้องมิว ที่โรงพยาบาลวิเชียรบุรี เพื่อสอบถามถึงอาหารที่ทำการรักษาน้องมิว ทำให้ทราบว่า ทางโรงพยาบาลทำการรักษา น้องมิว 2 อาการ คือ โรคไข้เลือดออกกับโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือ โรค SLE หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “โรคพุ่มพวง” เพราะจากการตรวจภูมิคุ้มกันของน้องมิว ปรากฏว่ามีค่าภูมิคุ้มกันต่ำกว่าคนทั่วๆ และมีอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ โดยแพทย์ได้ให้ยารักษาตามอาการขั้นตอนทุกอย่าง

ส่วนอาการของโรคไข้เลือดออก ทางแพทย์หญิงสุธาทิพย์เอง ยืนยันกับทางผู้สื่อข่าวแล้วว่า น้องมิว ไม่ได้เป็นโรคไข้เลือดออก แต่ที่ต้องทำการรักษาอาการไข้เลือดออก ควบคู่ไปกับอาการภูมิคุ้มกันบกพร่องนั้น เพราะตอนเข้ามารับการรักษาครั้งแรก อาการของโรคทั้ง 2 จะดูคล้ายกัน แต่เมื่อตนเองทำการตรวจรักษาอย่างละเอียดแล้วจึงทราบถึงสาเหตุของโรคที่แท้จริงนั่นก็คือ โรค SLE ซึ่งมีผลทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และสาเหตุของการเสียชีวิต แพทย์ที่โรงพยาบาลพุทธชินราช บาคาร่า  พิษณุโลก ก็ยืนยันผลตรงกันแล้วว่าน้องเสียชีวิตจากกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบด้วยโรค SLE

ทางด้าน นายแพทย์ชัยวัฒน์ ทองไหม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยได้กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า ผู้เสียชีวิต มีโรคประจำตัวแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) ซึ่งน้องได้เกิดอาการกำเริบในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งอาจจะมีภาวะแทรกซ้อนของการติดเชื้อ จึงทำให้อาการกำเริบรุนแรงขึ้นจนทำให้อวัยวะภายในล้มเหลว ไม่ได้เกิดจากตามที่มีกระแสข่าวว่า เกิดจากหมัดแมวแต่อย่างใด ทั้งนี้ผู้เสียชีวิตได้เคยมีประวัติถูกแมวข่วนจึงเกรงว่าจะเป็นโรคกลัวน้ำ จึงได้มาฉีดวัคซีนจนครบเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งปัจจุบันตัวโรคนี้ไม่มีและไม่เกี่ยวกับการเสียชีวิตในครั้งนี้เช่นเดียวกัน

จึงสรุปได้ว่าการเสียชีวิตของน้องสุนิสา ในครั้งนี้ เกิดจากโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) หรือโรคพุ่มพวงกำเริบอย่างรุนแรง มีการติดเชื้อร่วมด้วย ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจล้มเหลวและอักเสบเฉียบพลัน สำหรับโรคไข้เลือดออกนั้น แพทย์จากโรงพยาบาลได้ทำการตรวจหาตั้งแต่วันแรกที่เข้ามารักษาคือวันที่ 31 ก.ค. 2562 ซึ่งก็ไม่พบเชื้อแต่อย่างใด

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวในตอนท้ายว่า หมัดแมวและหมัดหมานั้น ในทางการแพทย์ยังไม่พบผู้เสียชีวิตจากสองชนิดนี้ จะมีก็แค่แพ้เป็นผื่นคันลักษณะเดียวกับถูกยุงกัดซึ่งบางคนก็แพ้เป็นผื่นคัน แต่บางคนก็อาจจะไม่เป็นอะไร ที่ผ่านมาจะมีเพียงแต่หมัดหนูที่เป็นพาหะของโรคไข้กาฬโรค ในสมัยโบราณ ซึ่งในปัจจุบันไม่มีแล้ว

ส่วนเรื่องการที่น้องถูกหมัดแมวกัด จนมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด ทางแพทย์เองก็ไม่ได้ระบุถึงสาเหตุตรงนั้น แต่ทางญาติผู้เสียชีวิตอาจจะเข้าใจผิดไปเองว่าเกิดจากหมัดแมว ส่วนการติดเชื้อในกระแสเลือด ก็ยังระบุสาเหตุไม่ได้ คงต้องรอผลของการตรวจชิ้นเนื้ออีกครั้ง…

รวบเอเย่นต์ หลังบุกไปยิงพ่อค้ารายย่อย เพราะเบี้ยวค่ายา

รวบเอเย่นต์

รวบเอเย่นต์ หลังบุกไปยิงพ่อค้ารายย่อย เพราะเบี้ยวค่าย

กองปราบบุกตามรวบเอเย่นต์ ไล่ตามยิงสังหารพ่อค้ารายย่อยเสียชีวิต ปมเบี้ยวเงินค้ายานรก

พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.สั่งการ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก 5 บก.ป. พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย สว.กก.5 บก.ป.นำกำลังจับกุม

นายฉลองรัฐ หรือ เกมส์ อายุ 19 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ 208/2562 ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2562 ข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง ไว้ก่อน,

รวบเอเย่นต์ หลังบุกไปยิงพ่อค้ารายย่อย เพราะเบี้ยวค่าย

มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ,พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

ได้บริเวณบ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 5 ต.หนองบ่อ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง บาคาร่า

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง นายทิวา อายุ 23 ปี เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณ ถ.วิเศษ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต

เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจที่เกิดเหตุ พบว่าที่เอวของผู้เสียชีวิต มีอาวุธปืนลูกซองสั้นและยาบ้า 168 เม็ด กัญชา 1 แท่ง รถจักรยานยนต์อีก 1 คัน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติหมายจับศาลไว้ กระทั่งสืบทราบว่า นายฉลองรัฐ ได้หนีไปกบดานอยู่กับญาติที่ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง จึงได้จับกุมตัวมาสอบสวน

โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง สาเหตุเนื่องจากผู้ตายได้สั่งยาเสพติดจากตนไปจำหน่าย แต่เบี้ยวไม่ยอมจ่ายเงิน เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่ง สภ.ฉลอง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…