ยอมมอบตัว !! ปมแค้น ยิงดับ ผู้กองโย คาสนามกีฬา

ยอมมอบตัว

ยอมมอบตัว !! ปมแค้น ยิงดับ ผู้กองโย คาสนามกีฬา

ยอมมอบตัว / จากกรณีฆาตกรบุกยิง ร้อยตำรวจเอกสมพงษ์ สุดฉิม หรือ ผู้กองโย อายุ 33 ปี ตำแหน่ง รอง สว.(ไต่สวน) สภ.ที่นาโยง ช่วยราชการพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยยอด ด้วยอาวุธปืนจำพวกลูกบด ขนาด .38

ปริมาณ 2 นัดหมาย กระสุนเจาะเข้าบริเวณขมับขวาทะลุขมับซ้าย 1 นัดหมาย แล้วก็สะบักขวา กระสุนฝังใน  1 นัดหมาย จนกระทั่งบาดเจ็บอย่างหนัก ก่อนถูกนำตัวส่งโรงหมอห้วยยอด รวมทั้งเสียชีวิตในเวลาถัดมา ส่วนฆาตกรขับรถเก๋ง แบรนด์นิสสัน สีส้ม ทะเบียน กต8759 ตรัง หลบซ่อนไป จากที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ปัจจุบันวันที่ 16 มี.ค. พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบกรัมภ.จว.ตรัง เปิดเผยว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 15 มี.ค.ก่อนหน้านี้ นายอรุธ โพธิ์ถาวร อายุ 30 ปี ได้เดินทางมากับอาวุธปืนขนาด .38 รวมทั้งรถเก๋งคันที่ใช้ในการก่อเหตุ เข้ามามอบตัวกับตำรวจ พร้อมยอมรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือก่อเหตุจริง ซึ่งในเวลานี้อยู่ระหว่างการสอบสวน

พล.ต.ต.ถาวร กล่าวต่อว่าต่อขาน จากการไต่สวนพื้นฐาน คาดเกิดเรื่องรู้ผิด ฆาตกรอาจจะมีอารมณ์หึงในรูปแบบนี้ ซึ่งทาง ร.ต.อ.สมดงษ์เป็นผู้ที่ตั้งใจขยันทำงาน ทำให้เกิดความรู้สึกเสียดายที่แวดวงตำรวจจะต้องเสียบุคลากรที่ดี แต่ พวกเราจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งข้าราชการได้เชิญตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาไต่สวนเพิ่มเติมอีก ก่อนจะดำเนินการตามกฎหมายถัดไป…

มาเต็มรูปแบบ !! ไลฟ์สดขายยาไอซ์-ยาบ้าในโซเชียล อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

มาเต็มรูปแบบ

มาเต็มรูปแบบ !! ไลฟ์สดขายยาไอซ์-ยาบ้าในโซเชียล อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

วันที่ 12 มี.ค. 2563 ผู้รายงานข่าวได้รับแจ้งจาก ตำรวจปปส.ภูธร จังหวัดอุดรธานี ว่า มีชายคนหนึ่งได้ โพสต์ขายยา ม้าไอซ์ แล้วก็ยาขยันลงขายในโซเซียล มาเต็มรูปแบบ โดยยิ่งไปกว่านั้นในเพจซื้อขายของชื่อดังใน จังหวัดอุดรธานี โดยมีผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊กชื่อว่า “Sarayoot Adsanddance” แล้วก็ใช้อีกชื่อว่า “ตัวเล็กตัวใหญ่ยาบ้ายาไอซ์” ได้ไลฟ์สดเป็นภาพยาบ้าใส่อยู่ถุงพลาสติกสีน้ำเงิน รวมทั้งมียาไอซ์ใส่ในถุงพลาสติกใส่ พร้อมด้วยโชว์จำนวนน้ำหนักของยาไอซ์ให้มอง พร้อมพูดว่า “พอใจทักมา” ทั้งนี้ ถึงกับต้องตกตะลึง ด้วยเหตุว่ามีผู้กดชื่นชอบรวมทั้งผู้ติดตามเพจนี้เป็นพันๆคนเลยทีเดียว

ในเวลาเดียวกันนี้ ชายคนดังกล่าวยังได้โพสต์ยาขยันรวมทั้งยาไอซ์ในเพจข่าวสารของอุดรฯ อีกหลายห้อง สร้างความตะลึงงันให้กับคนธรรมดาทั่วไปที่เข้าไปมองอย่างยิ่ง โดยในโพสต์ของคนที่ใครๆก็รู้จักกล่าวยังบอกอีกว่า อันละ 150 บาท ต่างจังหวัดส่ง…แถมยังบอกอีกว่า “พบของที่หลักกิโล เลยเก็บมาขาย เพจนี้มีคนติดยาไหม จะขายให้ถูกๆอยากได้เงินใช้” โดยมีคนไปแสดงความคิดเห็นจำนวนหลายชิ้น บ้างก็กล่าวว่า ฮาร์ดคอร์มาก ขายกันอย่างงี้เลยหรอ!!!

เวลาที่ พันตำรวจโทอรรคพล ยี่เกาะ สว.สส.ภ.จ.อุดรธานี พูดว่า ภายหลังมีคนโพสต์ขายยาบ้ายาไอซ์ในโซเชียลอย่างไม่กลัวข้อบังคับ ในเวลานี้ตำรวจจะได้รีบสอบสวนหาตัวฆาตกรมาดำเนินคดีโดยด่วนต่อไป…

ศึกสายเลือด น้องฆ่าพี่ โกรธแค้นถูกด่าทอไอ้ลูกทรพี ผูกใจแค้นเผาบ้านทำแม่ตาย

ศึกสายเลือด น้องฆ่าพี่

น้องฆ่าพี่ แค้นที่ถูกด่า ไอ้ลูกทรพี เผาบ้านหวังฆ่าพี่ชาย

ในที่สุดกลายเป็นแม่


ศึกสายเลือด น้องฆ่าพี่ ขวดเบียร์ 7 ขวดและก็ตามด้วย ไม้หน้าสามรัวตีหัว ตายคามือ ปมโกรธแค้นสะสมมานาน ถูกทำร้ายร่างกายบ่อยๆ แถมโดนด่าทอ ไอ้ลูกทรพี ผูกใจแค้นเคยก่อไฟเผาบ้านหวังฆ่าพี่ชายขี้เมาหยำเป แต่ว่าในที่สุดกลายเป็นแม่ที่นอนป่วยไข้ถูกไฟคลอกตายทั้งเป็น

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 10 มีนาคม63 ที่ห้องประชุม ศปก.สภ.เพ็ญ จังหวัดอุดรธานี พลตำรวจตรีนันทชาติ ศุภมงคล ผบกรัมภ.จังหวัดอุดรธานี พันตำรวจเอกสรรธาน อินทรจักร รอง ผบก.ภ.จังหวัดอุดรธานี พันตำรวจเอกชลิต ศรีหานู ผู้กำกับการสภ.เพ็ญ แล้วก็ตำรวจชุดสอบสวนร่วมกันจับตัวแล้วก็สอบสวน นายถนอม ชุมเสน อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 334 มัธยม9 บ้านยามกาน้อย ตำบลบ้านธาตุ อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี ในข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พร้อมหลักฐานไม้หน้าสาม ความยาว 80 ซม.

ดังนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 22.17 น. วันที่ 9 มี.ค. ก่อนหน้านี้ ระหว่างที่ ร้อยตำรวจเอกสิทธศาตร์ มูลมานัส รอง สว.(สอบปากคำ) สภ.เพ็ญ ทำหน้าที่อยู่บนโรงพัก รับแจ้งจาก นายบุญตอม ทองเพ็ญ อายุ 50 ปี ผู้ใหญ่บ้าน มัธยม9 บ้านยามกาน้อย ว่ามีเหตุน้องชายใช้ขวดเบียร์ขวดเหล้าแล้วก็ไม้หน้าสามตีหัว นายหนูกัน ชุมเสน อายุ 45 ปี พี่ชาย เสียชีวิตอยู่รอบๆหลังบ้านข้างห้องสุขา บ้านเลขที่ 334 มัธยม9 ตำบลบ้านธาตุ อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี ข้างหลังก่อเหตุนายถนอม ชุมเสน อายุ 35 ปี ผู้ต้องหารวมทั้งเป็นน้องชายแท้ๆของผู้เสียชีวิต ได้ปั่นจักรยานมามอบตัวกับผู้ใหญ่บ้าน ให้ช่วยแจ้งตำรวจมาคุมตัวไปฟ้องโดยชอบด้วยกฎหมาย

ศึกสายเลือด น้องฆ่าพี่

ก็เลยรายงานให้หัวหน้ารับรู้ ก่อนออกไปสำรวจพร้อมกับตำรวจสอบสวน รวมทั้งตำรวจคุ้มครองป้องกันแล้วก็ล้มล้าง เจอศพคนตายนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด รอบๆทั่วหัวถูกตีด้วยของแข็งจนกระทั่งเหลว กะโหลกศีรษะแตก มันสมองไหลท่วมทั่วพื้น ข้างศพเจอขวดสุราเบียร์แตกกระจัดกระจายปริมาณหลายขวด แล้วก็ไม้หน้าสามเปรอะเลือด ก่อนคุมตัวนายถนอม ชุมเสน พร้อมหลักฐานที่ใช้ก่อเหตุมาทำการสืบสวนที่สถานีตำรวจ ส่วนศพคนเสียชีวิตมอบให้สมัครใจช่วยเหลือมูลนิธิความรู้ธรรมสถานที่ จุด อำเภอเพ็ญ นำศพไปรักษาไว้ที่ โรงพยาบาลเพ็ญ ก่อนมอบศพให้พี่น้องไปบำเพ็ญกุสลตามประเพณี

พลตำรวจตรีนันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จังหวัดอุดรธานี กล่าวมาว่า จากการสืบสวน นายถนอม ชุมเสน ผู้ต้องหา ให้การยอมรับว่า เป็นคนลงมือฆ่าพี่ชายของตัวเองจริง โดยใช้ขวดเบียร์แล้วก็ขวดสุราตีหัวพี่ชายจนถึงขวดแตกทั้งผองรวม 7 ขวด ก่อนเดินเข้าไปในบ้านเอาไม้หน้าสามมาตีหัวพี่ชายแบบไม่ยั้งนับครั้งไม่ถ้วน จนกระทั่งสมองไหลท่วมพื้นเสียชีวิตคาที่ ปัจจัยคนเสียชีวิตซึ่งเป็นพี่ชายเวลาเมาเหล้าชอบดุด่าผู้ต้องหาซึ่งเป็นน้องชายว่า “ไอ้ลูกไม่สำนึกในบุญคุณ” รวมทั้งถูกใจหาเรื่องต่อยทำร้ายร่างกายอยู่เป็นประจำ และก็น้องชายเป็นข้างแพ้ทุกหน บางครั้งบางคราวถึงกับขนาดถูกตีจนกระทั่งสลบ ทำให้เก็บความโกรธแค้นสะสม ประกอบกับผู้ต้องหามีประวัติการดูแลรักษาจิตเวชเมื่อราวๆ 8 ปีให้หลัง จากการต่อว่าดเสพยาขยันอย่างมากแล้วก็ติดเหล้า ทำให้จิตจิตหลอนกลัวคนมาทำร้าย

ส่วนปมสังหารพี่ชายอย่างใจร้าย เป็นผลมาจากความแค้นสะสมมาตั้งแต่เมื่อตอนกลางวันของวันที่ 18 ม.ย. 2555 ถูกคนเสียชีวิตไล่ออกจากบ้านรวมทั้งถูกผู้เสียชีวิตปองร้าย ผู้ต้องหาเลยออกไปดื่มเหล้าแล้วก็เสพยาบ้า ทั้งๆที่ยังอยู่ระหว่างการดูแลรักษาจิตเวช เพื่อย้อมใจกลับมาเผาบ้านของตัวเอง ขณะแม่นอนเจ็บไข้อยู่ในบ้าน รวมทั้งถูกไฟเผาตายทั้งเป็นด้านในภาย แต่ว่าเจตนาที่จริงจริงเป็นจะเผาบ้านฆ่าพี่ชาย มีความคิดว่าพี่ชายนอนเมาแอ๋หลับอยู่ในบ้าน ก็เลยเกิดเรื่องราวทำให้คนตายผูกใจแค้นมาตลอด และชอบด่าทอทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาประจำ

ศึกสายเลือด น้องฆ่าพี่

จนกระทั่งเมื่อคืนมีบุญประจำปีของหมู่บ้าน เป็นบุญเดือนสี่ ผู้ต้องหากลับมาบ้านมองเห็นพี่ชายนั่งอยู่ข้างหลังบ้านมีลักษณะอาการเมาเหล้า ถ้าหากไม่เมาก็ไม่มาคุยกันดีๆด้วยเหตุว่าอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน พร้อมทั้งตะโกนร้องบอกน้องชายว่า “เอ็งมาแล้วหรอไอ้ลูกทรพี เดี๋ยววันนี้กูจัดมึงให้หนัก” พร้อมด้วยขว้างขวดเหล้าขาวถูกหัวน้องชายรอบๆท้ายทอย น้องชายก็เลยกระโดดถีบไป 2 ครั้ง

คนตายเมาหนักก็เลยเสียหลักล้มลง ก่อนถูกน้องชายจับแขนเหวี่ยงใส่กำแพงห้องส้วมข้างหลังบ้านจนถึงสลบ ต่อจากนั้นน้องชายได้ใช้ขวดเหล้าขาวตีหัวพี่ชายไปหลายหน ขวดแตกไปทั้งปวง 7 ขวด แล้วก็วิ่งเข้าไปในบ้านนำไม้หน้าสามในบ้านที่จัดแจงไว้ป้องกันภัย ตีหัวพี่ชายซ้ำจนถึงมันสมองไหลเสียชีวิต ต่อจากนั้นผู้ต้องหาได้ขี่จักรยานไปมอบตัวกับผู้ใหญ่บ้าน และก็รู้สึกเศร้าบางส่วนในสิ่งที่ตนทำต่อพี่ชาย กลับรู้สึกหมดกังวลที่ได้พิจารณาคดีโกรธแค้นที่สะสมมานาน ก่อนควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำสารภาพในจุดเกิดเหตุ ที่มีราษฎรรวมทั้งพี่น้องคนเสียชีวิตมายืนมอง รวมถึงลูกชายของคนตายที่พยายามจะเดินเข้าไปทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา แม้กระนั้นตำรวจได้วางแนวป้องกันรวมทั้งพูดจาขอความร่วมมือไว้ และไม่เห็นด้วยไหว้และไม่ยกโทษผู้ต้องหาที่เป็นอาของตน

นายบุญตอม ทองเพ็ญ ผู้ใหญ่บ้าน เผยออกมาว่า ญาติพี่น้องสองคนมีปัญหาทะเลาะกันอยู่เป็นประจำ กระทั่งชาวบ้านเอือมสุดจะทน ส่วนต้นเหตุเกิดเรื่องเก่าที่น้องชายเคยก่อเหตุเผาบ้านตนเองจนถึงทำให้แม่เสียชีวิตในกองไฟ โดยพี่ชายซึ่งเป็นคนเสียชีวิตโทษว่าเป็นความไม่ถูกของน้องชาย และก็เวลาเมาสุราชอบมาทำร้ายร่างกายน้องชายอยู่ประจำ เนื่องจากว่าน้องชายจะไปแจ้งตนเมื่อใดก็ตามถูกพี่ชายปองร้าย รวมทั้งด่ากล่าวหาเป็นลูกทรพี จนถึงครั้งนี้ซึ่งมีบุญประจำหมู่บ้าน คนเสียชีวิตคงจะกินเหล้ามากมายทำให้เสียทีน้องชาย ถูกทำร้ายร่างกายคืนจนเสียชีวิตในที่สุด

ศึกสายเลือด น้องฆ่าพี่

นายพรชัย ชุมเสน อายุ 39 ปี น้องชายคนตายแล้วก็เป็นพี่ชายผู้ต้องหา กล่าวมาว่า ตนรับมิได้ที่น้องชายคนเล็กที่ลงมือฆ่าพี่ชายแท้ๆของตัวเองอย่างใจร้าย และไม่ยอมให้อภัยถัดไปอีกแล้ว ต่อให้มีอาการเจ็บป่วยจิตเวชศาสตร์ก็ตาม ด้วยเหตุว่าเคยยกโทษมาแล้วบ่อย ถึงแม้ว่าจะตัวเองที่สร้างบ้านให้อยู่กับพี่ชาย หวังว่าลูกพี่ลูกน้องจะลืมเรื่องก่อนหน้านี้ จากสถานะการณ์ที่น้องชายก่อไฟเผาบ้านตนเองจนแม่ที่นอนป่วยไข้อยู่ในบ้านเสียชีวิต

ก่อนเกิดเหตุคืนวันที่ 8 มี.ค. เมียตนฝันว่าหลังคาบ้านพังถล่ม รวมทั้งตากระตุๆกราวกับจะบอกเหตุร้ายล่วงหน้า ตอนกลางวันตนก็เห็นอีกาบินวนในหมู่บ้านหลายตัว รวมทั้งมีความรู้สึกว่าจะมีคนภายในหมู่บ้านป่วยไข้เสียชีวิต โดยไม่คิดเลยว่าจะมาเกิดเหตุเสียใจกับญาติพี่น้องของตัวเอง เพราะว่าครั้งใดก็ตามมีอีกาบินวนรอบหมู่บ้าน ต้องมีผู้ตายทุกคราว พี่ชายคนกลาง กล่าวทิ้งท้ายในที่สุด.

 

แหล่งที่มา.. mitratranjaya.com

ทนาย พา เอ๋ ปารีณา มอบตัว ปทส.รุกป่าทำฟาร์มไก่ เปิดเผยคดี เดิมพันสูง

เอ๋ ปารีณา

เอ๋ ปารีณา ไกรคุปต์  ทนายพรรคพลังประชารัฐ พา ส.ส.ราชบุรี พบพนักงานสอบสวน รับทราบข้อกล่าวหา รุกล้ำป่าสงวนฯ กรณีถือครองที่ดินเขาสนฟาร์ม เจ้าตัวบอกไม่กังวล ส่วนทนายความเปิดเผยค่อนข้างจะน่าวิตกกังวล เนื่องจากว่าคดีมีเดิมพันสูง..

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 มี.ค. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติรวมทั้งสภาพแวดล้อม (บก.ปทส.) นางสาวขว้างรีณา ไกรคุปต์ ส.ส.จังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (ปทส.) พร้อม นายทศพล เพ็งส้ม ทนายพรรคฯ ไปพบ พลตำรวจตรีวิวัฒน์ ชัยสังฆะ ผบกรัมปทส.รวมทั้ง พันตำรวจโทประดิษฐ์ ชาวพงษ์ สว.(สอบปากคำ) กก.5 บก.ปทส.เพื่อรับรู้ข้อกล่าวหารุกล้ำป่าสงวนแห่งชาติ กรณีครองที่ดินเขาสนฟาร์ม รุกล้ำป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี กว่า 40 ไร่ และก็รุกล้ำเขตป่าไม้ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ปี 2484 รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 46 ไร่เศษ ที่เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้แจ้งเหตุไว้

นางสาวปารีณา บอกว่า วันนี้ได้มาพบพนักงานสอบสวนดังที่มีหมายเรียกให้ไปพบภายในวันพรุ่ง เดี๋ยวนี้ไม่มีข้อกังวลใจอะไรก็ตามส่วนเนื้อหาต่างๆขอให้นายทศพล เป็นคนอธิบาย

นายทศพล เปิดเผยว่า ช่วงนี้ไม่รู้จักว่าพนักงานสอบสวนแจ่มแจ้งข้อกล่าวหาใด พื้นฐานจะยื่นคำให้การเป็นเอกสาร ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุได้สนทนากับ น.ส.ปารีณา ในการเตรียมเอกสารรวมทั้งหลักฐานต่างๆมาตลอด เนื่องจากคดีนี้มีความประณีตบรรจง ออกจะน่ากังวลด้วยเหตุว่าคดีนี้มีพนันสูง แม้กระนั้นรับรองเชื่อมั่นในหลักฐานที่มีอยู่แล้ว เพราะว่าขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมปรากฏตามหลักฐาน ไม่ใช่คนพูด ถัดจากนี้ยังจำต้องใช้เวลาเก็บหลักฐานอีกนาน เนื่องจากว่าเรื่องมันผ่านมานานกว่า 20 ปีแล้ว

ด้าน พันตำรวจโทประดิษฐ์ ชาวพงษ์ สว.(สอบปากคำ) กก.5 บก.ปทส.บอกว่า ผู้ต้องหามาเข้ามอบตัวตามหมายเรียกที่กรมป่าไม้แจ้งเหตุไว้ ก่อนปล่อยตัวไป ภายหลังจากนี้จะรวบรวมหลักฐานฟ้องตามกฎหมายต่อไป.

 

แหล่งที่มา.. teuscherfashionisland.com

ไล่ออก รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา ตั้งแก๊งอุ้มรีด แลกเปลี่ยนกับอิสรภาพ

ไล่ออก รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา

ไล่ออก รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา รวมหัวตำรวจบ้าน ตั้งกลุ่มอุ้มรีดประชาชน เพื่อแลกเปลี่ยนกับอิสระ พร้อมมีคำสั่งให้ออกจากราชการ ดำเนินคดีอาญา ระเบียบเด็ดขาด

ตอนวันที่ 8 มีนาคม63 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตำรวจ) พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองผู้ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยถึงกรณีการบุกจับ ‘ร้อยตำรวจเอก’ หน้าโรงพัก ร่วม 4 ตำรวจบ้าน อุ้มเหยื่อเข้าเซฟเฮาส์ไถเงิน-ปลดทรัพย์แลกเปลี่ยนอิสระ” ในพื้นที่ สภ.เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.เมืองพัทยา ว่า สืบไปจากในกรณีที่มีผู้เสียหาย เป็นชายอายุ 22 ปี ได้มาแจ้งเหตุร้องเรียนต่อพนักงานที่ทำหน้าที่สอบสวนว่า ตอนวันที่ 26 เดือนกุมภาพันธ์63 เวลาโดยประมาณ 21.30 น. ตนกับหญิงสาวอายุ 20 ปี ได้ขับขี่รถยนต์มาหยุดรอบๆหน้าร้านค้าสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ถนนชัยพฤกษ์ หมู่ 12 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ต่อจากนั้นได้มีกลุ่มชายหลายนายเข้ามาแสดงตัวและก็ร่วมทำตรวจหาตัวและก็ค้นรถยนต์ของผู้เสียหาย โดยแจ้งว่าเป็นชุดทำลายล้างความประพฤติข้อผิดพลาดเกี่ยวกับสารเสพติด โดยมีการเรียกสินทรัพย์เพื่อแลกเปลี่ยนกับการปล่อยตัวไม่ฟ้องตามกฎหมาย

ดังนี้ การสืบสวนสอบสวนขยายผลรู้ดีว่า กลุ่มผู้ต้องหาที่เกี่ยวสำหรับในการทำไม่ดีในช่วงเวลานี้เจอ 6 ราย เป็น 1.นายธันยกร โบศรี, 2.นายสุริยง อ่อนหมื่นไวย, 3.นายสุทธิพงศ์ หวังแก้ว, 4.ร้อยตำรวจเอกวุฒิกรณ์ ปลอดโปร่ง รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา, 5.นายสีหรัตน์ รัตนวิจิตร, 6.นายฉลุย แสนฟู

โดยเจ้าหน้าที่สอบสวนได้ขออนุญาตศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งยัง 6 ราย ในข้อกล่าวหา ซ่องโจร, ด้วยกันกรรโชกทรัพย์, ด้วยกันข่มขืนใจคนอื่นๆให้ทำการใด ไม่ทำการใด หรือจำนนต่อสิ่งใด โดยการทำให้กลัวว่าจะมีอันตรายต่อความอิสระ, ด้วยกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักคุมคนอื่นหรือปฏิบัติด้วยอย่างใดให้คนอื่นๆไม่มีความอิสระภายในร่างกาย

ถัดมาตอนวันที่ 7 เดือนมีนาคม63 เวลาโดยประมาณ 03.00 น. ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เจอผู้ต้องหา 5 ราย ที่ สภ.เมืองพัทยา และก็ได้กระทำการได้จับตัวผู้ต้องหาตามหมายจับดังที่กล่าวมาแล้วนำส่งพนักงานที่ทำหน้าที่ด้านการสอบสวนฟ้องโดยชอบด้วยกฎหมาย ในส่วนอีกรายอยู่ระหว่างการออกติดตามจับตัวมาดำเนินคดีโดยชอบด้วยกฎหมาย โดย พลตำรวจตรีประการ ประต้อง ผบกรัมภ.จว.จังหวัดชลบุรี จะมีคำสั่งตั้งผู้ตัดสินสอบสวนวินัยร้ายแรง พร้อมมีคำสั่งให้ตำรวจรายดังที่กล่าวถึงแล้วที่เกี่ยวพันกับพฤติกรรมข้อผิดพลาดออกมาจากราชการไว้ก่อนแล้ว แล้วก็ฟ้องร้องคดีอาญาและก็ทางระเบียบอย่างเด็ด
ขาดตามลำดับต่อไป

รองผู้ประกาศ ตำรวจ กล่าวต่อว่าต่อขาน ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่ง ปลดออก ไล่ออก ตำรวจที่ไปกระทำความผิดกฎหมายตลอดมา ไม่มีการคุ้มครองป้องกันหรือให้การช่วยเหลืออยู่แล้วดังนี้ พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บังคับบัญชาตำรวจ ได้สั่งย้ำให้ฟ้องอย่างไม่อ้อมค้อม รีบกระทำการสอบสวนขยายผลจับตัวคนที่ส่งเสริมหรือที่อยู่เบื้องหลังทั้งผอง ซึ่งเกิดเรื่องเป็นที่ยอมรับมิได้ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแม้กระนั้นกระทำผิดกฎหมายเสียเอง เรื่องแบบนี้จำต้องถูกฟ้องร้องคดีทางระเบียบและก็อาญาโดยเด็ดขาด ไม่ปลดปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสียหายชื่อเสียงของหน่วยงาน รวมทั้งขอการันตีว่าจะไม่มีการคุ้มครองป้องกันตำรวจที่ทำผิดกฎหมายอย่างไม่ต้องสงสัย จำต้องต้องโทษมากยิ่งกว่าบุคคลปกติ

ซึ่งก่อนหน้าที่ผ่านมาได้มีข้อออกคำสั่งกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้กระทำความผิดกฎหมายหรือเข้าไปเกี่ยวพันกับของผิดกฎหมายเสียเอง โดยเฉพาะ ห้ามไปเกี่ยวเนื่องกับสารเสพติด ทั้งยังได้มอบแนวนโยบายสำหรับเพื่อการวิเคราะห์ตำรวจเพื่อไม่ให้ไปข้องแวะในเรื่องของสิ่งเสพติดอยู่แล้ว เป็นต้นว่า แผนการตำรวจสีขาว และก็ตามคำสั่ง ตำรวจ ที่ 1212/2537 ให้ผู้บัญชาการสอดส่องความประพฤติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด อีกทั้งในเวลาราชการรวมทั้งนอกราชการ ซึ่งอาจมีการกระทำเข้าไปเกี่ยวกับกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าปล่อยปละละเลยก็จะพิจารณาโทษผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องตามลำดับชั้น.

แหล่งที่มา.. mitratranjaya.com

จยย ชนขอบสะพานยูเทิร์นพัฒนาการตัดใหม่ ร่างตกกระเเทกพื้นดับ 2

จยย ชนขอบสะพานยูเทิร์นพัฒนาการตัดใหม่

จยย ชนขอบสะพานยูเทิร์นพัฒนาการตัดใหม่ มุ่งหน้า อ่อนนุช-ลาดกระบัง ร่างกระเด็นกระเเทกพื้นซีเมนต์ เสียชีวิตทั้งสอง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 มีนาคม63 พันตำรวจตรีธีวร์ราธิป ชูดวง สว.(สอบปากคำ) สถานีตำรวจประเวศ รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์เสียหลักชนขอบสะพาน รวมทั้งตกลงมาเสียชีวิต ที่สะพานกลับรถความก้าวหน้าตัดใหม่ มุ่งหน้า อ่อนนุช-ลาดกระบัง ตำบลและเขตประเวศ จังหวัดกรุงเทพ ก็เลยรุดไปตรวจตราพร้อมตำรวจจราจร สถานีตำรวจประเวศ หมอสถาบันนิติเวชฯ โรงพยาบาลตำรวจ และก็เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

จุดเกิดเหตุบนสะพานดังกล่าวข้างต้น เจอรถมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้าเวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน 5 กณ 1492 จังหวัดกรุงเทพ สภาพด้านข้างมีรอยถลอกปอกเปิก ล้มคว่ำอยู่ รวมทั้งที่ขอบราวสะพานมีร่องรอยการเช็ดกเฉี่ยวชน โดยคนขับขี่แล้วก็คนนั่งซ้อนท้ายพบว่ากระเด็นตกจากบนสะพานลงไปเสียชีวิตที่ข้างล่าง ซึ่งเป็นลานกีฬาสารพัดประโยชน์ ก็เลยลงไปตรวจสอบพบเสียชีวิต 2 ราย เป็น นายกอง ขัท อายุ 24 ปี ชาวเมียนมา คนขับขี่ รวมทั้งนายติ๊บ กองสิน อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47/1/216 เซลเซียสพหลโยธิน 52 ตำบลคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร เป็นคนนั่งซ้อนท้าย นอนเสียชีวิตจมกองเลือด แขนขาหักผิดรูปผิดร่าง ทางตำรวจก็เลยเก็บเป็นหลักฐานก่อนนำศพส่งพิสูจน์สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ

สอบปากคำ นายไกรสอน ไชยะสาน ผู้เห็นเหตุการณ์ชาวลาว ให้การว่า ตนได้ขับขี่รถตามหลังคันที่เกิดอุบัติเหตุ โดยขับขี่รถห่างจากรถยนต์คันเกิดเหตุราว 20 เมตร ได้มองเห็นรถยนต์คันดังที่กล่าวถึงมาแล้วอยู่ๆก็เสียหลัก รถยนต์กระเเทกกับแผงกันตก ส่วนผู้ขับและก็คนซ้อนร่างตกลงจากสะพานกลับรถลงไปกระเเทกกับพื้นซีเมนต์ รวมทั้งเสียชีวิตในจุดเกิดเหตุทั้งสอง

พื้นฐานทางตำรวจคาดคะเนว่า รถมอเตอร์ไซค์คันดังที่กล่าวผ่านมาแล้วเสียหลักล้ม ส่งผลให้ทั้งคู่คนตกจากสะพานกลับรถรวมทั้งเสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ ภายหลังจากนี้จะกระทำการไต่สวนให้ถี่ถ้วน ตลอดจนรอผลทางนิติเวชเพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริง ก่อนมอบศพให้เครือญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาถัดไป.

 

แหล่งที่มา.. mitratranjaya.com

ตำรวจอ่าวนาง ส่งศพเมียหมอสวีเดนไปชันสูตรละเอียดหาเงื่อนตาย เจอเชือกหาย 12 เมตร

เมียหมอสวีเดน

ตำรวจอ่าวนาง ส่งศพสาวไทย เมียหมอสวีเดน ไป โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ผ่าชันสูตรหาเงื่อนการเสียชีวิตอย่างละเอียด พบร่องรอยโทรชักชวนเพื่อนไปไต่ผาด้วยก่อนจะเป็นศพ ตรวจเชือกถูกเอาทิ้ง 12 เมตร พร้อมเช็กละเอียดไปถึงสัญญาประกันชีวิต

จากกรณี นางสาวนันทวัน เฟรยา บริสุทธิ์ อายุ 55 ปี หญิงคนไทย ซึ่งมีผัวเป็นหมออยู่ที่ประเทศสวีเดน เดินทางมาท่องเที่ยว จังหวัดกระบี่ แล้วไปป่ายปีนผา ก่อนที่จะตกลงมาเสียชีวิตจากความสูงกว่า 20 เมตร รอบๆเขาโต๊ะหลวง กลุ่ม 1 บ้านพลี ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ โดยศพที่ถูกเจอเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำลงยิ่งกว่า 18 ชั่วโมง พื้นฐานตำรวจยังไม่ปักใจมั่นใจว่าเป็นอุบัติเหตุ

เนื่องมาจากจุดเกิดเหตุมีพยานวัตถุหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นข้อพิรุธ ซึ่งตำรวจเรียกตัวหมอชาวประเทศสวีเดน ผัวของคนตาย รวมทั้งพี่น้องๆมาสอบปากคำแล้ว แม้กระนั้นเครือญาติไม่พึงใจต้นสายปลายเหตุการเสียชีวิต มั่นใจว่าเป็นอุบัติเหตุนั้น

เมียหมอสวีเดน

ความก้าวหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 มีนาคม พันตำรวจโทสมพร ทิพย์อาภากุล รอง ผู้กำกับการสส.สภ.อ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ ประสานให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา นำศพของ นางสาวนันทวัน ซึ่งรักษาอยู่ โรงพยาบาลกระบี่ ส่งไปผ่าพิสูจน์หามูลเหตุการเสียชีวิตที่ แผนกนิติวิทยาศาสตร์ รพ.สุราษฎร์ธานี จังหวัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื่องมาจากศพของคนเสียชีวิต ทางหมอ โรงพยาบาลกระบี่ ยังไม่อาจจะเจาะจงปัจจัยการเสียชีวิตได้ เนื่องจากว่ารอยแผลที่เจอเรียกตัวของคนตาย เป็นรอยแผลที่ไม่อาจจะชี้ได้ว่าเป็นรอยแผลที่ทำให้เสียชีวิต โดยคาดว่าผลของการตรวจผ่าพิสูจน์จะรู้ด้านใน 24 ชั่วโมง

ช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่สอบสวนคดีนี้ ได้เชิญ นายสมยศ ทองแก้ว ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ และก็เป็นครูฝึกการปีนเขาหินในพื้นที่ จังหวัดกระบี่ มาสอบปากคำ เพื่อขอข้อมูลสำหรับการป่ายปีนหน้าผา

นายสมยศ นำคลิปวิดีโอแสดงการปีนหน้าผามามอบให้กับตำรวจไว้เป็นข้อมูล โดยคลิปนายสมตำแหน่ง มอบให้กับตำรวจ จะมองเห็นได้ว่าผู้กระทำหน้าที่เป็นบัดดี้ จะยืนอยู่ข้างล่าง รอหย่อนยานเชือกให้ผู้ไต่ไปเรื่อยในตอนขาลง ส่วนกรณีผู้เสียชีวิตไม่ใส่รองเท้านั้น มีความน่าจะเป็นไปได้กรณีนักกีฬาปีนเขากำลังกลับลงมาบนพื้น บางบุคคลบางทีก็อาจจะถอดรองเท้าออก เพราะเหตุว่ารองเท้าสำหรับไต่เขาจะบีบเท้าตลอดระยะเวลา แม้ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ นักกีฬาปีนเขาบางบุคคลก็จะถอดออกตอนขาลง นอกนั้นตำรวจยังนำเชือกที่ผู้เสียชีวิตใช้มาตรวจทาน

ครูฝึกการปีนหน้าผา บอกว่า ธรรมดาเชือกป่ายปีนหน้าผาตามมาตรฐานควรมีความยาว 60 เมตร เพื่อใช้สำหรับไต่ในระดับความสูงราว 30 เมตร แต่ว่าเมื่อตรวจตราเชือกของผู้เสียชีวิตเจอมีความยาวเพียงแค่ 48 เมตร ถูกตัดทิ้งไป 12 เมตร ก็เลยมีความน่าจะเป็นไปได้ว่าคนเสียชีวิต บางครั้งก็อาจจะถือเอาเชือกไปใช้ป่ายปีนโดยไม่เคยทราบว่าเชือกถูกเอาทิ้ง เมื่อไต่ขึ้นไประดับความสูงเกินความยาวเชือก ทำให้เพื่อนพ้องที่ปฏิบัติหน้าที่ดึงรั้งอยู่ด้านล่างพลาดปลดปล่อยเชือกหลุดมือ จนถึงบางทีอาจจะส่งผลให้คนเสียชีวิตตกลงมาตายได้

ด้าน พันตำรวจโทสมพร บอกว่า ช่วงนี้ทางตำรวจยังไม่ฟันธงว่าเป็นอุบัติเหตุ หากแม้เครือญาติจะไม่พึงใจ เนื่องจากว่ามีหลายหัวข้อที่ยังไม่อาจจะหาข้อมูลมาชี้แจงลบล้างได้ ประกอบกับเมื่อตำรวจได้ข้อมูลหัวข้อการป่ายปีนเขาหินของผู้ที่มีความเชี่ยวชาญมาประกอบ ยิ่งทำให้เชื่อได้ได้ว่าอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีคนอีก 1 คน มาด้วยกันกับคนตาย ตนก็เลยออกคำสั่งให้ชุดสอบสวนไล่ไทม์ไลน์ ตั้งแต่ผู้เสียชีวิตออกมาจากบ้าน กระทั่งไปถึงจุดเกิดเหตุ

เมียหมอสวีเดน

โดยคาดว่าคนตายบางทีอาจจะไปปีนป่ายผาในช่วง 15.00-16.00 น. ในวันที่ 2 มี.ค. รวมถึงรีบตรวจทานภาพกล้องวงจรปิดตามทางจากที่พักคนเสียชีวิตไปยังจุดเกิดเหตุ เพื่อหาดูว่าผู้เสียชีวิตไปเพียงผู้เดียว หรือมีเพื่อนพ้องไปด้วย

ยิ่งกว่านั้นได้ส่งโทรศัพท์คนตายไปตรวจดูบันทึกการโทรออก ว่ามีการโทรศัพท์หาใครกันแน่บ้างก่อนเกิดเหตุ พื้นฐานเจอข้อมูลว่าผู้เสียชีวิตโทรศัพท์หาเพื่อนฝูงคนหนึ่ง เพื่อเชิญชวนไปเป็นเพื่อนไต่ผาด้วยกัน ส่วนเพื่อนฝูงจะไปด้วยหรือเปล่า ชุดสอบปากคำกำลังพิจารณาข้อมูล ซึ่งข้อมูลดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วแสดงให้เห็นว่าคนเสียชีวิตไม่น่าจะไต่ผาด้วยตัวผู้เดียว ส่วนข้อมูลของผัวผู้เสียชีวิต ที่อ้างถึงว่าวันที่ 2 เดือนมีนาคม เดินทางไปอ่าวไร่เลย์ เพื่อไปปีนป่ายหน้าผานั้น ตำรวจกำลังตรวจทานว่าเดินทางไปใช่หรือไม่

รอง ผู้กำกับการสส.สภ.อ่าวนาง กล่าวอีกว่า นอกนั้นชุดสอบสวนยังประสานไปยังบริษัทประกันแห่งหนึ่งของประเทศสวีเดน เพื่อขอข้อมูลการทำประกันชีวิตของผู้เสียชีวิตทั้งสิ้นมาวิเคราะห์ โดยพื้นฐานทราบดีว่าคนตายทำสัญญาประกันชีวิตไว้ และก็มีอาชีพเป็นหัวหน้าฝ่ายโภชนาการของ โรงพยาบาลในประเทศประเทศสวีเดน ซึ่งเป็นโรงหมอที่เดียวกับ นายบาเยิร์น มิคาเอล อัลเบอร์ อายุ 65 ปี ผัวที่มีอาชีพเป็นหมอดำเนินงานอยู่ด้วย

ในส่วนของตัวผัว แล้วก็เครือญาติผู้เสียชีวิต ช่วงนี้ยังพักอยู่ภายในเขตพื้นที่ จังหวัดกระบี่ เพื่อคอยให้มีการผ่าพิสูจน์ศพเสร็จ รวมทั้งจะนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนา ก่อนที่จะมีระบุเดินทางกลับประเทศในวันที่ 6 เดือนมีนาคมนี้.

 

แหล่งที่มา.. mitratranjaya.com

พี่ชาย บรรยิน เรืออากาศเอกจักรวาล พบกองปราบ ให้ข้อมูลสำคัญ เงื่อนยืมรถยนต์

พี่ชาย บรรยิน

พี่ชาย บรรยิน เรืออากาศเอกจักรวาล พบตำรวจกองปราบ ให้ข้อมูลสำคัญเป็นคนยืมรถยนต์ที่ใช้อุ้มพี่ชายผู้พิพากษาที่หน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ พร้อมขอความยุติธรรมสังคม ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวเนื่องในคดี

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 มีนาคม63 ที่ กองควบคุมกำจัด (บก.ป.) เรืออากาศเอกจักรวาล ตั้งภากรณ์ พี่ชายของ พันตำรวจโทบรรยิน ตั้งภากรณ์ ผู้ต้องหาในคดีร่วมกับพวกรวม 6 คน อุ้มฆ่าเผานั่งยาง นายวีรชัย ศกุนตะดีที่สุด พี่ชายผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ เดินทางเข้าหา พันตำรวจเอกเอนก เตาสุภาพ รองผบก.ป.รวมทั้ง พันตำรวจเอกสัณห์เพ็ชร หนูทอง ผู้กำกับการกลุ่มงานสอบสวน บก.ป. เพื่อคำให้การตามหมายเรียกในคดีดังที่กล่าวมาแล้ว

ดังนี้เจ้าหน้าที่ตั้งประเด็นซักถามในเรื่องที่มาของรถยนต์โตโยต้า สปอร์ตไรเดอร์ ที่ พันตำรวจโทบรรยิน นำมาใช้อุ้มตัวนายวีรชัย ซึ่งเรืออากาศเอกจักรวาลไปยืมรถยนต์คันดังที่กล่าวมาข้างต้นมาจาก พันตำรวจโทประเสริฐ ผลประสาร รองผู้กำกับการ(สส.) สภ.สามง่าม จังหวัดพิจิตร ก่อนที่จะ พันตำรวจโทบรรยิน จะเอาไปใช้งานอุ้มฆ่าดังที่กล่าวมาข้างต้น

เรืออากาศเอกจักรวาล กล่าวก่อนให้คำให้การพนักงานสอบสวนกองปราบว่า การเข้าหาตำรวจคราวนี้ไม่ทราบสึกลำบากใจอะไร มั่นใจว่าสามารถอธิบายได้ทุกหัวข้อ ดังนี้สารภาพว่ารถยนต์โตโยต้า สปอร์ตไรเดอร์ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เป็นรถยนต์ที่ตนเคยใช้ประโยชน์งานจริง โดยรถยนต์คันนี้เป็นของตำรวจนายหนึ่งใน จังหวัดพิจิตร ที่ตนรู้จักส่วนตัวเป็นผู้ครอบครอง ถูกใช้ประโยชน์สำหรับเพื่อการหาเสียงสมัครลงคะแนนเสียงเมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ แม้ พันตำรวจโทบรรยิน ใช้ประโยชน์จริง คงจะไปขอยืมมากมายจากกลุ่มออกหาเสียงของตัวเอง การันตีว่าตนไม่เคยทราบเรื่องที่ พันตำรวจโทบรรยิน นำรถยนต์คันนี้ไปใช้ก่อเหตุ อย่างไรก็ดี ขอรับรองว่าไม่มีส่วนทราบเหตุการณ์กับหัวข้อนี้อะไร

ด้าน พันตำรวจเอกเอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป.พูดว่า จากการสอบสวนทางที่มาที่ไปของรถยนต์ มีหลักฐานกระจ่างแจ้งว่า เรืออากาศเอกจักรวาล เป็นผู้ขอยืมรถยนต์คันนี้ด้วยตัวเองก่อนวันที่เกิดเหตุ สำหรับในการสอบปากคำจะเน้นไปที่เหตุผล และก็เหตุจำเป็นสำหรับในการนำรถยนต์คันนี้ไปใช้งาน ก่อนที่จะพิเคราะห์ว่าจะฟ้องร้องกับเรืออากาศเอกจักรวาลด้วยหรือเปล่า นอกเหนือจากนั้นยังมี นางวราภรณ์ ตั้งดวงอาทิตย์ณ์ เมียของ

พันตำรวจโทบรรยิน ที่เจ้าหน้าที่สอบสวนกองปราบนัดพบให้มาเจอในวันที่ 9 มี.ค.นี้ เพื่อซักถามความเกี่ยวพันกับการมีไว้ในครอบครองที่ดิน ใน จังหวัดนครสวรรค์ จุดที่เผาปิดบังศพนายวีรชัย อีกด้วย

ถัดมาเวลา 12.00 น. ภายหลังเสร็จการเข้าให้คำให้การกับพนักงานที่มีหน้าที่สอบสวนแล้วนั้น เรืออากาศเอกจักรวาล ได้ออกมากล่าวมาว่า ยังคงการันตีไม่เกี่ยวข้องกับการอุ้มฆ่าพี่ชายตุลาการ ส่วนรถยนต์คันดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นยืมมาตั้งแต่เมื่อปี 2561 แล้ว เพื่อนำมาใช้เพื่อสำหรับการเดินสายหาเสียงของตนรวมทั้งลูกชายของ พันตำรวจโทบรรยิน ซึ่งมีการหมุนวนกันเอาไปใช้ในกลุ่มเดินสายหาเสียง เมื่อเสร็จสมบูรณ์ภารกิจ ไม่เคยรู้ว่าคณะทำงานนำรถยนต์คันนี้ไปให้ผู้ใดกันแน่ใช้บ้าง พร้อมขอความยุติธรรมให้สังคมรู้เรื่องเพราะ ตนไม่มีส่วนเกี่ยวเนื่องกับหัวข้อนี้ แล้วก็ขอให้ความมั่นใจและความเชื่อมั่นสำหรับเพื่อการไต่สวนของกองล้มล้าง.

 

แหล่งที่มา.. svetogama.net

อัจฉริยะ ร้องผบช.น.สอบเอาผิด 3 ดีเอสไอ คดี ธวัชชัย อนุกูล ผูกคอคาห้องขัง

ธวัชชัย อนุกูล

ธวัชชัย อนุกูล ผูกคอคาห้องขัง อัจฉริยะ ร้องผบช.น.สอบเอาผิด 3 ดีเอสไอ

ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นเรื่องผบช.น. เอาผิด 3 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่อยู่กับ “ธวัชชัย อนุกูล” สมัยก่อนที่ดินอำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงาในวันที่เกิดเหตุเจอ ผูกคอคาห้องขัง ชี้ก่อนหน้าที่ผ่านมาไม่เคยถูกตั้งผู้ตัดสินสอบ

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 มีนาคม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำหนังสือพร้อมเอกสารเข้ายื่นต่อ พลตำรวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.เพื่อขอให้ตั้งคณะทำงานสอบสวนสอบความเป็นจริง ในการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ปริมาณ 3 คน ที่ปรากฏหลักฐานว่าอยู่กับนายเครื่องหมายชัย สงเคราะห์ สมัยก่อนข้าราชการที่ดินอำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ที่เสียชีวิตในห้องควบคุมดีเอสไอ เมื่อปี 2559 ในขณะที่นายเครื่องหมายชัย ถูกนำตัวมาสอบปากคำในคดีออกโฉนดที่ดินโดยไม่ถูกต้องฯ ในจังหวัดพังงา โดยมีพลตำรวจตรีสุคุณ พรหมายน รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานสอบปากคำ เป็นผู้รับมอบ

นายอัจฉริยะ กล่าวมาว่า ก่อนหน้าที่ผ่านมา ดีเอสไอ ไม่เคยเอาจริงเอาจังสำหรับในการสอบปากคำเรื่องนี้ โดยไม่มีการตั้งผู้ตัดสินสอบปากคำข้าราชการดีเอสไอ ทั้งยัง 3 คน ด้วยเหตุนั้น ตนก็เลยอยากได้ให้ผู้บังคับบัญชาตำรวจนครบาล ตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนข้อพิสูจน์ เพื่อปฏิบัติการโดยชอบด้วยกฎหมาย

ดังนี้ คดีนี้ น้องชายของผู้ตายได้มอบหมายและก็แต่งทนายให้รับผิดชอบเร่งรัดคดี เป็นการดำเนินการที่แยกกันคนละส่วน รู้มาว่า น้องชายของคนตายจัดเตรียมยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันแล้วก็ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. สำรวจความจริงกับคนที่มีความเกี่ยวข้องกับคดี

ด้าน พลตำรวจตรีสุคุณ เผยออกมาว่า จะรับหนังสือไว้ แล้วจะพรีเซนเทชั่นต่อ พลตำรวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เพื่อพิเคราะห์จัดการตามลำดับต่อไป

สำหรับ นายเครื่องหมายชัย ถูกข้าราชการ ดีเอสไอ จับตัวช่วงวันที่ 29 เดือนสิงหาคม2559 ในคดีที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ขอให้ ดีเอสไอ ดำเนินงานกับเจ้าหน้าที่รัฐที่รุกล้ำอุทยานแห่งชาติ มีการออกเอกสารสิทธิโดยไม่ถูกต้องที่จังหวัดภูเก็ตรวมทั้งจังหวัดพังงา กว่า 1 พันแปลง มีมูลค่านับหมื่นล้านบาท ซึ่งดีเอสไอได้นำตัวมาควบคุมที่คุกรอบๆชั้น 6 ตึกดีเอสไอ จนกระทั่งเจอนายเครื่องหมายชัยใช้ถุงเท้าผูกคอตนเอง ก็เลยนำตัวส่งโรงหมอมงกุฎวัฒนะ แล้วก็เสียชีวิตในเวลาถัดมา แล้วก็ศาลอาญามีคำสั่งว่า นายเครื่องหมายชัย เสียชีวิตจากการเช็ดกของแข็งไม่มีคมชนตับแตก

 

แหล่งที่มา.. mitratranjaya.com

ตำรวจไทยพลิกแผ่นดินล่า 4 คนร้ายฆ่ายัดกระเป๋าหนุ่มจีน หลังหลบไปฝั่งประเทศพม่า

ฆ่ายัดกระเป๋าหนุ่มจีน

รอง ผบช.ภ.6 เปิดเผย เจ้าหน้าที่รีบล่าตัว 4 ผู้ต้องหาในคดี ฆ่ายัดกระเป๋าหนุ่มจีน ทิ้งแม่น้ำปิง หลังรู้ว่า หนีไปฝั่งเมียนมา รีบผสาน ตำรวจเมียวดี ช่วยติดตามตัวจับส่งตัวกลับมาดำเนินคดีที่ไทยอย่างเร็ว

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 เดือนมีนาคม63 ที่ห้องที่ใช้ในการประชุม สภ.แม่ใส่ จังหวัดตาก พลตำรวจตรีดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ รอง ผบช.ภ.6 เดินทางมาสัมมนาคณะทำงานติดตามตัวคนร้ายคนจีน 4 คน ฆ่าเพื่อนฝูงชาติเดียวกันยัดกระสอบทิ้งน้ำที่ จังหวัดกำแพงเพชร ที่ถูกศาลจังหวัดจังหวัดกำแพงเพชรออกหมายจับ 1.Gin Miao นายจินเซิน อายุ 31 ปี 2.Xiao Xiangyu นายเซียว เซี่ยงอี่ อายุ 26 ปี 3.Fan Ganggang นายฟาน กังกัง อายุ 24 ปี 4.Hu Zhengxiong นายหูเจิ้นสง อายุ 23 ปี

ซึ่งทั้งสิ้นเป็นชายคนจีน กระทำผิดฐาน “ด้วยกันฆ่าคนอื่นๆโดยตรึกตรองไว้ก่อน โดยการทรมาทรกรรมหรือโดยกระทำทารุณเหี้ยมโหด ด้วยกันหน่วงเหนี่ยวหรือคุมขังคนอื่นๆหรือปฏิบัติด้วยอย่างไรให้คนอื่นๆไม่มีความอิสระภายในร่างกาย ส่งผลให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวคุมขังหรือจำต้องไม่มีความอิสระภายในร่างกายนั้น ถึงแก่ชีวิต, ด้วยกันซ่อนเร้นอำพรางย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปกปิดการเสียชีวิตหรือเหตุที่การถึงแก่กรรม โดยไม่ให้ผู้รายงานข่าวเข้าฟัง

ต่อจากนั้น พลตำรวจตรีดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ รอง ผบช.ภ.6 เผยออกมาว่า วันนี้เดินทางมาติดต่อประสานงานการต่อว่าดเรียกตัวผู้ร้าย ซึ่งทำเป็นขั้นตอนที่มีข่าวสารว่าหลบซ่อนไปฝั่ง จังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา

โดยในท้องที่ จังหวัดตาก มอบหมายให้ พันตำรวจเอกสุทธิดงษ์ เป็กทองคำ รอง ผบกรัมภ.จังหวัดตาก และก็ พันตำรวจเอกภูเขาเบศ แสงสว่างแพรวพราว ผู้กำกับการสภ.แม่ใส่ กองตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจกองปราบ ด้วยกันติดตามตัว จะมีการติดต่อประสานงานกับตำรวจ จังหวัดเมียวดี สำหรับในการติดตามตัวเพื่อจะให้จับตัวได้อย่างรวดเร็ว.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1784305