About LarryThompson

Here are my most recent posts

อากิระ นิชิโนะ กุนซือ ช้างศึก ออกอาการปลื้มสุดๆ หลังสู้จนล้ม ยูเออี ได้สำเร็จ ในศึก ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก

รอบคัดเลือก

อากิระ นิชิโนะ กุนซือ ช้างศึก ออกอาการปลื้มสุดๆ หลังสู้จนล้ม ยูเออี ได้สำเร็จ ในศึก ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก

อากิระ นิชิโนะ กุนซือ ช้างศึก ออกอาการปลื้มสุดๆ หลังสู้จนล้ม ยูเออี ได้สำเร็จ ในศึก ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก

อากิระ นิชิโนะ นายใหญ่ ทีมชาติไทย ออกอาการปลื้มสุด ๆ ที่แข้งช้างศึกร่วมกันทำงานหนักจนสามารถคว้าชัยชนะเหนือ ยูเออี ได้สำเร็จ

รอบคัดเลือก

ทีมชาติไทย เปิดบ้านชนะ ยูเออี 2-1 ในศึก ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดที่ 3 กลุ่ม จี เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดย ช้างศึก ได้สองประตูจาก ธีรศิลป์ แดงดา และ เอกนิษฐ์ ปัญญา นอกจากเป็นการชนะ ยูเออี ครั้งแรกในรอบ 15 ปีแล้ว ยังมีเพิ่มเป็น 7 คะแนนจาก 3 นัด ขยับขึ้นรั้งจ่าฝูงของกลุ่ม จี อีกด้วย

รอบคัดเลือก

“ก่อนอื่น ผมคิดว่าทุกคนคงคาดหมายสกอร์นี้อยู่แล้วใช่ไหม (หัวเราะ)” อากิระ นิชิโนะ กล่าวเริ่มแบบหยอกล้อกับผู้สื่อข่าว “ผลงานในวันนี้ มาจากการที่นักเตะทุกคนวิ่ง และประสานงานกัน จนนำมาซึ่งผลลัพธ์แบบนี้ วันนี้เราทำได้ดี เราดุดันกว่ายูเออี ค่อนข้างมาก”

“ส่วน เอกนิษฐ์ ยังไม่ฟิตเต็มร้อย เกมกับ คองโก เราก็ให้เขาลงเล่นแค่ครึ่งเดียว ตลอดช่วงหลังจากแมตช์นั้น เราก็พยายามให้ โค้ชฟิตเนสดูแลเรื่องความฟิตของเขา และเขาน่าจะพอใจกับฟอร์มของตัวเองในวันนี้ และเสียงเชียร์จากกองเชียร์ คือสาเหตุสำคัญที่เขาทำได้ดีขนาดนี้”

“ผมคงไม่สามารถบอกได้ว่า ใครเล่นได้ดีที่สุด เพราะคอนเซ็ปต์ของทีมเราคือการเล่นเป็นทีม อยากให้ทุกคนช่วยกันวิ่ง ช่วยกันยิง เราไม่ควรยึดติดกับใครคนใดคนหนึ่ง ทุกคนต้องช่วยเหลือกัน เพื่อผลลัพธ์ที่เราต้องการ”

รอบคัดเลือก

“(เป้าหมายสองนัดต่อไป) ก่อนอื่นขอพักก่อนก็แล้วกัน แล้วผมจะบอกเป้าหมายอีกครั้ง (หัวเราะ) เราต้องวางแผนสำหรับเดือนถัดไป เกมลีกก็ใกล้ปิดฤดูกาล หลายคนต้องช่วยสโมสรลุ้นแชมป์ และหลังจากนั้นก็ปิดฤดูกาล พอปิดฤดูกาลเรามีเวลาพักเบรคเยอะ ก็ต้องดูความฟิต ไม่ให้เขาพักนานเกินไป และพร้อมสำหรับการแข่งขันนัดต่อไป”

“(โอกาสในการเข้ารอบ) ก่อนอื่น เราไม่อยากมองไกลเกินไป เราอยากมองแค่ทีละนัด ทั้งเกมการแข่งขัน และอุ่นเครื่อง เกมนี้เป็นรูปแบบใหม่ เรานำก่อน โดนตีเสมอ และนำอีกครั้ง ทำให้นักเตะมีประสบการณ์มากขึ้น และจะสามารถนำมันไปใช้ในการไปเยือน มาเลเซีย ในนัดต่อไป”

“(สามนัดกับทีมชาติไทยรู้สึกอย่างไรบ้าง) ผมคิดว่าล่ามน่าจะทำให้นักเตะเข้าใจตัวผมมากขึ้น (หัวเราะ) สิ่งที่ผมพยายามขอนักเตะ และทุกคนก็เริ่มปรับตัวได้ ทุกคนอาจจะไม่ได้มีเทคนิคสูง การจะยกระดับทีมได้ ทางเดียวคือทุกคนต้องช่วยกัน และมีทีมเวิร์ก จะทำให้เราสามารถต่อกรกับทีมที่เก่งกว่าเราได้”

“(การเจอกับยูเออี ที่เป็นทีมจากโถหนึ่ง คิดว่าระดับของไทยอยู่ตรงไหน) สำหรับยูเออี ถือเป็นคู่แข่งที่สำคัญของญี่ปุ่น แต่เกมนี้ ไทยทำได้เหนือกว่า แม้เราจะมีนักเตะเจ็บหลายราย แต่เราก็รวมพลังสู้กับพวกเขา และสามารถก้าวขึ้นไปเทียบเท่ากับพวกเขาได้” กุนซือชาวญี่ปุ่น กล่าวปิดท้าย

โปรแกรมต่อไป ทีมชาติไทย เตรียมบุกเยือน ทีมชาติมาเลเซีย ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดที่ 4 กลุ่มจี วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 ต่อด้วย บุกเยือน ทีมชาติเวียดนาม ในเกมนัดที่ 5 วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562…

วัยรุ่นอยุธยา นัดเคลียร์กันเรื่องผู้หญิง ถูกอีกฝ่ายล้อมสาดกระสุนใส่

วัยรุ่นอยุธยา

วัยรุ่นอยุธยา นัดเคลียร์กันเรื่องผู้หญิง ถูกอีกฝ่ายล้อมสาดกระสุนใส่

วัยรุ่นอยุธยา นัดเคลียร์กันเรื่องผู้หญิง ถูกอีกฝ่ายล้อมสาดกระสุนใส่

วัยรุ่นอยุธยา
วันที่ 15 ต.ค. เวลา 19.00 น. ร.ต.อ.วิรุฬกิจ ตันตระกูล รอง สว (สอบสวน ) สถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา อ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุมีวัยรุ่นถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 1 ราย บริเวณหน้าป้ายพระบรมราชาอนุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวร มหาราช (ทุ่งภูเขาทอง) ต.ลุมพลี อ.พระนครศรีอยุธยา จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา

วัยรุ่นอยุธยา
ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 125 สีเลือดหมู หมายเลขทะเบียน 6 กม 3614 กรุงเทพมหานคร ล้มคว่ำตะแคงอยู่ใกล้ริมฟุตบาท ข้างหน้าป้ายพระบรมราชาอนุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวร มหาราช ใกล้กันยังพบรถจักยานยนต์อีก 3 คันจอดอยู่ ตรวจสอบยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกกระจายอยู่บนพื้นถนน จำนวน 3 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานและยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเยาวชนชาย อายุ 16 ปี 1 รายถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่บริเวณน่องขาขวา 1 นัด เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเร่งนำส่งโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยาไปก่อนหน้านี้แล้วอาการปลอดภัยเนื่องจากไม่ถูกจุดสำคัญ

จากการสอบถามเพื่อนผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 16 ปีเล่าว่า เมื่อช่วงเย็น 1 ในกลุ่มเพื่อนได้ถูกวัยรุ่นในตัวเมือง อินบ็อกซ์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ท้าท้ายให้มาเจรจาเรื่องผู้หญิงและนัดให้มาเจอกันที่หน้าป้ายพระบรมราชาอนุสาวรีย์ ตนเองและเพื่อนอีก 9 คนรวมผู้บาดเจ็บได้ขี่รถจักรยานยนต์กันมา 4 คัน ออกมาจากอำเภอบางปะหัน วิ่งมาตามถนนเส้นด้านหลังภูเขาทองแล้วขี่รถเข้ามาในบริเวณพระบรมราชาอนุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์ออกถนนใหญ่ พอถึงจุดเกิดเหตุก็พบกลุ่มวัยรุ่นหลายคน จอดรถจักรยานยนต์ประมาณ 13 คัน พอพวกตนเห็นจึงจะรีบขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี แต่กลุ่มวัยรุ่นคู่กรณีได้ยืนดักไม่ให้ไปไหนก่อนพูดท้าท้าย


จากนั้นกลุ่มนั้นก็เปิดฉากเอาปืนไล่ยิงพวกตนที่นั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์ต่างทิ้งรถวิ่งหนีกันไปคนละทิศละทาง กลุ่มวัยรุ่นก็ยิงปืนตามหลังจำนวนหลายนัดจนเพื่อนถูกยิงที่ขาล้มลง กลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุจึงได้แยกย้ายขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีแล้วยังดึงกุญแจรถจักรยานยนต์ของพวกตนไปด้วย ทั้ง 4 คัน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพวกตนเป็นนักศึกษาอายุก็ไม่เท่าไรและที่ขี่รถจักรยานยนต์มาที่นี้ก็เพื่อมาพูดคุยไม่ได้มาหาเรื่องแต่กลุ่มวัยรุ่นที่มีปัญหาด้วยกันได้พาพวกที่มีอายุมากกว่าหรือเป็นรุ่นพี่มาก่อเหตุไล่ยิงพวกตนโดยไม่มีเหตุผล โชคดีที่ไม่มีใครเสียชีวิต

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยาได้เชิญตัวกลุ่มเพื่อนของผู้บาดเจ็บทั้ง 8 คนไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่โรงพัก เพื่อเร่งติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป…

บก.ป. รวบทอมแสบ หลอกจำนำรถแล้ว แอบขายต่อประเทศเพื่อนบ้าน

แอบขายต่อประเทศเพื่อนบ้าน

บก.ป. รวบทอมแสบ หลอกจำนำรถแล้ว แอบขายต่อประเทศเพื่อนบ้าน

บก.ป. รวบทอมแสบ หลอกจำนำรถแล้ว แอบขายต่อประเทศเพื่อนบ้าน

แอบขายต่อประเทศเพื่อนบ้าน
กองปราบรวบตัวทอมแสบ ตามหมายจับคดีฉ้อโกง หลังก่อเหตุรับจำนำรถผู้เสียหายแล้วนำไปขายต่อที่ประเทศเพื่อนบ้าน ก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง
แต่ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ อ้างเจ๊มินจ่ายเงินให้เจ้าของรถแล้ว

เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ตำรวจกองปราบปราม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นายายอาม และ สน.สายไหม นำกำลังจับกุม น.ส.กัญฐิชากา นวลแป้น หรือเบียร์ อายุ 49 ปี ชาวบ้าน ซ.รังสิต-ปทุมธานี 12 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ที่ 210/2562 ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2562 ในข้อหาฉ้อโกง จับได้บริเวณหน้าตลาดเทพทิพย์ ซอยสายไหม 6 แขวงและเขตสายไหม กทม.

สืบเนื่องจากเมื่อปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเห็นใบปลิวรับจำนำรถติดอยู่หน้าห้องน้ำปั๊มน้ำมัน ใน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี จึงโทรศัพท์และใช้แอปพลิเคชันไลน์ ติดต่อจำนำรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ ทะเบียน กฉ 3385 จันทบุรี ตกลงกันในราคา 80,000 บาท จากนั้นได้นัดรับรถที่สี่แยกไฟแดง หมู่ 1 ต.นายายอาม อ.นายายอาม จ.จันทบุรี ต่อมาได้มี น.ส.กัญฐิชากา ลักษณะเป็นทอมบอยนั่งรถตู้โดยสารมารับรถไป โดยบอกกับผู้เสียหายว่า จะต้องนำรถไปตีราคาก่อน จากนั้นจะโอนเงินมาให้ เมื่อถึงเวลาที่กำหนดผู้ต้องหากลับไม่ได้โอนเงินมาให้ เมื่อโทรศัพท์ติดต่อกลับไปได้รับการบ่ายเบี่ยงตลอด จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.นายายอาม

แอบขายต่อประเทศเพื่อนบ้าน
จากการตรวจสอบพบว่าแก๊งดังกล่าวมีพฤติกรรมหลอกจำนำรถยนต์ โดยจะติดใบปลิวไว้ว่า รับซื้อ จำนำ ซื้อดาวน์รถตามห้องน้ำปั๊มต่างๆ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อนำรถมาจำนำ จะเชิดรถไปขายต่อที่ประเทศเพื่อนบ้านทันที โดยก่อเหตุมาแล้วหลายจังหวัด มีผู้ตกเป็นเหยื่อหลายราย กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า น.ส.กัญฐิชากา หลบหนีมาขับแท็กซี่ย่านสายไหม จึงนำกำลังจับกุมดังกล่าว

จากการสอบสวน น.ส.กัญฐิชากา ให้การภาคเสธ อ้างว่า ก่อนหน้านี้มี “เจ๊มิน” ได้ว่าจ้างให้ไปขับรถยนต์ตามที่ต่างๆ ได้ค่าจ้างครั้งละ 3,000 บาท โดยคิดว่าเจ๊มินจ่ายเงินให้เจ้าของรถเรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาตามหมายจับ ก่อนนำตัวส่ง สภ.นายายอาม ดำเนินคดีต่อไป.…

รวบหนุ่มยิงสาวดับคาห้องพัก ปมโมโหอยากเลิกแต่ผู้ตายไม่ยอม อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

รวบหนุ่มยิงสาวดับคาห้องพัก

รวบหนุ่มยิงสาวดับคาห้องพัก ปมโมโหอยากเลิกแต่ผู้ตายไม่ยอม อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

รวบหนุ่มยิงสาวดับคาห้องพัก ปมโมโหอยากเลิกแต่ผู้ตายไม่ยอม อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

รวบหนุ่มยิงสาวดับคาห้องพัก

ตร.สัตหีบ ตามจับคนร้ายที่ก่อเหตุยิงสาวตายคาห้องพักที่ชลบุรี ก่อนหลบหนีไป โดยได้ตัวพร้อมปืนและรถยนต์ของกลางที่ใช้ก่อเหตุและหลบหนี
รับสารภาพลงมือเพราะโมโห อยากจะตีตัวออกห่าง แต่เคลียร์ไม่ลงตัว

จากกรณีเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 12 ต.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ ได้รับแจ้งพบหญิงสาวสภาพเปลือยกายนอนเสียชีวิตที่บริเวณห้องพัก ภายในซอยสุขุมวิท 19 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.สุรีย์ ห้วงศิลา สภาพศพมีร่องรอยถูกอาวุธปืนยิงใบหน้า สภาพเปลือยกาย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด คำให้การของพยาน
ขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับ นายดุสิต เพียคำเมือง หรือเฟิร์ส ตามหมายจับของศาลจังหวัดพัทยา ฐาน “ฆ่าผู้อื่นและมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับ
อนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน โดยไม่มีเหตุจำเป็นฯ”

รวบหนุ่มยิงสาวดับคาห้องพัก

รุ่งเช้าวันนี้ 13 ต.ค.62 ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันจับกุมตัว นายดุสิต เพียคำเมือง หรือเฟิร์ส พร้อมของกลางที่ใช้ก่อเหตุ รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคัมรี่ สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน ญณ 4747 กรุงเทพมหานคร และอาวุธปืนกึ่งออโตเมติก ขนาด 9 มม. ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ยี่ห้อ TAURUS พร้อมซองแมกกาซีน จำนวน 1 ซอง กับกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 2 นัด เสื้อผ้าที่ใช้ในการก่อเหตุ จำนวน 1 ชุด ได้ที่ห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป โดยในช่วงบ่ายจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

เบื้องต้น สอบถามนายดุสิต ทราบว่า ผู้ต้องหาและผู้ตายมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน แต่ต่อมานายดุสิตพยายามที่จะออกห่าง จนวันเกิดเหตุจึงได้นัดพูดคุยกันแต่ไม่เข้าใจกัน จนเป็นเหตุให้นายดุสิตบันดาลโทสะใช้อาวุธปืนที่ติดตัวมาด้วยลั่นไกใส่บริเวณใบหน้าของผู้ตายจนเสียชีวิต ต่อมาหลังก่อเหตุผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไป และสำนึกผิดติดต่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ.…

รวบผู้ใหญ่บ้านเมืองชลบุรี ขายรถกันกระสุนให้แก๊งขนยา

รวบผู้ใหญ่บ้านเมืองชลบุรี

รวบผู้ใหญ่บ้านเมืองชลบุรี ขายรถกันกระสุนให้แก๊งขนยา

รวบผู้ใหญ่บ้านเมืองชลบุรี ขายรถกันกระสุนให้แก๊งขนยา

รวบผู้ใหญ่บ้านเมืองชลบุรี
ตำรวจกองปราบปราม ตามรวบผู้ใหญ่บ้านเมืองชลบุรี ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหามียุทธภัณฑ์ ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังเจ้าตัว ตัดสินใจขายรถกันกระสุนให้แก๊งขนยาเสพติด

เมื่อวันที่ 12 ต.ค.62 ที่ กองบังคับการปราบปราม(บก.ป) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.สั่งการให้ พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ต.จักรี กันธิยะ สว.กก.4 บก.ป.นำกำลังจับกุมนายอุทิน พรพจน์ธนมาศ อายุ 48 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.เขาคันทรง อยู่บ้านเลขที่ 408/39 หมู่ 7 ต.เขาคันทรง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1082/2561 ลงวันที่ 16 พฤษภาคม 2561 ในข้อหามียุทธภัณฑ์ (รถยนต์นั่งกันกระสุน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จับได้ริมถนนบ้านค่าย-ระยอง หน้าโรงเรียนเขาคันทรง ต.เขาคันทรง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2559 ตำรวจทางหลวงได้ตั้งจุดสกัดกั้นยาเสพติดบนถนนพหลโยธิน บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้มีรถยกบรรทุกรถยนต์กระบะโตโยต้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน พร 3834 กรุงเทพมหานคร ขับฝ่าด่านตรวจไปอย่างรวดเร็ว ตำรวจทางหลวงไล่ติดตามจนยึดรถคันดังกล่าวได้ จากการตรวจสอบพบว่ามีอุปกรณ์ห่อหุ้มป้องกันการกระแทกรอบคัน สามารถป้องกันกระสุนปืนได้ สันนิษฐานว่า จะนำไปใช้ในการขนยาเสพติดทางภาคเหนือ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ารถคันดังกล่าวมี นายแดง (นามสมมติ) เป็นผู้ครอบครองและมีประวัติคดียาเสพหลายคดี โดยรถคันนี้ทราบว่าซื้อมาจาก นายอุทิน ผู้ใหญ่บ้าน จึงขออำนาจศาลขอหมายจับผู้ต้องหาไว้ กระทั่งจับกุมได้ในที่สุด

สอบสวน นายอุทิน ให้การรับสารภาพว่า ซื้อรถกระบะ มาจากนายดำ (นามสมมติ) เพราะเห็นมีกระจกหนากว่ารถยนต์ทั่วไปในราคา 600,000 บาท จะนำมาใช้ส่วนตัวและงานปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ ต่อมานายแดง ได้มาขอซื้อ จึงขายไปในราคาเท่าทุน โดยไม่ทราบว่า นายแดงมีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติดและไม่รู้เรื่องว่า นายแดง จะนำรถยนต์คันดังกล่าวไปขนยาเสพติดแต่อย่างไร

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหานำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป. ดำเนินคดีต่อไป.…

ง้อแฟนสาวไม่สำเร็จ อส.หนุ่มคว้าปืนจ่อยิงขมับ ก่อนยิงตัวเองดับตายตาม

ง้อแฟนสาวไม่สำเร็จ

ง้อแฟนสาวไม่สำเร็จ อส.หนุ่มคว้าปืนจ่อยิงขมับ ก่อนยิงตัวเองดับตายตาม

ง้อแฟนสาวไม่สำเร็จ อส.หนุ่มคว้าปืนจ่อยิงขมับ ก่อนยิงตัวเองดับตายตาม

ง้อแฟนสาวไม่สำเร็จ

อส.หนุ่มขี้หึงระแวงแฟนสาวตีตัวออกห่าง ย่องเงียบดูถึงหอพักว่าจะออกไปทำงานกับใคร พอฝ่ายหญิงลงจากห้องพักรี่ประชิดเข้าไปนั่งในที่นั่งคนขับ
และให้สาวมานั่งทับที่ตัก ก่อนจะเริ่มเจรจางอนง้อขอคืนดี แต่ตกลงกันไม่ได้ ชักอาวุธปืน 9 มม.ที่พกติดตัวออกมาจ่อยิงขมับฝ่ายหญิง ก่อนจะระเบิด
ขมับตัวเองดับตายตาม

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 11 ต.ค.62 พ.ต.ท.ชาคริต กวีมูล สว.สอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ ได้รับแจ้งเหตุยิงกันที่หอพักธารธารา ถนนชาญสินธุ์ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
รุดเดินทางไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชนินทร์ จิตรแจ้ง ผกก.สภ.เมืองบึงกาฬ พ.ต.ท.ฉายนต์ ชาวดอน – พ.ต.ท.ยอดยม อุปกา รอง ผกก.สอบสวน พ.ต.ท.จรูญศักดิ์ ลำพุทธา รอง ผกก. สส. พ.ต.ท.เสกสรร
บาอุ้ย สวป. พ.ต.ท.พิสุชา บุตรเชียงคำ รอง สว.สืบสวน กก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ นายชัยณรงค์ สุระดะนัย ปลัดหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอเมืองบึงกาฬ นพ.ธราดล มุ่งขันติวงศากุล แพทย์เวร รพ.บึงกาฬ
และหน่วยกู้ภัยนทีธรรม

ที่เกิดเหตุบนลานจอดรถหอพักธารธารา พบรถเก๋งยี่ห้อซูซูกิ รุ่นสวิฟต์ สีเขียว ทะเบียน 3 กฒ 284 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในสภาพติดเครื่องยนต์ ในที่นั่งคนขับพบผู้บาดเจ็บหายใจรวยรินอยู่ 2 คน ทราบชื่อ
นายธเนศ อุตมะ อายุ 30 ปี อาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอเมืองบึงกาฬ ช่วยงานฝ่ายทะเบียนราษฎร และนางสาวเอมอร แก้วมงคุณ อายุ 28 ปี เจ้าหน้าที่จัดไฟแนนซ์ของบริษัทธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด
สาขาบึงกาฬ สภาพศพฝ่ายหญิงสวมกางเกงขายาวสีดำ เสื้อยืดสีเหลืองยูนิฟอร์มธนาคารนั่งบนตักฝ่ายชาย ในตำแหน่งที่นั่งคนขับ สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. เข้าที่เหนือหูขวาทะลุขมับซ้าย
ส่วนฝ่ายนายธเนศ ใส่กางเกงขายาวสีดำ เสื้อยืดกรมท่าแขนสั้นถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันเข้าที่ขมับขวาทะลุขมับซ้าย เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณในรถ ที่มือด้านขวาของนายธเนศ กำปืนพกสั้นยี่ห้อ
ซิกซาวเออร์แมกกาซีน มีกระสุนถูกยิงไปแล้ว 2 นัด เจ้าหน้าที่จึงเก็บปลอกกระสุนไว้ เป็นหลักฐาน

สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า นายธเนศ ได้มาป้วนเปี้ยนด้านหน้าหอพักหลายวัน เมื่อมีคนถาม จึงตอบว่ามาแอบดูแฟนว่าจะไปทำงานกับหนุ่มคนไหนหรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้เพื่อนฝ่ายชายเล่าว่า ทั้งสองคนคบหากันมานาน แต่มาระยะหลังฝ่ายหญิงได้ลาออกจากการทำงานที่ธนาคารออมสิน มาทำงานที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ฝ่ายรับจัดไฟแนนซ์ได้ 1 เดือน ประกอบกับผู้ตายเป็นคนสวยหน้าตาดี จึงมีหนุ่มๆ มาติดพัน ทำให้ฝ่ายชายเกิดความหึงหวงบอกเลิกฝ่ายหญิงไปก่อนหน้านี้ แต่ด้วยยังรักและหึงหวงจึงแอบติดตามดูความเคลื่อนไหวฝ่ายหญิงตลอด และกลับไปง้องอนขอคืนความรักเหมือนเดิม แต่ฝ่ายหญิงไม่ยอม จึงทำให้เกิดความหึงหวงและบันดาลโทสะชักปืนออกมายิงฝ่ายหญิง ก่อนจะยิงตัวเองและเสียชีวิตในเวลาต่อมาทั้ง 2 คน.…

แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวดวงถึงฆาต ขี่จยย.เสยท้ายสิบล้อจอดข้างทาง ดับสลด

แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวดวงถึงฆาต

แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวดวงถึงฆาต ขี่จยย.เสยท้ายสิบล้อจอดข้างทาง ดับสลด

แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวดวงถึงฆาต ขี่จยย.เสยท้ายสิบล้อจอดข้างทาง ดับสลด

แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวดวงถึงฆาต

จังหวัดกระบี่ เกิดเหตุสลด แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวในตลาดนัดบ้านทุ่ง ดวงถึงฆาต ขี่จยย.ไปชนท้ายสิบล้อจอดอยู่ข้างทางเสียชีวิตคาที่

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 11 ต.ค.62 พ.ต.ต.ภัรสพร หลีสู สว.(สอบสวน) สภ.อ่าวนาง จ.กระบี่ รับแจ้งเหตุรถชนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บนถนนเพชรเกษม ช่วงหมู่ 1 บ้านทุ่ง ต.เขาคราม อ.เมือง หลังรับแจ้งจึงประสาน ตำรวจสายตรวจ ต.เขาคราม แพทย์เวร รพ.กระบี่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา รุดไปยังที่เกิดเหตุ ริมถนนที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก 10 ล้อ ทะเบียน 80-4747 ตรัง จอดเปิดไฟกะพริบอยู่ริมถนน บริเวณท้ายรถพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน ครม 391 นครศรีธรรมราช ชนเสียบติดอยู่ช่วงใต้รถ สภาพหน้ารถจักรยานยนต์พังยับ บนพื้นถนนข้างรถจักรยานยนต์ พบร่างของ น.ส.จุฬาภร เพชรสาย อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 143 หมู่ 2 ต.เหล อ.กะปง จ.พังงา อาชีพเป็นแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวในตลาดนัดบ้านทุ่ง นอนเสียชีวิตจมกองเลือด สภาพศีรษะได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง สอบสวนนายประพันธ์ เกาะกลาง อายุ 36 ปี ชาว อ.ปะเหลียน จ.ตรัง คนขับรถบรรทุก ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนขับรถมาจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จะไปส่งอาหารให้กับร้านอาหารในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ระหว่างทางเกิดอาการง่วงนอน จึงจอดรถนอนพักข้างทาง โดยเปิดไฟกะพริบไว้ ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นจุดที่มีรถบรรทุกจอดพักกันอยู่เป็นประจำ จากนั้นได้ยินเสียงชนดังสนั่นมาจากท้ายรถ จนรถมีอาการสั่น ตนลงไปดูก็พบผู้เสียชีวิตนอนเสียชีวิตอยู่แล้ว เบื้องต้นตำรวจคาดว่า ผู้ตายกำลังจะขี่รถกลับบ้านซึ่งอยู่ไม่ไกลกับจุดเกิดเหตุ มาถึงที่เกิดเหตุ อาจจะเข้าใจว่ารถบรรทุกกำลังวิ่งอยู่บนถนน จึงไม่ได้หักรถหลบ จนเข้าระยะกระชั้นชิดเบรกรถไม่ทันจึงชนเข้าท้ายรถอย่างจัง ศีรษะกระแทกเข้ากับกระบะท้ายรถจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตามจะนำพยานใกล้ที่เกิดเหตุมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง.…

เมียสุรชัย พร้อมกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย เชื่อสามีตาย แต่อยากพบศพ

เมียสุรชัย

เมียสุรชัย พร้อมกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย เชื่อสามีตาย แต่อยากพบศพ

เมียสุรชัย พร้อมกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย เชื่อสามีตาย แต่อยากพบศพ

เมียสุรชัย

ภรรยา “สุรชัย แซ่ด่าน” พร้อมกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย บุก สตช. ยื่นหนังสือถึงผบ.ตร.คลายเงื่อนงำ หายลึกลับ-อุ้มฆ่า-ถ่วงน้ำโขง เผยติดต่อครั้งสุดท้าย
ธ.ค.61 เชื่อสามีตายแล้ว แต่ก็อยากพบร่าง

วันที่ 10 ตุลาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นางปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ อายุ 62 ปี ภรรยาของ นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือสุรชัย แซ่ด่าน พร้อมกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ประมาณ 20 กว่าคน
เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกร้องให้สืบสวนสอบสวนกรณีการหายตัวไปของนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือสุรชัย แซ่ด่าน พร้อมนักกิจกรรมนักเคลื่อนไหว
ทางการเมืองหลายคน เช่น นายอิทธิพล สุขแป้น นายวุฒิพงษ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ นายชัยชาญ บุบผาวัลย์ หรือสหายภูชนะ นายไกรเดช ลือเลิศ หรือสหายกาสะลอง นายชูชีพ ชีวะสุทธิ์ นายสยาม ธีรวุฒิ
นายกฤษณะ ทัพไทย ที่ได้ลี้ภัยทางการเมืองไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้านแล้วหายตัวไปตั้งแต่ปี 2560 อย่างมีเงื่อนงำ

เมียสุรชัย
นางปราณี เปิดเผยว่า วันนี้มาร้องทุกข์กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความเป็นธรรม ให้ช่วยตามหา นายสุรชัย ผู้เป็นสามี ที่ถูกอุ้มหายเป็นเวลานานกว่า 10 เดือนแล้ว ซึ่งขณะนี้ไม่มีความคืบหน้า จึงเรียกร้อง
ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสืบสวนสอบอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดความกระจ่าง โดยสามีของตนหายสาบสูญไปพร้อมกับทีมงาน 2 คน คือ สหายกาสะลอง และสหายภูชนะ ภายหลังพบว่าทั้ง 2 คนเป็นศพที่
แม่น้ำโขง จ.นครพนม ที่ผ่านมามีการติดต่อไปหาญาติใกล้ชิดที่คาดว่าสามีจะไปอยู่ที่นั่นที่นี่ แต่ก็ไม่มีใครพบ ส่วนตัวเชื่อว่าสามีน่าจะเสียชีวิตแล้ว แต่ก็อยากจะพบร่างของสามีเพื่อความแน่ใจ ก่อนหายสาบสูญ
ตนสามารถติดต่อสามีได้ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2561

เมียสุรชัย

ด้าน นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข เปิดเผยด้วยว่า กรณีผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่สูญหายทั้ง 8 คนนั้น สงสัยว่าจะเป็นการฆาตกรรมโดยคนกลุ่มเดียวกันและเป็นปฏิบัติการทหารนอกระบบที่อาจจะสัมพันธ์เชื่อมโยง
กับการใช้งบประมาณลับทางการทหารในการอุ้มฆ่าเพื่อทำลายคู่ปรปักษ์ทางการเมือง และเชื่อว่าบุคคลทั้งสาม คือนายสุรชัย สหายกาสะลอง และสหายภูชนะ ถูกฆาตกรรมในประเทศไทย…

หนุ่ม 22 ปียิงตัวเองคาเก๋ง คาดเพราะซึมเศร้า

คาดเพราะซึมเศร้า

หนุ่ม 22 ปียิงตัวเองคาเก๋ง คาดเพราะซึมเศร้า

หนุ่ม 22 ปียิงตัวเองคาเก๋ง คาดเพราะซึมเศร้า

คาดเพราะซึมเศร้า

ผกก.สภ.กบินทร์บุรี เผย เหตุหนุ่มวัย 22 ปียิงตัวตายในรถเก๋งริมถนนทางคู่ขนาน ใกล้กับสี่แยกสามทหาร สอบสวนเบื้องต้นกับญาติผู้ใกล้ชิด น่าจะมีสาเหตุมาจากโรคซึมเศร้า และความเครียดจากหนี้พนันบอล

จากกรณี ที่นายธนชัย พรหมเมตตา อายุ 22 ปี ชาวบ้าน ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตในรถเก๋งมิตซูบิชิ รุ่นแลนเซอร์ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน 2 กธ 7335 กรุงเทพมหานคร เข้าขมับขวา ทะลุท้ายทอย 1 นัด เสียชีวิตในเบาะที่นั่งคนขับ ที่บริเวณริมฟุตปาทถนนทางคู่ขนาน ใกล้กับสี่แยกสามทหาร หน้าร้านขายวัสดุการเกษตรและร้านชินฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ หมู่ 8 ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา สาเหตุน่าจะมาจากความเครียดที่เป็นหนี้พนันบอล ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ในเรื่องนี้ พ.ต.อ.วันชัย พิทักษ์ตันสกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกบินทร์บุรี กล่าว จากการสืบสวนสอบสวน ทราบว่าผู้ตายมีอาชีพรับจ้างทำป้ายไฟร้านค้า เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมาผู้ตายได้มาขอเงินยาย ได้เงินไปจำนวน 50,000 บาท เพื่อเอาไปใช้หนี้การพนันที่เป็นหนี้อยู่ 1 แสน เพื่อรวบรวมเงินไปใช้หนี้ ต่อมาเมื่อคืนที่ผ่านมาประมาณเที่ยงคืนกว่า ผู้ตายได้มาหายายที่บ้านโดยได้ขอยืมรถยนต์คันดังกล่าวของพี่สาว ขับมาบ้านยายพบกับลูกพี่ลูกน้อง และขออาวุธปืน .38 ที่เคยเอามาฝากไว้

โดยผู้ตายแจ้งว่าจะเอาปืนไปขายใช้หนี้พนันบอล เมื่อได้ปืนมาแล้วจึงขับรถออกจากบ้านยาย และในช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. ได้มีการโทรศัพท์ไปหาภรรยาว่า ตนเองมีภรรยาอีกคนที่กำลังตั้งครรภ์ฝากให้ดูแลลูกด้วย จนมาก่อเหตุยิงตัวเองเสียชีวิตเมื่อเช้าที่ผ่านมา ส่วนสาเหตุจูงใจก็มีหลายประการ ตัวเองก็ได้รับแจ้งจากญาติว่าป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้ว เขาจะมียาประจำตัวอยู่ในรถด้วย เกิดจากภาวะเครียดเนื่องจากที่ข้างประตูคนขับมีก้นบุหรี่ 4 มวนตกอยู่.…

ฝากขัง แกนนำบีอาร์เอ็น ผู้ต้องหากบฏ ค่าหัว 5 แสน ค้านประกันอุสตาซ

ฝากขัง

ฝากขัง แกนนำบีอาร์เอ็น ผู้ต้องหากบฏ ค่าหัว 5 แสน ค้านประกันอุสตาซ

ฝากขัง แกนนำบีอาร์เอ็น ผู้ต้องหากบฏ ค่าหัว 5 แสน ค้านประกันอุสตาซ

ฝากขัง

ดีเอสไอนำตัว “มะหะมะรอมือลี สาแม” อุสตาซ แกนนำบีอาร์เอ็น ผู้ต้องหากบฏ บงการวางระเบิดทหารพราน ค่าหัว 5 แสน
ฝากขังศาลอาญา พร้อมคัดค้านการประกันตัว

เวลา 09.00 น.วันที่ 4 ต.ค. เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ควบคุมตัวนายมะหะมะรอมือลี สาแม แกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น และครูสอนศาสนาโรงเรียน
รุ่งอรุณวิทยานุสรณ์ อ.ควนกาหลง จ.สตูล ผู้ต้องหาค่าหัว 5 แสนบาท หลังหลบหนี 14 ปี และพบพัวพันเหตุวางระเบิดถล่ม อส. 2 ศพ
ที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ไปฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ผัดแรก ตั้งแต่วันที่ 4-15 ต.ค. พร้อมคัดค้าน
การประกันตัว เพราะมีอัตราโทษสูงกลัวหลบหนี
สำหรับนายมะหะมะรอมือลี สาแม พันตำรวจตรีสิริวิชญ์ ชาญเตชะสิทธิ์กุล ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ
ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 และสำนักอำนวยการข่าวกรอง กอ.รมน.ภาค4 สน. จับกุมตัวตามหมายจับของกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ข้อหากบฏ ก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร หลังจากหลบหนีหมายจับมา 14 ปี ก่อนจะนำตัวเดินทางเข้า กรุงเทพฯ
ทั้งนี้ เหตุการณ์เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562 คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดและซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ อส.ชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ขณะดูแลความปลอดภัยครู ร.ร.บ้านควนปะทำให้ อส.เสียชีวิตจำนวน 2 นาย และได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 นาย ในที่เกิดเหตุพบโทรศัพท์มือถือที่คาดว่าเป็นของคนร้ายตกอยู่ จากการตรวจสอบพบว่าหมายเลข มีชื่อผู้จดทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์เป็นเยาวชนในพื้นที่ อ.ควนโดน จ.สตูล เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวเยาวชนที่เป็นผู้จดทะเบียนซิมโทรศัพท์มาให้ข้อมูลจนทราบว่านายมะหะมะรอมือลี สาแม ครูสอนศาสนา ร.ร.รุ่งอรุณวิทยานุสรณ์ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล เป็นผู้ใช้ให้เปิดซิมโทรศัพท์จำนวน 2 ซิม
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้เชิญนายมะหะมะรอมือลี สาแม มาให้ข้อมูลและจากการตรวจสอบประวัติพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับของกรมสอบสวนคดีพิเศษหมายจับ ป.วิอาญา ศาลอาญาที่ 87/2548 ลง7 ม.ค. 48 ซึ่งเคยมีรางวัลนำจับ 500,000 บาทและมีหมายจับ พ.ร.ก.ศาลปัตตานีที่ ฉฉ.130/62 ลง 20 ก.ย. 62 จึงได้เชิญตัวไปดำเนินกรรมวิธีซักถามที่หน่วยซักถามหน่วยข่าวกรองทางทหารส่วนหน้าค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
ผลการซักถาม นายมะหะมะรอมือลียอมรับว่า เป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงผ่านการสาบานตน ในปี 2526 ขณะเรียนที่ ร.ร.ธรรมวิทยามูลนิธิ จ.ยะลา ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าดาแอเราะห์หรือผู้รับผิดชอบในเขตพื้นที่ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ 5 ตำบลคือ ต.ลิดล, ต.พร่อน, ต.ลำใหม่, ต.ยะลา และ ต.ลำพะยา จ.ยะลา และหลังจากมีหมายจับจึงได้หลบหนีไปตามที่ต่างๆ จนมาเป็นครูสอนศาสนาที่ ร.ร.รุ่งอรุณวิทยานุสรณ์ จ.สตูล จนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ กรณีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด อส.ชุดคุ้มครองตำบลนาประดู อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เสียชีวิต 2 ศพเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมานั้น นายมะหะมะรอมือลี สาแม ยังให้การยอมรับว่า ตนเองได้สั่งให้เยาวชนคนดังกล่าว ซึ่งเป็นนักเรียนใน ร.ร.รุ่งอรุณวิทยานุสรณ์ที่ตนเองสอนอยู่ไปซื้อซิมโทรศัพท์จำนวน 2 ซิม ซึ่งเป็นหมายเลขตรงกับโทรศัพท์ที่ตกในที่เกิดเหตุโดยได้มอบซิมโทรศัพท์ให้กับนายฟาอิส หรือ นายรุสลันโต๊ะบีลา ซึ่งก็เป็นครูสอนวิชาพละ ร.ร.รุ่งอรุณวิทยานุสรณ์ และเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีดังกล่าว นำไปก่อเหตุ