รายที่ 5 เหยื่อ ยาดองสูตรลุงนัท เสียชีวิตแล้ว

เสียชีวิตแล้ว

เสียชีวิตแล้ว รายที่ 5

เหยื่อรายที่ 5 ที่เคยดื่ม “ยาดองลุงนัท” สูตรนรกเรียกพี่ รากสามสิบผสมคางคก เสียชีวิตแล้ว ญาติระบุ แพทย์เขียน
เสียชีวิตเพราะยาดองเหล้ามีสารเมทานอล

เสียชีวิตแล้ว

เหยื่อ ยาดองสูตรลุงนัท เสียชีวิตแล้ว

โดยก่อนหน้านี้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วทั้งหมด 4 คน ประกอบไปด้วย นายวินัย พรมศรี นายประหยัด พันธ์เมือง นางจู สัตตะ
วาศ และนายพระรถ หาญสุโพธิ์ โดยศพ นางสาวบุญเรือง การมีกำหนดสวดพระอภิธรรม 2 คืน แล้วเผาวันที่ 30 พ.ย. 62 เวลา 16.00 น.นี้

นางพวงทิพย์ ชูศรี อายุ 51 ปี ลูกสาวผู้ตาย กล่าวว่า อยากให้ตำรวจจับกุม นายนัฏฐ์ภณ เจ้าของยาดองเหล้ามาดำเนินคดีโดยเร็ว มีคนที่ดื่มยาดองเหล้าสูตรพิสดารตายไปรวม 5 คนแล้ว แต่การติดตามจับกุมตัว นายนัฏฐ์ภณ ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ส่วนการเสียชีวิตของแม่นั้น แพทย์ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เสียชีวิตเพราะยาดองเหล้ามีสารเมทานอล

อาสาสมัครดับเพลิง วัย 19 ปี ถูกจับกุมข้อหาวางเพลิงในป่า ออสเตรเลีย

อาสาสมัครดับเพลิง

อาสาสมัครดับเพลิง ชาวออสเตรเลีย ถูกจับกุมข้อหาวางเพลิงในป่าออสเตรเลีย กว่า 7 จุด

อาสาสมัครดับเพลิง

วันที่ 28 พ.ย. 2562 อาสาสมัครดับเพลิงชาวออสเตรเลีย ถูกจับกุมข้อหาวางเพลิงโดยเจตนา 7 จุดภายในช่วงเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นต้นเหตุภาวะฉุกเฉินด้านไฟป่าร้ายแรงในออสเตรเลีย

ตำรวจออสเตรเลียเผยว่าอาสาสมัครดับเพลิงคนหนึ่งได้ลอบวางเพลิงในป่าช่วงเย็นวันอังคารที่ผ่านมา (26 พ.ย.2562) ก่อนจะกลับไปยังที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในฐานะอาสาสมัครดับเพลิง และหลังจากนั้นไม่นานก็ถูกตำรวจเข้าจับกุม

อาสาคนดังกล่าวเป็นชายวัย 19 ปี ซึ่งเป็นสมาชิกของหน่วยดับเพลิงชนบทรัฐนิวเซาท์เวลส์ ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้วางเพลิง 7 จุดในพื้นที่เบกาแวลลีย์ ทางตอนใต้ของรัฐนิวเซาท์เวลส์

ต่อมาช่วงเย็นวันอังคารที่ผ่านมา (26 พ.ย.) ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบกิจกรรมที่น่าสงสัยเกี่ยวกับไฟป่า ได้พบชายคนหนึ่งที่คาดว่าเป็นผู้ก่อเหตุอยู่ในพื้นที่ป่าไกลห่างผู้คน และหลังจากนั้นไม่นานก็เกิดไฟป่าขึ้นในบริเวณเดียวกัน

อาสาฯคนดังกล่าวถูกจับกุมที่ด่านนอกของหน่วยดับเพลิงชนบทรัฐนิวเซาท์เวลส์ และนำตัวไปขึ้นศาล ด้วย 7 ข้อหา เกี่ยวกับการเป็นต้นเหตุของไฟป่าและการไม่ไตร่ตรองจนทำให้ไฟลุกลาม

อาสาสมัครดับเพลิง

เชน ฟิตซ์ซิมมอนส์ กรรมาธิการหน่วยงานกล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยถูกปลดออกจากการเป็นสมาชิกอาสาสมัครดับเพลิงแล้ว

ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เหล่านักดับเพลิงต่างมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและเสี่ยงอันตรายอย่างมาก สมาชิกของเราจึงมีสิทธิ์ที่จะไม่พอใจที่การกระทำของบุคคลหนึ่งคนจะทำลายชื่อเสียงและแรงกายแรงใจของผู้คนมากมาย” การวางเพลิงเป็นอาชญากรรมที่อันตรายอย่างยิ่ง ไม่มีสังคมใดยอมรับการกระทำนี้ได้ แน่นอนว่าหน่วยงานและสมาชิกของเราก็เช่นกัน

ร้องเอาผิดตำรวจ สน.บางเสาธง หลังติดคุกฟรี 7 เดือน หลังถูกกล่าวหา เป็นคนร้ายวิ่งราวเพชรมูลค่า 15.8 ล้านบาท

พ่อค้าไก่ย่าง ถูกกล่าวหา ฉกเพชร มูลค่า 15.8 ล้านบาท ร้องกองปราบเอาผิดเจ้าของเพชร-ตำรวจโรงพักบางเสาธง หลังสิ้นอิสรภาพนานถึง 7 เดือน 10 วัน ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว
วันที่ 27 พ.ย.62 ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายพิสิษฐ์ หรือแดง สุวรรณพิมพ์ อายุ 50 ปี พ่อค้าไก่ย่าง น.ส.ดารีวรรณ พ่อวงค์ อายุ 49 ปี ภรรยา พร้อมทนายความ เข้าพบ พ.ต.ต.ทรงพล หมอกกลั่น สว.สอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อแจ้งความเอาผิดกับบริษัทกาแล็คซี่ ไดมอนด์ จำกัด น.ส.บุญญรัตน์ รัศมีสุขานนท์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเสาธง ในข้อหาแจ้งความเท็จจนได้รับโทษทางคดีอาญา และเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หลังนายพิสิษฐ์ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนร้ายวิ่งราวเพชรมูลค่า 15.8 ล้านบาท จนต้องโทษจำคุกอยู่ในเรือนจำเป็นเวลากว่าร่วม 7 เดือน 10 วัน ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งยกฟ้อง โดยนำหลักฐานเป็นเอกสารคำตัดสินในคดีดังกล่าวของศาลมามอบให้กับพนักงานสอบสวนพิจารณา

ล้านบาท

ร้องเอาผิดตำรวจ สน.บางเสาธง หลังติดคุกฟรี 7 เดือน

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า เมื่อเดือน ก.พ. 2560 ตนเองได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเสาธง จับกุมที่บ้านพัก โดยบอกว่า ตนเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีวิ่งราวเพชรมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2559 มีบริษัทกาแล็คซี่ น.ส.บุญญรัตน์ เป็นผู้แจ้งความไว้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพาไปที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นครพนม ทำร้ายร่างกายบังคับให้ยอมรับสารภาพและบอกที่ซ่อนเพชร แต่ด้วยความที่ตนไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว จึงได้ตอบปฏิเสธกลับไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตนส่งต่อให้กับพนักงานสอบสวน สน.บางเสาธง แจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมาย จนต้องถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำถึง 7 เดือน 10 วัน ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ต่อมาได้นำเรื่องเข้าร้องเรียนยังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อให้ช่วยเหลือทางคดี จนมีการสืบหาพยานหลักฐานมาหักล้างและยืนยันว่าตนเป็นแพะ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว จนกระทั่งเมื่อปี 2561 ศาลได้มีคำสั่งยกฟ้องและเป็นอันสิ้นสุดทางคดี นอกจากนี้ตนยังแปลกใจว่าภายหลังสิ้นสุดคดีทำไมบริษัทกาแล็คซี่ น.ส.บุญญรัตน์ เจ้าของเพชรถึงไม่ได้สนใจที่จะตามหาตัวคนร้ายตัวจริง ตลอดระยะเวลาที่ต้องเป็นแพะทางคดี ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดนสังคมตราหน้าว่าเป็นขี้คุก ลูกโดนเพื่อนล้อเลียน ทั้งยังกลายเป็นหนี้สินกว่า 6 แสนบาท

“ที่ผ่านมามีเพียงเงินเยียวยาช่วยเหลือจากกระทรวงยุติธรรม 1 แสนบาท ส่วนคู่กรณีที่กล่าวหานั้นไม่มีแม้แต่จะมาสนใจหรือคำขอโทษ ในวันนี้จึงได้ตัดสินใจมาที่กองปราบเพื่อนแจ้งความเอาผิดกับบุคคลเหล่านี้ที่ทำให้ตนต้องกลายเป็นแพะทั้งที่ตนไม่ได้ทำความผิด”

ด้านพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องสอบปากคำนายพิสิษฐ์ เพื่อนำไปพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐาน ก่อนจะส่งต่อให้กับผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

แม่ทนไม่ไหว แจ้งจับลูกชายตัวเอง เสพยาจนคลั่ง ขู่ฆ่าแม่ เผาทำลายรถยนต์ – จยย. เสียหาย

ขู่ฆ่าแม่

เสพยาจนคลั่ง ขู่ฆ่าแม่ เผาทำลายรถยนต์ – จยย.

แม่วัย 51 ปี แจ้งตำรวจจับลูกชายวัย 31 ปี หลังคลุ้มคลั่งจากการเสพยาเสพติด

แม่แจ้งจับลูกชายตัวเอง มีอาการคลุ้มคลั่งจากการเสพยาไอซ์  ขู่ฆ่าแม่ – เผาทำลายรถยนต์ – จยย. เสียหาย

ขู่ฆ่าแม่

วันนี้ (26 พ.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.บุญสาน สินทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน พร้อมด้วย พ.ต.ต.สังวาลย์ พันสีทา สารวัตรปราบปราม ร.ต.อ.อนันตชัย วงค์จำปา รองสารวัตรปราบปรามฯ และกำลัง
ตำรวจอาสา ร่วมจับกุมตัว นายแต้ว (สงวนชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 31 ปี และ น.ส.วริษา (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี สองสามีภรรยา ข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) และเผาทำลายทรัพย์
สินจนเกิดความเสียหาย ภายในบ้านไม่มีเลขที่ ซ.นาจอมเทียน 17 ม.3 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

หลังจากได้รับแจ้งของความช่วยเหลือจาก นางต้อม (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี มารดา นายแต้ว ผู้ก่อเหตุ ว่าขณะนี้ตนมีความหวาดกลัวอย่างมาก เนื่องจากลูกชายมีอาการคลุ้มคลั่งจากการเสพยาไอซ์ ขู่
จะใช้มีดฆ่าตน และนายสมพร (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี พ่อเลี้ยงให้ตาย และยังทำการจุดไฟเผารถกระบะ มิตซูบิชิ สีเขียว ทะเบียน บห-8207 ระยอง ท้ายรถได้รับความเสียหาย และจักรยานยนต์ ฮอนด้า
เวฟ ไหม้วอดทั้งคัน จึงนำกำลังเข้าจับกุมพร้อมภรรยา และตรวจยึดอุปกรณ์การเสพ นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขู่ฆ่าแม่

ส่วนนายแต้ว ผู้ก่อเหตุ อยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง และมีอาการประสาทหลอน เมื่อเจ้าหน้าที่ถามว่า ทำไมต้องเผารถ เขาตอบว่า มองเห็นรถเป็นขยะจึงจุดไฟเผา และยังให้การรับสารภาพอีกว่า เสพยาไอซ์เกือบ
ทุกวันมาตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ปี ซึ่งทางผู้เป็นแม่ต้องการให้ลูกได้รับการบำบัดรักษา เพราะเกรงลูกพ้นโทษโกรธแค้นออกมาฆ่าตน

คุณตาวัย 77 ขี่ซาเล้ง พลัดตกสระน้ำ จมเสียชีวิต ปราจีนบุรี

ขี่ซาเล้ง

ขี่ซาเล้ง พลัดตกสระน้ำ คาดลื่นพลัดตกสระ ทั้งคนและรถแล้วขึ้นไม่ได้

คุณตาวัย 77 ปี ที่ปราจีนบุรี พลัดตกสระน้ำ ข้างโรงงานแห่งหนึ่งใน อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี กู้ภัยงมหาเจอร่าง หลังหายจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อวาน คาดลื่นพลัดตกสระทั้งคน
และรถแล้วขึ้นไม่ได้

ขี่ซาเล้ง พลัดตกสระน้ำ คาดลื่นพลัดตกสระทั้งคนและรถแล้วขึ้นไม่ได้

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 25 พ.ย.62 พ.ต.ต.ปรีชา จุลโพธิ พนักงานสอบสวน สภ.ระเบาะไผ่ ได้รับแจ้งจากอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดคลองรั้ง ว่าพบศพผู้เสียชีวิต อยู่ในสระน้ำขนาดใหญ่
ข้างโรงงานแห่งหนึ่ง บ้านระเบาะนา ม.4 ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี พร้อมรถจักรยานยนต์พ่วงข้างอีก 1 คัน

ขี่ซาเล้ง

หลังจากรับแจ้งได้เดินทางออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นสระน้ำขุดขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยชุดประดาน้ำกำลังงมหาร่างผู้เสียชีวิต ใช้เวลาประมาณ 30 นาที พบร่างผู้เสียชีวิตเป็น
ชายสูงอายุ ทราบชื่อ นายรมณ์ บุญมี อายุ 77 ปี ชาวบ้าน หมู่ 3 บ้านระเบาะนา ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ตรวจสอบยังพบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีน้ำเงิน ทะเบียน กมษ 727 ปราจีนบุรี จยย.เป็นพ่วงข้าง (ซาเล้ง) จมอยู่ในน้ำด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้หน่วยกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตพร้อมด้วยรถจักรยานยนต์ขึ้นมาจากน้ำ

จากการสอบถาม นายประเสริฐ อินทร์สำราญ ญาติที่เดินมาพบร่องรอยและคาดว่าผู้เสียชีวิตน่าจะจมน้ำไปพร้อมรถ กล่าวว่า เมื่อวานช่วงเย็น ผู้เสียชีวิตได้นำควายออกมาเลี้ยง แล้วไม่เห็นกลับเข้าบ้านมีแต่ควายเท่านั้นที่กลับเข้าคอก แต่ไม่พบตัวคนเลี้ยง ปกติแกจะกลับมาพร้อมควาย แต่ครั้งนี้ผิดสังเกตและหายไปนาน จึงได้ออกตามหาจนค่ำแต่ไม่พบ จนกระทั่งช่วงเช้าจึง
ได้ออกมาตามหากันอีกครั้ง และมาจุดที่พบศพ พบว่ามีร่องรอยเหมือนรถไหลลงไปในสระน้ำ และบริเวณริมสระพบโทรศัพท์ตกอยู่ พร้อมเงินเหรียญ 10 บาท 1 เหรียญ 5 บาท 1 เหรียญ ตกอยู่ จึงได้ขอกำลังกู้ภัยช่วยงมหาคาดว่าทั้งคนและรถน่าจะจมอยู่ในสระน้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงพบร่างผู้เสียชีวิต และรถจักรยานยนต์

เบื้องต้นทางลูกชายและลูกสาวผู้เสียชีวิตไม่ติดใจการเสียชีวิต คาดว่าพ่อน่าจะมาทำอะไรสักอย่างที่บริเวณข้างสระน้ำ แล้วเกิดพลาดทำให้ทั้งคนและรถลื่นไถลลงไปในสระน้ำพร้อมกัน ประกอบกับพ่อเป็นคนชอบดื่ม ซึ่งลงไปแล้วอาจจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทำให้จมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งเคยบอกให้พ่อเลิกเลี้ยงควายแต่พ่อก็ไม่เลิก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ส่งศพพิ
สูจน์ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อชันสูตรศพโดยละเอียดเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง

บุกจับ แอดมินเว็บไซต์โป๊เด็ก คาคอนโด

แอดมินเว็บไซต์โป๊เด็ก

ตำรวจสืบสวนภาค 5 และชุดปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต หรือ ’’TICAC’’ บุกจับแอดมินเว็บไซต์โป๊เด็กคาคอนโดกลางเมือง พบซื้อเหมาคลิปลามกอนาจารจากต่างประเทศ มาโพสต์ขายต่อ อึ้งสมาชิกเว็ปมากกว่า 2 แสนคน

จับ แอดมินเว็บไซต์โป๊เด็ก คาคอนโด

แอดมินเว็บไซต์โป๊เด็ก

วันที่ 23 พ.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 5 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 หรือ ‘’TICAC’’ เข้าตรวจค้นหอพักแห่งหนึ่งย่านถนนทุ่งโฮเต็ล ตำบลวัดเกต อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ หลังรับการร้องเรียนจากพ่อแม่ผู้ปกครองและประชาชนทั่วไป ว่า มีเว็บไซต์ลามกอนาจาร มอมเมาเยาวชน เว็ปไซต์นี้มีผู้ติดตามกว่า 2 แสนคน และ มีสมาชิกในห้องกว่า 800 คน มีการเผยแพร่คลิปลามกอนาจารเด็กในรูปแบบต่างๆ มีทั้งเด็กไทย และชาวต่างชาติ

หลังรับการร้องเรียน เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนสอบสวนจนพบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวเป็นเวปไซต์จากประเทศรัสเซีย และ ถูกซื้อโดยนายทุนคนไทย โดยในเว็บไซต์ได้มีการสร้างกลุ่มขึ้นมาและเข้าได้เฉพาะสมาชาจิกที่เสียเงิน มีนายกรกช จุลธง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 หมู่ 2 ต.ต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน ผู้ต้องหาเป็นแอดมิน ในแต่ละวันแอดมินจะโพสต์คลิปกว่าวันละร้อยคลิปเป็นตัวอย่าง หากใครอยากเห็นแบบตัวเต็มไม่มีตัดต่อ ก็ต้องเข้ามาเป็นสมาชิก โดยจะต้องเสียค่าสมาชิกคนละ 300 บาทต่อครั้ง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้แฝงตัวเข้าไปเป็นสมาชิกและได้โอนเงินให้นายกรกช จากนั้นก็ติดตามจนพบว่านายกรกช พักอยู่ที่คอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านถนนทุ่งโฮเต็ล ต.วัดเกต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงนำหมายศาลบุกเข้าจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง แฟลชไดร์ฟ 2 อัน สมุดบัญชีธนาคารพร้อมบัตรเอทีเอ็ม

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นแอดมินกลุ่มมานานเกือบปี จนมาถูกจับกุม ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะสอบสวนขยายผล ไปยังกลุ่มลามกอนาจารกลุ่มอื่น ๆ เพื่อกวาดล้างในระบบออนไลน์ให้หมดไป ด้านพล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภาค 5 เปิดเผยว่า จากนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กและสตรี โดยเฉพาะการละมิดผ่านช่องทางออนไลน์ ทางตำรวจเราจึงมุ่งเน้นตั้งศูนย์ปราบปรามขึ้นมา เนื่องจากขณะนี้ปัญหาการละเมิดทางเพศเด็กออนไลน์ มีแนวโน้มที่รุนแรงและส่งผลกระทบต่อเหยื่อและครอบครัวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อถูกล่อลวงให้เกิดเป็นสื่อลามกและหลุดเข้าไปในโลกอินเตอร์เน็ต จะไม่สามารถเอาออกได้อีกเลย

ที่ผ่านมาพบเหยื่อส่วนใหญ่มีแนวโน้มเป็นโรคซึมเศร้าและมีโอกาสฆ่าตัวตายสูง ทางตำรวจจึงพยายามสืบสวนและจับกุมผู้กระทำความผิด แต่ปัจจุบันคดีเพิ่มขึ้นมาก การป้องกันที่ดีที่สุดคือผู้ปกครอง ครู ต้องช่วยกันสอดส่องเด็กในปกครอง ในการใช้สื่อออนไลน์ให้เหมาะสม และ ฝากเตือนเด็กทุกคนให้ระมัดระวังในเรื่องเหล่านี้เป็นพิเศษ   

สาววัย 30 ปี ขโมยนมบิ๊กซี โดนจับร้องไห้ อยากกินแต่ไม่มีเงิน

ขโมยนมบิ๊กซี โดนจับร้องไห้

สาววัย 30 ปี ขโมยนมเปรี๊ยว-น้ำดื่มใส่กระเป๋าสะพาย พนักงานตาไวจับได้ทันควัน พบพฤติกรรมเคยเข้าก่อเหตุแล้ว 2 ครั้ง เจ้าตัวสารภาพทั้งน้ำตา “อยากกินแต่ไม่มีเงิน” อย่าจับหนูเลย

ขโมยนมบิ๊กซี โดนจับร้องไห้ อยากกินแต่ไม่มีเงิน

วันที่ 22 พ.ย.62 ผู้สื่อข่าวได้เผยภาพจากกล้องวงจรปิดนร้านบิ๊กซี มินิมาร์ท ปั๊มคาเท็กซ์ ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จับภาพหญิงสาวอายุ 30 ปี ขณะลงมือก่อเหตุลักขโมยนมเปรี้ยว และน้ำดื่มยัดใส่กระเป๋าสะพายพาดบ่า ก่อนที่จะเดินออกจากร้านไปโดยไม่จ่ายเงิน แต่พนักงานเห็นก่อนรีบสกัดจับและควบคุมตัวไว้ได้ ทราบชื่อคือ นางพัชราวุธสมบัติ อายุ 30 ปี ผู้ก่อเหตุ ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งน้ำตาว่า “หนูแค่อยากกิน แต่หนูไม่มีตังซื้อ เงินที่หนูมีเก็บไว้ให้ลูกไปโรงเรียน”

ด้านพนักงานขาย กล่าวต่อว่า หญิงรายนี้ทำมานานแล้วหลังเช็กสต็อกมีของหายอยู่บ่อยครั้ง ครั้ง 2-3 ชิ้น ของที่หายจะเป็นนมเปรี้ยว กับน้ำดื่มขวดเล็ก ซึ่งราคาไม่แพงเลย จึงไปเปิดกล้องวงจรปิดภายในร้านดูย้อนหลังก็พบว่าหญิงรายดังกล่าวเคยเข้ามาก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งนี้ครั้งที่ 3 ส่วนวันนี้เห็นเข้ามาอีกจึงต้องจับตาดูเป็นกรณีพิเศษ รอจนกระทั่งผู้ก่อเหตุลงมือจึงรีบเข้าควบคุมไปหลังร้าน และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมด้านผู้จัดการร้านเผยว่าขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพราะทางร้านไม่มีนโยบายปรับผู้ลักขโมย

รวบวัยรุ่นขับเก่ง ขนยาบ้า-ไอซ์ ลอตใหญ่ รับทำมาแล้ว 6 ครั้ง

รับทำมาแล้ว

รับทำมาแล้ว 6 ครั้ง

บก.สปพ.จับยาเสพติดลอตใหญ่ กลุ่มผู้ค้าเป็นวัยรุ่น 5 คน อายุ 18-22 ปี ใช้รถนำทาง ขนยาไอซ์ 10 กก. ไปค้นในห้องพักเจออีก น้ำหนักรวม 11.5 กก. ยาบ้า
เกือบ 1.5 แสนเม็ด ยึดรถเก๋ง 3 คัน สารภาพ รับทำมาแล้ว 6 ครั้ง

เวลา 13.00 น. วันที่ 22 พ.ย. ที่ บก.สปพ. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายภีระพันธ์ แก้ววิเศษ อายุ 21 ปี นายสุภนัย ช่างเจรจา อายุ 21 ปี น.ส.ณัฐฑริกา ปานอ่อน อายุ 22 ปี และชายวัยรุ่นอายุ 18 ปี อีก 2 คน ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติด พร้อมของกลางเป็นยาบ้า 146,000 เม็ด ไอซ์น้ำหนัก 11.5 กิโลกรัม ยาเคน้ำหนัก 9 กรัม รถยนต์โตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียน 7 กอ 1532 กรุงเทพมหานคร รถยนต์ฮอนด้า แจ๊ส สีขาว ทะเบียน ฎฮ 6947 กรุงเทพมหานคร รถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 6 กช 8690 กรุงเทพมหานคร โดยสามารถจับกุมได้ที่ภายในห้องเช่าเลขที่ 309 และ 311 ซอยอิสรภาพ 29 แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ ต่อเนื่องซอยจรัญสนิทวงศ์ 12 แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนทราบว่ามีกลุ่มลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ฝั่งธนบุรี มีพฤติกรรมรับยาเสพติดจำนวนมากมาซุกซ่อนบริเวณภายในซอยอิสรภาพ 29 ก่อนส่งให้กับผู้ค้าในพื้นที่ย่านวงเวียนใหญ่ กระทั่งเมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 20 พ.ย. เจ้าหน้าที่สืบทราบแน่ชัดว่ากลุ่มคนร้ายจะทำการเคลื่อนย้ายเพื่อจำหน่ายยาเสพติด

ขับเก่ง ขนยาบ้า-ไอซ์ ลอตใหญ่

 

รับทำมาแล้ว

พบรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีขาว ขับเข้ามาในซอยอิสรภาพ 29 โดยมีรถยนต์ฮอนด้า สีบรอนซ์เงิน ขับนำหน้ามา ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้น จากการตรวจสอบรถโตโยต้า ยาริส พบนายภีระพันธ์ แก้ววิเศษ นายชานนท์ กวิสสร มากับเพื่อน อายุ 18 ปี พร้อมของกลางเป็นไอซ์จำนวน 10 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่กระโปรงท้ายรถ ส่วนรถฮอนด้า ซีวิค พบนายสุภนัย ช่างเจรจา และ น.ส.ณัฐฑริกา ปานอ่อน โดยในรถไม่พบยาเสพติดแต่อย่างใด จากนั้นได้ทำการขยายผล
ไปยังห้องเช่าซึ่งเป็นสถานที่เก็บยาเสพติดภายในซอยอิสรภาพ 29 พบไอซ์น้ำหนัก 1.5 กิโลกรัม ยาเค 9 กรัม และรถฮอนด้า แจ๊ส ที่จอดอยู่ด้านหน้าพบยาบ้าอีกจำนวน 146,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่กระโปรงท้าย จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางทั้งหมดมาทำการสอบสวนต่อยัง บก.สปพ.

รับทำมาแล้ว 6 ครั้ง

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ยาเสพติดที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบนั้นเป็นของพวกตนจริง ทั้งหมดถูกลำเลียงมาจากภาคเหนือมาพักไว้ที่เขตปริมณฑล ก่อนจะนำมาพักที่ห้องเช่าในซอยดังกล่าว โดยเช่าห้องพัก 2 ห้อง ในราคาห้องละ 2,000 บาทต่อเดือน ก่อนจะกระจายให้ผู้ค้าในย่านฝั่งธนบุรี โดย
ผู้ต้องหาอ้างว่า แบ่งงานกันทำ นายสุภนัย ช่างเจรจา และ น.ส.ณัฐฑริกา ปานอ่อน จะเป็นคนขับรถนำเพื่อสังเกตการณ์เจ้าหน้าที่ ได้รับค่าจ้างคนละ 5,000
บาท ส่วนรถลำเลียงยาเสพติด มีนายภีระพันธ์ แก้ววิเศษ กับเด็กวัยรุ่นอายุ 18 ปี 2 คน จะได้รับคนละ 10,000 บาท ทำมาแล้ว 6 ครั้ง เงินค่าจ้างนั้นจะเอาไว้ใช้
จ่ายในชีวิตประจำวัน ก่อนจะมาถูกจับกุมตัวได้พร้อมของกลางทั้งหมด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจําหน่ายโดยผิดกฎหมาย”
ควบคุมตัวพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ และดำเนินดคีตามกฎหมายต่อไป

จงอางยาวกว่า 3 เมตร เลื้อยขึ้นรถมาทำบุญในวัด ทำแตกตื่นทั้งวัด

ทำแตกตื่นทั้งวัด

ทำแตกตื่นทั้งวัด !!!

“งูจงอางยักษ์” แอบเลื้อยขึ้นรถมาทำบุญที่วัดประชานิยม จ.กาฬสินธุ์ ก่อนเลื้อยขึ้นบันไดเจดีย์ ทำชาวบ้านที่มาทำบุญแตกตื่น จนต้องเรียกกู้ภัยฯ ช่วยจับปล่อยคืนธรรมชาติ

ทำแตกตื่นทั้งวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดประชานิยม เจ้าหน้าที่กู้ภัยเต็กก่ากว่า 10 คน ช่วยกันตีวงล้อมจับงูจงอางสีดำ ขนาดใหญ่ตัวเท่าลำแขนผู้ใหญ่ ยาวกว่า 3 เมตร ซึ่งได้เลื้อยเข้าไปหลบในซอกบันไดด้านหลังของเจดีย์ศรีมิ่งเมืองกาฬสินธุ์ ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ โดยมีพระ เณร เด็กวัด ยืนลุ้นเอาใจช่วย ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เวลากว่า 20 นาที จึงสามารถจับงูจงอางยักษ์ได้ วัดความยาวประมาณ 3.50 เมตร ท่ามกลางความโล่งใจของทุกคน เนื่องจากหวั่นเกรงว่าหากเกิดความผิดพลาด อาจจะถูกงูจงอางฉกได้ เพราะงูชนิดนี้มีพิษร้ายแรงกว่าพิษงูเห่าหลายเท่า ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ที่ถูกงูจงอางฉกเสียชีวิตในทันที

จากการสอบถาม นายตะวัน พิสิทธิ์ศิลากุล ชาวบ้าน เผยว่า งูจงอางตัวดังกล่าว แอบขึ้นมากับขบวนรถทำบุญ โดยเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 18 พ.ย. รถคันที่งูจงอางแอบขึ้นไปเป็นผู้โดยสารที่ไม่ได้รับเชิญนั้น ทะเบียน กม 8232 อุดรธานี วิ่งนำหน้ารถของตนที่ขับตามหลังมาตลอดเส้นทาง ซึ่งระหว่างทางได้แวะจอดพัก 3 ครั้ง เพื่อตรวจดูยางรถและเช็กความเรียบร้อย ทั้งภายในรถและใต้ท้องรถทุกคัน แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรผิดปกติ

จงอางยาวกว่า 3 เมตร ทำแตกตื่นทั้งวัด

ทำแตกตื่นทั้งวัด

หลังจากนั้น พอวิ่งมาจุดหมายโดยเข้ามาจอดที่ข้างเจดีย์ศรีมิ่งเมืองกาฬสินธุ์ ภายในวัดประชานิยม ตนก็มองเห็นวัตถุลักษณะกลมยาว สีดำ หย่อนตัวลงมาจากท้องรถคันดังกล่าว ก่อนที่วัตถุนั้นเห็นเคลื่อนไหวในลักษณะเลื้อยช้าๆ ออกจากรถไปทางด้านหลังเจดีย์ และทราบว่าเป็นงู

นายตะวัน กล่าวอีกว่า เมื่อเห็นดังนั้นก็เข้าใจว่าเป็นงูจงอางทันที เพราะขนาดใหญ่และยาวมาก ตัวใหญ่เท่าลำแขน ความยาวประมาณ 3.50 เมตร ขณะเดียวกันก็นึกแปลกใจเป็นอย่างมากว่าจู่ๆ มีงูจงอางเลื้อยออกมาจากใต้ท้องรถ จึงได้ร้องบอกคณะที่มาทำบุญด้วยกัน และตะโกนบอกพระ เณร เด็กวัด ที่อยู่ในบริเวณนั้นให้ระวังและจับตาดูช่วยกัน ซึ่งทุกคนที่มองเห็นงูจงอางเลื้อยขึ้นบันไดเจดีย์ก็แตกตื่น เพราะไม่เคยเห็นงูขนาดใหญ่เข้ามาปรากฏกายภายในวัด

จากนั้นพอตั้งสติได้ ก็โทรศัพท์แจ้งกู้ภัยให้มาช่วยจับได้เป็นผลสำเร็จ หลังจากนั้นก็จะนำงูจงอางกลับไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติที่วัดป่าพรมนิมิตเหมือนเดิม เพราะที่ผ่านมาเคยได้ยินคนที่ไปทำบุญว่าเคยเห็นงูจงอางตัวนี้อยู่ในวัดป่าพรมนิมิต จึงจะนำกลับที่อยู่เดิม ซึ่งจะเหมาะกว่าอยู่ในวัดประชานิยม เพราะไม่มีป่าให้อยู่อาศัย และอาจจะทำอันตรายให้พระเณร หรือชาวบ้านที่มาทำบุญได้

ทั้งนี้ จากที่เกิดเหตุการณ์งูจงอางยักษ์โดยสารมากับรถ โดยเดินทางมาจาก อ.ท่าคันโท ระยะทาง 80 กิโลเมตร ถึงที่วัดประชานิยมดังกล่าว พระเณรและชาวบ้านที่มุงดูเหตุการณ์เชื่อว่า น่าจะเป็นเพราะงูจงอางยักษ์อยากจะมาร่วมทำบุญ และชมเจดีย์ศรีมิ่งเมืองกาฬสินธุ์ ที่วัดประชานิยมกับคนด้วย

อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้ที่ชื่นชอบการเสี่ยงดวง หรือเลขเด็ดโชคลาภก็ไม่พลาด ที่จะนำหมายเลขทะเบียนคันที่งูจงอางยักษ์แอบขึ้นมาเป็นผู้โดยสารไปซื้อหวย ในงวดประจำวันที่ 1 ธ.ค.ที่กำลังจะมาถึงนี้

เตรียมเรียกผู้เกี่ยวข้องทุกคน คดีมอมยา นักศึกษาสาว ให้ปากคำ 20 พ.ย. นี้

นักศึกษาสาว

นักศึกษาสาว

ผบก.น.3 กำชับทีมสอบสวนคดี มอมยา นศ.สาว เร่งรัดตามผลตรวจร่างกายผู้เสียหาย เพื่อนำมาประกอบสำนวน โดยให้ รอง ผบก.น.3 ดูแลใกล้ชิด เพื่อไขคดีให้กระจ่าง และจะเรียกผู้เกี่ยวข้องให้ปากคำ 20 พ.ย. 62

กรณีนักศึกษาสาวฝึกงานรายหนึ่ง ที่เดินทางเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.ลาดกระบัง เพื่อเอาผิดดาราชายชื่อย่อ “ฟ.ฟัน” พร้อมรุ่นพี่รวม 2 คน โดยกล่าวหาว่าดาราชายคนดังกล่าวและรุ่นพี่นั้น อาจจะมีส่วนมอมยาตัวเองด้วยการยื่นขนมให้กิน ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านลาดกระบัง

เตรียมสอบ ผู้เกี่ยวข้องทุกคน คดีมอมยา นักศึกษาสาว 20 พ.ย. นี้


เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 62 พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง ผบก.น.3 เปิดเผยความคืบหน้า ขณะนี้ได้สอบถามรายละเอียดผลทางคดีจาก พ.ต.อ.คำแหง กัณฑวงศ์ ผกก.สน.ลาดกระบัง ก็ได้ให้ข้อมูลว่า มีนักศึกษาสาวรายหนึ่ง เข้ามาแจ้งทางพนักงานสอบสวน สน.ลาดกระบัง ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 62 ที่ผ่านมา ภายในร้านอาหาร โดยนักศึกษาสาวผู้เสียหายไปฝึกงานอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ ต่อมามีพี่เลี้ยงฝึกงานได้มาชักชวนไปรับประทานอาหารที่ร้านดังกล่าว แล้วได้ไปพบกับดาราชายชื่อย่อ “ฟ.ฟัน”

“หลังจากนั้นดาราชายชื่อย่อ “ฟ.ฟัน” ก็ได้ยื่นขนมให้กับน้องนักศึกษาผู้หญิง และพี่เลี้ยงฝึกงานคนละ 1 เม็ด แต่ภายหลังจากกินเข้าไปแล้ว ผู้เสียหายมีอาการเวียนหัวก็ได้ขอให้พาไปโรงพยาบาล ทางพี่เลี้ยงฝึกงานจึงได้โทรเรียกแกร็บให้มารับ เมื่อพาตัวไปส่งโรงพยาบาลแล้ว ทางแพทย์ได้ตรวจร่างกาย แต่ขณะนี้ผลการตรวจร่างกายยังไม่ออก ซึ่งตนก็ได้เร่งรัดให้ติดตามผลกับทางการแพทย์แล้ว” ผบก.น.3 กล่าว

พล.ต.ต.สมนึก กล่าวอีกว่า พล.ต.ต.สมนึก กล่าวย้ำกล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ตนได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ภัทรพล สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รองผบก.น.3 เข้าไปกำกับดูแลงานสอบสวนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มีความกระจ่างของเรื่องคดี ทั้งการสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี รายงานแจ้งว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวน สน.ลาดกระบัง ได้มีการเตรียมออกหมายเรียกให้นักแสดงหนุ่มชื่อย่อ “ฟ.ฟัน” กับ พี่เลี้ยงฝึกงานของนักศึกษาคนดังกล่าวนั้น มาให้ข้อมูลกับทางพนักงานสอบสวนในวันที่ 20 พ.ย. 62 นี้