ผู้ต้องขัง คุกพิเศษกรุงเทพ ร่วมแคมเปญ เสียงปรบมือคือกำลังใจ ถึงทีมหมอสู้ โควิด

ผู้ต้องขัง
ผู้ต้องขัง ร่วมแคมเปญ เสียงปรบมือคือกำลังใจ ถึงทีมหมอสู้ โควิด

ผู้ต้องขัง / จากกรณีโซเชียลมีเดียผุดแคมเปญ “เสียงปรบมือคือกำลังใจ” ซึ่งมีการ นัดปรบมือ เป็นเวลา 5 นาทีที่ระเบียงบ้าน หน้าบ้าน ในบ้าน หรือจากที่ไหนก็ได้ เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณแล้วก็ให้กำลังใจบุคลากรด้านการแพทย์ โดยเริ่มเวลา 20.00 น.ของวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา

ซึ่งแคมเปญดังที่ได้กล่าวมาแล้วได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยมีผู้คนจากหลากหลายอาชีพ รวมทั้งเหล่านักแสดง ศิลปิน รวมทั้งคนมีชื่อเสียงจากวงการต่างๆร่วมปรบมือรวมทั้งอัดคลิปโพสต์ลงอินสตาแกรม เฟซบุ๊ก และก็ทวิตเตอร์ เพื่อเป็นการให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ทางด้านการแพทย์

ผบ.คุกพิเศษกรุงเทพ เผยเสียงปรบมือจากคนคุก
นอกจากนี้ นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ยังได้โพสต์คลิปผู้ต้องขังสวมหน้ากากอนามัยภายในเรือนนอนของเรือนจำพิเศษกรุงเทพที่ได้ร่วมกันปรบมือเพื่อให้กำลังใจแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกคนที่เป็นด่านแรกในการต่อสู้กับโควิด-19

โดย นายกฤช ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “เสียงปรบมือจากคนคุก ส่งออกมาให้กำลังใจคุณหมอ คุณพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน ที่เสียสละเพื่อพี่น้องร่วมชาติของเรา”…

คนแรกในจังหวัด !! ชายวัย 58 ป่วยโควิดรายแรกของ จว. ติดจากเวทีลุมพินี

คนแรกในจังหวัด

คนแรกในจังหวัด !! ชายวัย 58 ป่วยโควิดรายแรกของ จว. ติดจากเวทีลุมพินี

คนแรกในจังหวัด -วันที่ 25 มี.ค. นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าอยุธยา ออกประกาศอย่างเป็นทางการ ระบุชัดว่า เจอคนไข้ติดโรคโควิด-19 นับว่าเป็น คนป่วยรายแรก ของจังหวัดแล้ว โดยเป็นเพศชาย อายุ 58 ปี มีบ้านเกิดอยู่ในเขต อ.มหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีประวัติดำเนินงานใกล้กับชิดกับคนเจ็บโควิด-19 กรณีติดโรคจากสนามมวยลุมพินี

โดยผู้ป่วยรายนี้เข้ารับการตรวจครั้งแรก ที่สถาบันบำราศนราดูร เมื่อวันที่ 23 มี.ค. จากนั้นเดินทางกลับบ้านพักใน อ.มหาราช และผลตรวจยืนยันซ้ำ พบว่าชายอายุ 58 ปีคนนี้ ได้ติดเชื้อแน่นอน ล่าสุดได้มีการส่งตัวเข้ารับการรักษา ที่โรงพยาบาลบำราศนราดูร เรียบร้อยแล้ว

ส่วนผลการสอบสวนโรค พบว่าผู้ป่วยรายนี้ เริ่มมีอาการป่วยจริง ตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค. และเริ่มกักตัวอยู่ในบ้านเพราะสุ่มเสี่ยง แต่พบว่าในบ้านมีผู้อยู่อาศัยรวมกันหลายคน ขณะนี้จึงให้กักตัวผู้อยู่ในบ้านทั้งหมดอีก 14 วัน

อ่วมแน่ !! กรมอุตุฯ เตือนพายุฤดูร้อน 49จว. พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง

อ่วมแน่

อ่วมแน่ !! กรมอุตุฯ เตือนพายุฤดูร้อน 49จว. พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง

อ่วมแน่ / วันที่ 20 มีนาคม อต. พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทย ตอนบนมีอากาศร้อนโดยปกติ และก็มีลมพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าร้อง ลมกระโชกแรง รวมทั้งลูกเห็บตกบางพื้นที่

ในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก แล้วก็ภาคกลาง และจ.กรุงเทพฯรวมทั้งปริมณฑล

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าร้อง และก็ลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น โดยเลี่ยงการอยู่ในที่โล่ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งก่อสร้าง รวมทั้งป้ายที่ใช้สำหรับโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับ

เกษตรกรควรจะเตรียมการป้องกัน รวมทั้งระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 04.00 น. หย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ประกอบกับคลื่นอากาศในกระแสลมฝ่ายตะวันตกจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาค ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น สำหรับภาคใต้มีลมตะวันออกพัดปกคลุม

ฝุ่นละอองขนาดเล็กในระยะนี้ ลมใต้ และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีกำลังอ่อน ทำให้มีการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันลดลง ส่วนภาคเหนือตอนบนอากาศลอยตัวขึ้นได้ไม่ดีในตอนเช้า ทำให้มีการสะสมฝุ่นละออง/หมอกควันมีการสะสมมาก ส่วนมากทางตอนบนของภาค

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น.ของวันนี้ ถึงเวลา 06.00 น.ของวันที่ 21 มี.ค.นี้

  • ภาคเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุตรดิตถ์ น่าน สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 18-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส
    ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี หนองบัวลำภู นครพนม สกลนคร มุกดาหาร ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
  • ภาคกลาง อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี สระบุรี ลพบุรี อ่างทอง ชัยนาท นครสวรรค์ และอุทัยธานี กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
  • ภาคตะวันออก มีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ อุณหภูมิต่ำสุด 21-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) เมฆบางส่วน กับมีฝนบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

หนุ่มไทยกลับจากสเปน มาถึงไร้คนตรวจ เดินออกสนามบินชิลๆ 5-6 ร้อยคน

มาถึงไร้คนตรวจ

หนุ่มไทยกลับจากสเปน มาถึงไร้คนตรวจ เดินออกสนามบินชิลๆ 5-6 ร้อยคน

โควิด-19 ช่วงวันที่ 18 มี.ค. จากในกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง มาถึงไร้คนตรวจ ได้โพสต์เนื้อความ โดยมีเนื้อหาถึงการทีเจ้าตัวเดินทางกลับจาก บาร์เซโลน่า สเปน 1 ในประเทศที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อยู่ขณะนี้ ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยระบุดังต่อไปนี้

ก่อนที่ผมจะบินกลับจากบาร์เซโลน่า ผมได้รับข้อมูลมากมายจากหลายๆคนว่า ผมจะต้องโดนตรวจร่างกายอย่างเข้มงวดตอนมาถึงเมืองไทย หรือผมอาจจะต้องโดนกักตัว ถ้าเกิดตรวจเจอเชื้ออะไรบางอย่างในร่างกาย และผมก็เตรียมใจไว้แล้วด้วยถ้าจะต้องโดนกักตัว

ผมมาที่สนามบินบาร์เซโลน่าตอนเช้ามืด และโดนตรวจร่างกายอย่างเข้มข้นก่อนขึ้นเครื่อง ทำให้เที่ยวบินล่าช้าไป 2 ชั่วโมง ผมมาต่อเครื่องที่อาบูดาบี (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) ก็ต้องเดินผ่าน 3 ขั้นตอนในการตรวจร่างกายก่อนขึ้นเครื่อง

จนผมบินมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ผมเดินลงจากเครื่องตอน 6 โมงเช้า เดินผ่านตม. ไปยืนรอรับกระเป๋าพร้อมกันกับนักเดินทาง 5-6 ร้อยคน ที่บินมากับสายการบินอื่น ๆ 2-3 ลำ ที่บินลงในเวลาไล่เลี่ยกับผม

เมื่อได้กระเป๋าผม รวมทั้งอีก 5-6 ร้อยคนในขณะนั้น ก็เดินออกไปต่างประเทศสนามบิน โดยที่ไม่ได้เจอะเจอกับเจ้าหน้าที่แมวน้ำอะไรใดๆที่จะมาตรวจร่างกายเลยแม้แต่นิดเดียว

ผมขอโทษครับ !! เด็กแว้น ทำผู้ป่วยเสียชีวิต เหตุขี่รถขวาง เผยไม่รู้มีรถตามหลัง

ผมขอโทษครับ

ผมขอโทษครับ !! เด็กแว้น ทำผู้ป่วยเสียชีวิต เหตุขี่รถขวาง เผยไม่รู้มีรถตามหลัง

ผมขอโทษครับพบตัวแล้ว! เด็กแว้น ขี่ขวางรถกู้ภัย ทำผู้เจ็บป่วยเสียชีวิต เปิดเผยไม่รู้เรื่องมีรถตามหลังมา ขออภัยครอบครัวคนเสียชีวิตด้วย แจงปมขับขวาง
จากกรณีโซเชียลเน็ตเวิร์คมีการแชร์ภาพเด็กแว้นคนหนึ่งขับ รถจักรยานยนต์ ขวางรถยนต์กู้ภัยปรากฏชัดหนองคาย รอบๆถนนมิตรภาพหนองคาย-จังหวัดอุดรธานี หน้าห้างแมคโคร ขณะรีบนำผู้เจ็บป่วยอาการหนักที่บ้านคำโป้งส่งโรงพยาบาลหนองคาย จนส่งผลให้คนไข้เสียชีวิต ซึ่งเหตุดังที่กล่าวถึงแล้วเกิดขึ้นเมื่อตอนเช้าวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา จากที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 18 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งเป็นเด็กแว้นที่ปรากฏในภาพขับรถจักรยานยนต์ขวางรถกู้ภัยประจักษ์หนองคาย ได้โพสต์ข้อความถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “ผมขอโทษไปยังญาติผู้เสียชีวิตนะครับ คือผมไม่ได้ตั้งใจไม่หลบรถกู้ภัยนะครับ คือผมไม่รู้จริง ๆ ครับว่ามีรถกู้ภัยตามหลังมา เพราะไม่ได้ยินเสียงรถกู้ภัย คือผมจะยูเทิร์นกลับรถ ผมก็เลยรีบไปแล้วผมไม่รู้ว่ากู้ภัยตามหลังมา ผมขอโทษไปยังญาติผู้เสียชีวิตด้วยนะครับ”

นอกจากนี้ ยังโพสต์ข้อความอีกด้วยว่า “อันนี้ผมก็ฝากแชร์ไปยังญาติผู้เสียชีวิตด้วยนะครับ” โดยมีผู้เข้าไปวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของเด็กแว้นรายเป็นจำนวนมาก…

ดวงไฟปริศนา !!ชาวบ้านบุกพิสูจน์ “ผีกระสือ”หลังลูกหมูป่าหาย

ดวงไฟปริศนา

ดวงไฟปริศนา !!ชาวบ้านบุกพิสูจน์ “ผีกระสือ”หลังลูกหมูป่าหาย

ดวงไฟปริศนา / เมื่อเวลา 03.20 น. วันที่ 14 มี.ค. ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ปราจีนบุรี เดินทางลงพื้นที่หมู่บ้านว่านเหลือง หมู่ 2 ต.นาดี อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เพื่อร่วมพิสูจน์ดวงไฟปริศนา

ซึ่งมีผู้โพสต์ว่าพบเห็นในหมู่บ้านหนองกระเบา ม.3 ตำบลลาดตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี และก็ที่หมู่บ้านบ้านว่านเหลือง หมู่ 2 ตำบลท้องนาดี อำเภอทุ่งนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่ง2หมู่บ้านนี้ อยู่ห่างกันคนละอำเภอ ราว 50 กิโลเมตรเศษ โดยคืนเดียวกับที่มีคนพบเจอดวงไฟแปลกในพื้นที่ อำเภอกบินทร์บุรี พร้อมด้วย ลูกหมูป่า (โทน)แรกคลอดหายไปจากเล้า แล้วก็ยังมีนักเรียนผู้หญิงวัย 9 ขวบเศษใช้มือถือถ่ายรูปแสงไฟดวงดังกล่าวไว้ได้ ดังที่เสนออย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านั้น

โดยได้พบกลุ่มเด็กวัยรุ่นกลุ่มใหญ่เกือบ 10 คน พากันขับขี่ซ้อนรถจยย.จับกลุ่มคอยดักพิสูจน์แสงไฟประหลาดที่ชาวบ้านเห็น และลูกหมูป่า(โทน)หายไป โดยคาดว่าเป็นผีกระสือ หรือ ผีปอบ ในหมู่บ้านตลอดทั้งคืน ท่ามกลางหมาเห่าเสียงขรม

เมื่อสอบถามได้ความว่า พากันมาดักเฝ้าดูเนื่องจากต้องการพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง หลังจากเห็นในคลิปที่เด็กหญิงวัย 9 ขวบถ่ายภาพแสงประหลาดเอาไว้ได้ โดยหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นยืนยันว่า ในคืนวันที่ลูกหมูป่า(โทน)หายไปนั้น พวกตนนั่งเล่นโทรศัพท์กันอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้ามกับบ้านที่เลี้ยงหมูป่า ได้ยินเสียงหมูร้องลั่น คิดว่าพวกมันหยอกกัน จนรุ่งเช้าจึงทราบว่าลูกหมูป่า(โทน)หายไปพร้อมกับมีเด็กหญิงที่บ้านอยู่ใกล้ๆ กันกับเล้าหมู ถ่ายภาพแสงประหลาดดวงนั้นไว้ได้

แต่คืนนี้เหมือกับแสงประหลาดจะหยั่งรู้ว่ามีคนดักเฝ้าดู ตลอดทั้งคืนจึงไม่ออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย

ด้านนางจ่อย เลิศล้ำ อายุ 63 ปี เลขที่ 2 หมู่ 2 ต.นาดี อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เจ้าของลูกหมูที่หายไปกล่าวว่า เลี้ยงหมูป่าไว้ และคลอดลูกออกมา 1 ตัวเป็นลูกโทนประมาณ 7 วัน ในคืนวันเกิดเหตุช่วงกลางดึกของวันที่ 11 มี.ค. หมูป่าได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย

โดยคอกที่ขังหมูป่า-ลูกหมู ยังอยู่ปกติ ภายหลังที่มีเด็กหญิงวัย 9 ปีบ้านอยู่ตรงกันข้ามกันถ่ายรูปแสงไฟแปลกไว้ได้พอดี พร้อมๆเพื่อนบ้านได้ยินเสียงลูกหมูในเล้าร้องเสียงโหยหวนก่อนหายไปในเวลาเช้า

ในอดีตอาจมีเรื่องแสงประหลาด แต่ในตอนนี้แสงสว่างหรือดวงไฟประหลาดไม่มีให้มองเห็น มามีคนเห็นพร้อมเกิดเรื่องราวลูกหมูป่า(โทน)หายไป กระทั่งผู้สื่อข่าวมากันตลอดทั้งวันก็ครั้งนี้ ในเรื่องความศรัทธาว่าเป็นกระสือ หรือไม่นั้น แม้ไม่เชื่อ ตนเองก็ไม่เคยลบหลู่ในเรื่องเล้นลับนี้

แหล่งที่มา www.khaosod.co.th…

รายที่ 5 เหยื่อ ยาดองสูตรลุงนัท เสียชีวิตแล้ว

เสียชีวิตแล้ว

เสียชีวิตแล้ว รายที่ 5

เหยื่อรายที่ 5 ที่เคยดื่ม “ยาดองลุงนัท” สูตรนรกเรียกพี่ รากสามสิบผสมคางคก เสียชีวิตแล้ว ญาติระบุ แพทย์เขียน
เสียชีวิตเพราะยาดองเหล้ามีสารเมทานอล

เสียชีวิตแล้ว

เหยื่อ ยาดองสูตรลุงนัท เสียชีวิตแล้ว

โดยก่อนหน้านี้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วทั้งหมด 4 คน ประกอบไปด้วย นายวินัย พรมศรี นายประหยัด พันธ์เมือง นางจู สัตตะ
วาศ และนายพระรถ หาญสุโพธิ์ โดยศพ นางสาวบุญเรือง การมีกำหนดสวดพระอภิธรรม 2 คืน แล้วเผาวันที่ 30 พ.ย. 62 เวลา 16.00 น.นี้

นางพวงทิพย์ ชูศรี อายุ 51 ปี ลูกสาวผู้ตาย กล่าวว่า อยากให้ตำรวจจับกุม นายนัฏฐ์ภณ เจ้าของยาดองเหล้ามาดำเนินคดีโดยเร็ว มีคนที่ดื่มยาดองเหล้าสูตรพิสดารตายไปรวม 5 คนแล้ว แต่การติดตามจับกุมตัว นายนัฏฐ์ภณ ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ส่วนการเสียชีวิตของแม่นั้น แพทย์ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เสียชีวิตเพราะยาดองเหล้ามีสารเมทานอล

อาสาสมัครดับเพลิง วัย 19 ปี ถูกจับกุมข้อหาวางเพลิงในป่า ออสเตรเลีย

อาสาสมัครดับเพลิง

อาสาสมัครดับเพลิง ชาวออสเตรเลีย ถูกจับกุมข้อหาวางเพลิงในป่าออสเตรเลีย กว่า 7 จุด

อาสาสมัครดับเพลิง

วันที่ 28 พ.ย. 2562 อาสาสมัครดับเพลิงชาวออสเตรเลีย ถูกจับกุมข้อหาวางเพลิงโดยเจตนา 7 จุดภายในช่วงเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นต้นเหตุภาวะฉุกเฉินด้านไฟป่าร้ายแรงในออสเตรเลีย

ตำรวจออสเตรเลียเผยว่าอาสาสมัครดับเพลิงคนหนึ่งได้ลอบวางเพลิงในป่าช่วงเย็นวันอังคารที่ผ่านมา (26 พ.ย.2562) ก่อนจะกลับไปยังที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในฐานะอาสาสมัครดับเพลิง และหลังจากนั้นไม่นานก็ถูกตำรวจเข้าจับกุม

อาสาคนดังกล่าวเป็นชายวัย 19 ปี ซึ่งเป็นสมาชิกของหน่วยดับเพลิงชนบทรัฐนิวเซาท์เวลส์ ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้วางเพลิง 7 จุดในพื้นที่เบกาแวลลีย์ ทางตอนใต้ของรัฐนิวเซาท์เวลส์

ต่อมาช่วงเย็นวันอังคารที่ผ่านมา (26 พ.ย.) ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบกิจกรรมที่น่าสงสัยเกี่ยวกับไฟป่า ได้พบชายคนหนึ่งที่คาดว่าเป็นผู้ก่อเหตุอยู่ในพื้นที่ป่าไกลห่างผู้คน และหลังจากนั้นไม่นานก็เกิดไฟป่าขึ้นในบริเวณเดียวกัน

อาสาฯคนดังกล่าวถูกจับกุมที่ด่านนอกของหน่วยดับเพลิงชนบทรัฐนิวเซาท์เวลส์ และนำตัวไปขึ้นศาล ด้วย 7 ข้อหา เกี่ยวกับการเป็นต้นเหตุของไฟป่าและการไม่ไตร่ตรองจนทำให้ไฟลุกลาม

อาสาสมัครดับเพลิง

เชน ฟิตซ์ซิมมอนส์ กรรมาธิการหน่วยงานกล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยถูกปลดออกจากการเป็นสมาชิกอาสาสมัครดับเพลิงแล้ว

ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เหล่านักดับเพลิงต่างมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและเสี่ยงอันตรายอย่างมาก สมาชิกของเราจึงมีสิทธิ์ที่จะไม่พอใจที่การกระทำของบุคคลหนึ่งคนจะทำลายชื่อเสียงและแรงกายแรงใจของผู้คนมากมาย” การวางเพลิงเป็นอาชญากรรมที่อันตรายอย่างยิ่ง ไม่มีสังคมใดยอมรับการกระทำนี้ได้ แน่นอนว่าหน่วยงานและสมาชิกของเราก็เช่นกัน

ร้องเอาผิดตำรวจ สน.บางเสาธง หลังติดคุกฟรี 7 เดือน หลังถูกกล่าวหา เป็นคนร้ายวิ่งราวเพชรมูลค่า 15.8 ล้านบาท

พ่อค้าไก่ย่าง ถูกกล่าวหา ฉกเพชร มูลค่า 15.8 ล้านบาท ร้องกองปราบเอาผิดเจ้าของเพชร-ตำรวจโรงพักบางเสาธง หลังสิ้นอิสรภาพนานถึง 7 เดือน 10 วัน ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว
วันที่ 27 พ.ย.62 ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายพิสิษฐ์ หรือแดง สุวรรณพิมพ์ อายุ 50 ปี พ่อค้าไก่ย่าง น.ส.ดารีวรรณ พ่อวงค์ อายุ 49 ปี ภรรยา พร้อมทนายความ เข้าพบ พ.ต.ต.ทรงพล หมอกกลั่น สว.สอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อแจ้งความเอาผิดกับบริษัทกาแล็คซี่ ไดมอนด์ จำกัด น.ส.บุญญรัตน์ รัศมีสุขานนท์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเสาธง ในข้อหาแจ้งความเท็จจนได้รับโทษทางคดีอาญา และเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หลังนายพิสิษฐ์ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนร้ายวิ่งราวเพชรมูลค่า 15.8 ล้านบาท จนต้องโทษจำคุกอยู่ในเรือนจำเป็นเวลากว่าร่วม 7 เดือน 10 วัน ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งยกฟ้อง โดยนำหลักฐานเป็นเอกสารคำตัดสินในคดีดังกล่าวของศาลมามอบให้กับพนักงานสอบสวนพิจารณา

ล้านบาท

ร้องเอาผิดตำรวจ สน.บางเสาธง หลังติดคุกฟรี 7 เดือน

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า เมื่อเดือน ก.พ. 2560 ตนเองได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเสาธง จับกุมที่บ้านพัก โดยบอกว่า ตนเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีวิ่งราวเพชรมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2559 มีบริษัทกาแล็คซี่ น.ส.บุญญรัตน์ เป็นผู้แจ้งความไว้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพาไปที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นครพนม ทำร้ายร่างกายบังคับให้ยอมรับสารภาพและบอกที่ซ่อนเพชร แต่ด้วยความที่ตนไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว จึงได้ตอบปฏิเสธกลับไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตนส่งต่อให้กับพนักงานสอบสวน สน.บางเสาธง แจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมาย จนต้องถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำถึง 7 เดือน 10 วัน ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ต่อมาได้นำเรื่องเข้าร้องเรียนยังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อให้ช่วยเหลือทางคดี จนมีการสืบหาพยานหลักฐานมาหักล้างและยืนยันว่าตนเป็นแพะ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว จนกระทั่งเมื่อปี 2561 ศาลได้มีคำสั่งยกฟ้องและเป็นอันสิ้นสุดทางคดี นอกจากนี้ตนยังแปลกใจว่าภายหลังสิ้นสุดคดีทำไมบริษัทกาแล็คซี่ น.ส.บุญญรัตน์ เจ้าของเพชรถึงไม่ได้สนใจที่จะตามหาตัวคนร้ายตัวจริง ตลอดระยะเวลาที่ต้องเป็นแพะทางคดี ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดนสังคมตราหน้าว่าเป็นขี้คุก ลูกโดนเพื่อนล้อเลียน ทั้งยังกลายเป็นหนี้สินกว่า 6 แสนบาท

“ที่ผ่านมามีเพียงเงินเยียวยาช่วยเหลือจากกระทรวงยุติธรรม 1 แสนบาท ส่วนคู่กรณีที่กล่าวหานั้นไม่มีแม้แต่จะมาสนใจหรือคำขอโทษ ในวันนี้จึงได้ตัดสินใจมาที่กองปราบเพื่อนแจ้งความเอาผิดกับบุคคลเหล่านี้ที่ทำให้ตนต้องกลายเป็นแพะทั้งที่ตนไม่ได้ทำความผิด”

ด้านพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องสอบปากคำนายพิสิษฐ์ เพื่อนำไปพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐาน ก่อนจะส่งต่อให้กับผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

แม่ทนไม่ไหว แจ้งจับลูกชายตัวเอง เสพยาจนคลั่ง ขู่ฆ่าแม่ เผาทำลายรถยนต์ – จยย. เสียหาย

ขู่ฆ่าแม่

เสพยาจนคลั่ง ขู่ฆ่าแม่ เผาทำลายรถยนต์ – จยย.

แม่วัย 51 ปี แจ้งตำรวจจับลูกชายวัย 31 ปี หลังคลุ้มคลั่งจากการเสพยาเสพติด

แม่แจ้งจับลูกชายตัวเอง มีอาการคลุ้มคลั่งจากการเสพยาไอซ์  ขู่ฆ่าแม่ – เผาทำลายรถยนต์ – จยย. เสียหาย

ขู่ฆ่าแม่

วันนี้ (26 พ.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.บุญสาน สินทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน พร้อมด้วย พ.ต.ต.สังวาลย์ พันสีทา สารวัตรปราบปราม ร.ต.อ.อนันตชัย วงค์จำปา รองสารวัตรปราบปรามฯ และกำลัง
ตำรวจอาสา ร่วมจับกุมตัว นายแต้ว (สงวนชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 31 ปี และ น.ส.วริษา (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี สองสามีภรรยา ข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) และเผาทำลายทรัพย์
สินจนเกิดความเสียหาย ภายในบ้านไม่มีเลขที่ ซ.นาจอมเทียน 17 ม.3 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

หลังจากได้รับแจ้งของความช่วยเหลือจาก นางต้อม (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี มารดา นายแต้ว ผู้ก่อเหตุ ว่าขณะนี้ตนมีความหวาดกลัวอย่างมาก เนื่องจากลูกชายมีอาการคลุ้มคลั่งจากการเสพยาไอซ์ ขู่
จะใช้มีดฆ่าตน และนายสมพร (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี พ่อเลี้ยงให้ตาย และยังทำการจุดไฟเผารถกระบะ มิตซูบิชิ สีเขียว ทะเบียน บห-8207 ระยอง ท้ายรถได้รับความเสียหาย และจักรยานยนต์ ฮอนด้า
เวฟ ไหม้วอดทั้งคัน จึงนำกำลังเข้าจับกุมพร้อมภรรยา และตรวจยึดอุปกรณ์การเสพ นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขู่ฆ่าแม่

ส่วนนายแต้ว ผู้ก่อเหตุ อยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง และมีอาการประสาทหลอน เมื่อเจ้าหน้าที่ถามว่า ทำไมต้องเผารถ เขาตอบว่า มองเห็นรถเป็นขยะจึงจุดไฟเผา และยังให้การรับสารภาพอีกว่า เสพยาไอซ์เกือบ
ทุกวันมาตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ปี ซึ่งทางผู้เป็นแม่ต้องการให้ลูกได้รับการบำบัดรักษา เพราะเกรงลูกพ้นโทษโกรธแค้นออกมาฆ่าตน