About LarryThompson

Here are my most recent posts

วิศวกรวัย 25 ซิ่งบิ๊กไบค์ 1,000 ซีซี ชนต้นไม้ รถยนต์แหลก-ดับคาที่

วิศวกรซิ่งบิ๊กไบค์

วิศวกรซิ่งบิ๊กไบค์ 1,000 ซีซี ชนต้นไม้ ดับคาที่

วิศวกรซิ่งบิ๊กไบค์ 1,000 ซีซี กลับจากพบปะกับเพื่อนพ้อง แซงคันหน้าพบแท็กซี่สวน หลบเสียหลักไปชนต้นไม้รถยนต์แหลก คนหัวกะโหลกแตก เสียชีวิตคาที่ มีรถถูกเฉี่ยวชนอีก 1 คัน คนขี่เจ็บ

เวลา 06.00 น.วันที่ 14 ธันวาคม ร้อยตำรวจโทพิเชษฐ์ศักดิ์ ปิยะรัตน์สถิตย์ รอง สว.(สอบปากคำ) สถานีตำรวจบางเขน รับบอกเหตุรถ จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ชนต้นไม้มีผู้ตาย รอบๆปากซอยลาดปลาเค้า 66 ถนนลาดปลาเค้าฝั่งมุ่งหน้าวัดลาดปลาเค้า ตำบลอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานครก็เลยรุดไปตรวจดูพร้อมหมอนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลภูมิพล และก็หน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมรู้บุญคุณคน

จุดเกิดเหตุเจอร่าง นายสราวุธ น้ำฝน อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 ตรอกรามอินทรา 5 แยก 3-12 ตำบลอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานครภาวะเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่โคนต้นไม้ข้างถนน ภาวะใส่เสื้อยืดคอกลมสีเทา นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว สวมหมวกนิรภัยเต็มใบสีแดง มีรอยแผลกะโหลกศีรษะแตกเป็นแผลฉกรรจ์ ใกล้กันเจอองค์ประกอบรถยนต์ จักรยานยนต์เป็นต้นว่า ถังใส่น้ำมัน ล้อหน้า โช้คหน้า เกลื่อนกลาดเรี่ยราดเรี่ยอยู่เต็มพื้น

ส่วนรถยนต์เป็น จักรยานยนต์บิ๊กไบค์แบรนด์คาวาซากิ รุ่น Z 1000 สีดำ ทะเบียน 8 มายากล 7877 จังหวัดกรุงเทพ ชนต้นไม้คว่ำกระเด็นไปอยู่อีกฟากถนนหนทางในภาวะพังพินาศ

จากการไต่สวนสหายๆผู้เสียชีวิตซึ่งเดินทางมาดูศพในจุดเกิดเหตุ ให้ข้อมูลว่า นายสราวุธ ดำเนินงานเป็นวิศวกรบริษัทประเทศญี่ปุ่นแห่งหนึ่งเขตเพลิดเพลินจิต ก่อนเกิดเหตุไปคบหาสมาคมกับพวกพ้องเขตถนนหนทางเกษตรนวมินทร์ รวมทั้งกำลังจะขี่รถยนต์กลับไปอยู่บ้านพักเขตรามอินทรา โดยใช้ถนนหนทางลาดปลาเค้าฝั่งเลขคี่เพื่อมุ่งหน้าถนนหนทางรามอินทรา แต่ว่ากลางทางมีประชาชนมองเห็นคนตายเร่งเครื่องบากบั่นแซงรถยนต์ จักรยานยนต์อีกคัน แต่ว่าไปพบรถแท็กซี่แล่นสวนมาทำให้จำเป็นต้องหักหลบทันควันรถยนต์พุ่งผ่านเลนไปชนต้นไม้ฝั่งตรงข้าม ร่างฟาดต้นไม้เสียชีวิตคาที่ รวมทั้งรถยนต์ จักรยานยนต์กระเด็นลื่นกลับมาอยู่บนถนนหนทางฝั่งมุ่งหน้ารามอินทราได้แก่เดิม

ด้าน ร้อยตำรวจโทพิเชษฐ์อำนาจ พูดว่า จุดเกิดเหตุมีรถยนต์ จักรยานยนต์คู่อาฆาตซึ่งคาดว่าจะถูกรถยนต์บิ๊กไบค์ของผู้เสียชีวิตเฉี่ยวชนกระทั่งคว่ำด้วยอีก 1 คันด้วยเป็น รถยนต์ จักรยานยนต์แบรนด์เรียวก้า สีดำ ทะเบียน ชงร 56 จังหวัดนครปฐม คนขับขี่ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำส่ง โรงพยาบาลภูเขาไม่พล ไปที่ผ่านมาซึ่งตนจะเดินทางไปไต่สวน และก็ผสานขอดูกล้องวงจรปิดพื่อสรุปต้นสายปลายเหตุการเสียชีวิตในสำนวนถัดไป.…

สรุปรักเจ้าเล่ห์ บุษราคัม จริตคุณร้ายมาก ย่ำยีหัวใจ ลวงชายหนุ่มดาวน์รถยนต์ 12 คัน

บุษราคัม

บุษราคัม ชื่อของสตรีคนนี้ดังสนั่นหวั่นไหวไปอีกทั้งโซเชียล

เนื่องจากเสน่ห์คุณร้ายมาก ต้อนเอาหัวใจหนุ่มน้อยมากไม่น้อยเลยทีเดียว พร้อมรถยนต์อีก 12 คัน คุณเป็นใครกันแน่มาจากไหน คุณมี เจ้าเล่ห์หลอกลวง ชายหนุ่มๆถึงได้วางใจ ชูดวงใจมอบให้แก่คุณ

วิศรุต (นามสมมุติ) ชายหนุ่มอายุ 32 ปี กดเข้าไปเล่นโปรแกรมแชตหาคู่ ซึ่งวิสสุตคาดหวังไว้ว่าจะได้เจอรักดีๆสักหนึ่งครั้ง และก็แล้วเขาก็พบหญิงที่เขาเผ้าคอยมานาน

บุษราคัม สาวจังหวัดสุรินทร์ วัย 22 ปี คุณคนนี้ชื่อก็สวย

เนื่องจากว่า ในรูปโปรไฟล์ใบหน้างาม หุ่นดีแซ่บสะเด็ด รวมทั้งคุณคนนี้ก็ทำให้หัวใจของวิสสุตได้หลงเสน่ห์อีกรอบ

เมื่อทั้งสองแชตคุยกันในโปรแกรมแชตหาคู่มาจนกระทั่งจุดหนึ่ง บุษราคัมก็เลยขอไลน์ เพื่อสนทนาและก็ศึกษาเรื่องราวของวิสสุตต่อ ไม่ว่าจะเป็น ไม่มีคู่หรือเปล่า, บ้านอยู่ไหน แล้วก็ทั้งสองก็ปรับปรุงเป็นการโทรคุยกัน และก็บอกเล่าเรื่องราวชีวิตด้วยความบริสุทธิ์ใจตรงเวลาเกือบจะๆ2 เดือน

ความรู้สึกดีๆที่วิสสุตมีให้บุษราคัม เริ่มก่อตัวขึ้น ถัดมาก็ต่อว่ากับวิสสุตว่า คุณจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับเพื่อการเดินทางวันละ 200 บาท ซึ่งไม่คุ้มเลย แม้ว่าตัวคุณเองมีประสิทธิภาพเรื่องการเงินที่จะดาวน์ และก็ผ่อนรถยนต์ได้สบายๆแม้กระนั้นต้นเหตุที่คุณไม่อาจจะซื้อรถยนต์ได้ก็เพราะเหตุว่าชื่อคุณติดแบล็กลิสต์

บุษราคัมก็เลยขอให้วิสสุตใช้ชื่อของวิสสุตไปออกรถให้ก่อน โดยคุณจะเป็นคนดาวน์ เป็นคนผ่อนค่าผ่อนส่งเอง แล้วก็เมื่อครบ 6 เดือน คุณก็จะแปลงคำสัญญาเป็นชื่อของคุณเอง พร้อมด้วยย้ายมาอยู่กับวิสสุตด้วย

วิสสุตไว้ใจบุษราคัม หากแม้ ณ เวลานี้ทั้งสองจะยังมิได้เจอหน้าค่าตากันก็ตาม ด้วยเหตุว่าคุณมองเป็นคนจริงดวงใจ แล้วก็สวมชุดดำเนินการแบงค์มองน่าไว้ใจ และก็แล้ววันที่ทั้งสองนัดพบที่จะเดินทางไปเซ็นสัญญาซื้อรถยนต์ก็มาถึง…

วินาทีที่ทั้งสองเจอหน้ากันคราวแรก วิสสุตตกอกตกใจรวมทั้งผิดหวังหน่อยเดียว เพราะว่าบุษราคัมใบหน้าไม่ตรงปก แต่ว่าเขาก็ยังเอาอย่างคำสัญญา เป็น ซื้อรถยนต์ในชื่อของตนให้บุษราคัมไปก่อน

ต่อไปอีกไม่กี่วันหน้าจากที่รถปิคอัพ 4 ประตูป้ายแดงคันสวยถูกขับออกมาจากโชว์รูม (บุษราคัมมาเพียงแค่ผู้เดียว เพราะเหตุว่าวิสสุตติดงาน) บุษราคัมก็แปรไป คุณไม่หวานแหว๋ว คำพูดคำจาแปรไปไม่เหมือนเก่า รวมทั้งตอบใจความช้า
ผ่านไป 2 เดือน ไฟแนนซ์โทรมาทวงค่าผ่อนส่งรถยนต์กับวิสสุต วิสสุตร้อนรนรีบติดต่อบุษราคัมโดยทันที แม้กระนั้นไม่ว่าเช่นไรบุษราคัมก็ไม่ยินยอมจ่ายค่าผ่อนส่ง แล้วก็ถือว่าเป็นแค่เพียงครั้งเดียวที่วิสสุตได้โอกาสได้เจอหน้าบุษราคัม ถ้าหากนับจากก.ย.-ตอนนี้ ที่ทั้งสองได้คุยกัน

วิสสุตสุดจะทน กระทั่งจำเป็นต้องตกลงใจเดินทางไปฟ้องร้อง และก็สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เขาพบว่ายังมีเพศชายคนอื่นถูกบุษราคัมหลอกให้ออกรถปิคอัพในพื้นที่ อำเภอพานทองคำ 7 คัน และก็ อำเภอเมืองจังหวัดชลบุรี จังหวัดชลบุรี 5 คัน รวม 12 คัน โดยแพงตั้งแต่ 8 แสน-1.2 ล้านบาท ซึ่งแต่ละคนล้วนพบสถานะการณ์ในลักษณะเดียวกันทั้งปวง

เมื่อข่าวสารดังอื้อฉาว สื่อได้เดินทางไปที่บ้านของบุษราคัมที่ จังหวัดจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านกำเนิดของคุณ พบว่า ครอบครัวคุณมิได้ตรากตรำ เพียงพออยู่พอกินตามวิถีชีวิตคนต่างจังหวัด แล้วก็ในตอน 2-3 ปีที่ล่วงเลยไป คุณมิได้กลับไปอยู่บ้านเลย ซึ่งที่ผ่านมา คุณได้สมรสกับเด็กหนุ่มในหมู่บ้านเดียวกัน แล้วก็มีลูกชายอายุ 4 ขวบ แต่ว่าท้ายที่สุดก็เลิกรากันไป

ตำรวจตั้งคำถามว่า เพราะอะไรรถยนต์ที่บุษราคัมดาวน์ถึงมีการลงนามค้าขายกับพนักงานที่ทำหน้าที่ขายของโชว์รูมเพียงผู้เดียว

ถัดมา พนักงานที่ทำหน้าที่ขายคนที่ใครๆก็รู้จักกล่าวออกมารับรองว่าไม่มีส่วนทราบเรื่องกับบุษราคัม แต่ว่าบุษราคัมได้ติดต่อมาหาคุณในเฟซบุ๊ก เพื่อถามประเด็นการซื้อรถยนต์ ส่วนเรื่องที่พนักงานที่มีหน้าที่ขายยอมบุษราคัมนำรถยนต์ออกมาจากโชว์รูม (เพศชายบางบุคคลที่เป็นคนดาวน์ มิได้ไปรับรถยนต์เอง เพราะเหตุว่าติดงาน) เพราะเหตุว่าพนักงานที่มีหน้าที่ขายรู้เรื่องว่าเพศชายที่ใช้ชื่อสำหรับการซื้อรถยนต์ แล้วก็บุษราคัมเคยมาทำไฟแนนซ์ร่วมกัน และก็ทั้งสองก็มีทีท่าแบบคนเป็นแฟน

ถัดมา ข้างหลังเรื่องดังที่กล่าวผ่านมาแล้วเริ่มเป็นข่าวดัง ชายผู้เสียหายรายหนึ่งได้โทรไปคุยกับแม่ของบุษราคัม ซึ่งแม่ได้เล่าว่า บุตรสาวเห็นด้วยว่าตัวคุณเองเป็นเพียงแต่คนหารถยนต์ ซึ่งคุณมีบทบาทหลอกให้รัก เพื่อเอารถยนต์ไปขายต่อ แล้วก็ประเด็นนี้ก็ทำกันเป็นกลุ่ม

ภายหลังเกิดเหตุราวทางญาติของบุษราคัม ได้มานะติดต่อหลานสาว เพื่อขอให้มอบตัวรวมทั้งรับผิดชอบในส่วนที่ได้ทำลงไป
ปัจจุบัน ชายผู้เสียหายอีกรายหนึ่งเผยออกมาว่า บุษราคุมนัดหมายไปพบที่ สภ.เสม็ด วันนี้ เวลา 18.00 น. โดยบุษราคัมได้ย้ำกับเขาเพราะว่า หัวข้อนี้อย่าบอกผู้สื่อข่าว.…

เอ๋ ปารีณา ยื่นประกัน 5 หมื่น คดีดูหมิ่น ช่อ พรรณิการ์

เอ๋ ปารีณา

เป็นทางขับขี่รถผ่านก็เลยเข้ามา เอ๋ ปารีณา ยื่นประกันตัวศาลอาญา 5 หมื่นบาท หลังศาลประทับรับฟ้อง หมิ่นประมาท ช่อ พรรณิการ์ วานิช เงื่อนกล่าวอ้างเกี่ยวข้องระเบิดป่วนปั่นกรุง

เอ๋ ปารีณา ยื่นประกันตัวศาลอาญา 5 หมื่นบาท คดีหมิ่นประมาท

เมื่อเวลาราวๆ 14.00 น.เศษ วันที่ 12 ธันวาคม62 ที่ศาลอาญา นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางมายังศาลอาญา เพื่อยื่นประกันตัวที่ถูก น.ส.พรรณิการ์ วานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อแล้วก็ผู้ประกาศพรรคอนาคตใหม่ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องดูหมิ่นแล้วศาลสั่งประทับรับฟ้อง

โดย นางสาวปารีณา ไม่ยอมรับที่จะให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการเดินทางมายื่นประกันตัวรวมทั้งการใช้หลักทรัพย์หรือตำเเหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยื่นประกันตัวในวันนี้ เเละหัวข้อที่ว่าจะสามารถไกล่เกลี่ยกับทางข้างโจทก์ได้หรือเปล่า โดยกล่าวสั้นๆว่า เป็นทางขับขี่รถผ่านก็เลยเข้ามา

หลังจากนั้น นางสาวปารีณายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ เป็นเงินสด 5 หมื่นบาท เพื่อขอปลดปล่อยชั่วครั้งคราว โดยศาลไตร่ตรองเเล้วอนุญาตให้ปลดปล่อยชั่วครั้งชั่วคราวโดยมิได้ตั้งเงื่อนไขใดๆก็ตาม.…

ตำรวจลำบากใจรีบคลี่คลายปม ฆ่าเซลส์สาว ยัดเก๋ง-ทิ้งคลองมา 3 ปี

คดี ฆ่าเซลส์สาว ขายปุ๋ย ถูกยัดใส่รถยนต์-ทิ้งน้ำมาถึง 3 ปี ตำรวจสารภาพคดีออกจะยาก เพราะว่าหลักฐานลางเลือนไปกับสายน้ำ แต่ว่ารีบเก็บข้อมูล-เรียกผู้ที่เกี่ยวเนื่องมาไต่สวน

ฆ่าเซลส์สาว ถูกยัดใส่รถยนต์ทิ้งน้ำมาถึง 3 ปี

จากกรณีเหตุเจอรถยนต์โผล่กลางคูน้ำจังหวัดชัยนาท-ป่าสักใน อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี เมื่อข้าราชการไปวิเคราะห์เจอเป็นรถยนต์นิสสัน สีขาว ภาวะเขรอะดินโคลนไปอีกทั้งคัน กระจกด้านห้านซ้ายแตก หลังคายุบ ก่อนที่จะรถยนต์ชูใช้ขึ้นมาพิจารณาอย่างทุลักทุเล จนถึงเจอท่อนกระดูกที่คาดว่าน่าจะเป็นส่วนประกอบของผู้คน อยู่ที่เบาะไม่มียางอายซ้ายของรถยนต์ แล้วก็ยังเจอกะโหลกศีรษะแล้วก็กระดูกซี่โครงส่วนอื่นๆปนเปอยู่ในซากรถยนต์

ในเวลาถัดมา ตำรวจได้กระทำการวิเคราะห์ทะเบียนรถยนต์รวมทั้งพบว่าคนที่ครองก็คือ นางสาวกลิ่นเกสร อายุ 36 ปี แม้กระนั้นยังไม่เคยทราบว่าแจ้งชัดว่ากระดูกมนุษย์ที่เจอนั้นเป็นใครกันแน่ ก่อนที่จะในเวลาถัดมาได้มีการพี่น้องๆของ นางสาวกลิ่นเกสร เดินทางมาจาก จังหวัดจังหวัดลพบุรี เพื่อมองจุดเกิดเหตุและก็ให้เข้าข้อมูลกับข้าราชการ รวมทั้งรับรองว่าซากกระดูกต่างๆที่เจอน่าจะเป็น นางสาวกลิ่นเกสร ที่ล่องหนไปตั้งแต่ปี 2559

เครือญาติของ นางสาวกลิ่นเกสร กล่าวว่า ผู้หายสาบสูญเป็นเซลส์ขายปุ๋ยอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งใน อำเภอรอยเท้า จังหวัดจังหวัดสระบุรี รวมทั้งยังมีร้านค้าสเต็กและก็ร้านค้าเช่าชุดไทยเป็นของตนเอง แม้กระนั้นได้ล่องหนไปตั้งแต่ปี 2559 กับรถยนต์นิสสันคันดังที่กล่าวถึงแล้ว เครือญาติๆมานะติดตามหาและไม่เจอร่องรอยอะไรก็ตามรวมถึงมีการแจ้งเหตุเอาไว้ที่ สภ.รอยเท้า แต่ว่าผ่านไป 3 ปีแล้วคดีก็ยังปราศจากความก้าวหน้าอะไรก็ตาม

พี่น้องของ นางสาวกลิ่นเกสร ยังบอกอีกว่า แม้ว่าจะมานะติดตามหาตัว นางสาวกลิ่นเกสร อยู่ยาวนานหลายปี แม้กระนั้นก็ยังไม่เคยละความเพียรพยายาม ได้ไปร้องทุกข์กับทางกองปราบห้าม และก็เข้าวัดหาที่พึ่งพิงด้วยการบนเอาไว้ที่วัดรอยพระบาท แล้วก็เพียงแค่ไม่นานนักก็เจอข่าวสารว่ามีกระดูกติดอยู่ในรถยนต์ที่จมอยู่ใต้น้ำ ก็เลยเดินทางมาวิเคราะห์และก็แน่ใจว่าน่าจะเป็นร่องรอยของ นางสาวกลิ่นเกสร ที่ล่องหนไป

แม่ของ นางสาวกลิ่นเกสร กล่าวมาว่า มูลเหตุป้อมดวงใจว่ากระดูกที่เจอในรถยนต์คันดังกล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นบุตรสาวตนเองที่ล่องหนไป ก็เนื่องจากว่าเจอเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆที่ยังอยู่ข้างในรถยนต์ รวมถึงเอกสารวิธีขายปุ๋ยที่บุตรสาวใช้ปฏิบัติงานอยู่ประจำ แล้วก็พบเจอซิลิโคนที่ลูกเคยศัลยกรรมอกตกอยู่ ปัจจุบันนี้มั่นใจว่าชายสูงอายุที่ติดพันบุตรสาวคงจะมีความเกี่ยวข้องกับกรณีนี้เยอะที่สุด ด้วยเหตุว่าก่อนที่จะบุตรสาวจะล่องหนไป ได้บอกกับตนว่าจะไปนอนที่บริษัทผลิตปุ๋ย รวมทั้งจากนั้นก็ติดต่อมิได้อีกเลย

ทางด้าน พันตรีอ ศักดิ์สิทธิ์ วชิระสรรค รองหัวหน้าตำรวจภูธร จังหวัดจังหวัดสระบุรี รับรองว่า จากการตรวจทานพื้นฐานมีหลักฐานและก็น้ำหนักไปในหัวข้อการสังหารปิดบัง เพราะมีผ้าที่มีไว้สำหรับปูที่นอนผูกใส่ร่างคนตายเอาไว้ ทั้งยังมีผู้เห็นเหตุการณ์แจ้งว่า ผู้ตายได้คบค้าดูใจกับชายสูงอายุที่เป็นเจ้าของกิจการค้าปุ๋ย ก่อนที่จะล่องหนไปอย่างเป็นปัญหาด้วย

สำหรับต้นสายปลายเหตุการตายนั้นยังจำต้องรอคอยผลของการตรวจพิสูจน์อย่างประณีต พร้อมด้วยสารภาพว่าคดีนี้ออกจะยาก เหตุเพราะหลักฐานต่างๆอยู่ในรถยนต์และก็จมอยู่ใต้น้ำเป็นระยะเวลาที่ยาวนานถึง 3 ปี ทำให้ร่องรอยต่างๆของคดีบางทีก็อาจจะเลือนหายไปได้ แม้กระนั้นข้าราชการก็จะบากบั่นสะสมหลักฐาน เพื่อนำไปสู่การคลี่คลายคดีให้ได้ รวมทั้งจะเรียกพยานบุคคลที่คงจะเกี่ยวเนื่องกับคนเสียชีวิตมาสอบปากคำถัดไป…

รองผู้บังคับการฯ ขอนแก่น กระทั่งถึงเย็นนี้ทราบผล ศพทารกถูกฆ่าหั่น หรือหมากัดแทะเล็ม

ศพทารก

ศพทารก ถูกฆ่าหั่น หรือ หมากัดแทะเล็ม

หัวหน้าทีมสอบสวนคดี ศพทารก ยืนยัน ผลพิสูจน์เย็นนี้จะได้รู้แจ้งชัดว่า ทารกถูกฆ่าตายหั่นศพ หรือถูกสุนัขเล็ม รวมทั้งหาเวลาเสียชีวิตที่ชัดแจ้ง พร้อมหาองค์ประกอบที่เหลือมาตรวจเพิ่ม

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 9 เดือนธันวาคม 2562 ศูนย์กระทำการโรงพักภูธรเมืองขอนแก่น พันตำรวจเอกสุทธิเหล่ากอ เป็กทองคำ รอง ผบกรัมภ.จว.ขอนแก่น ในฐานะหัวหน้าชุดกลุ่มสอบสวน พันตำรวจเอกองอาจภาคภูมิ ชื่นชม ผู้กำกับการสภ.เมืองขอนแก่น เรียกสัมมนาชุดสืบสาว เพื่อสรุปผลการตามหาร่างกายท่อนข้างล่าง รวมทั้งขาข้างซ้าย ซึ่งเป็นองค์ประกอบเด็กทารกที่ยังหายไปรวมทั้งจัดกลุ่มไต่สวนลงพื้นที่หาเค้าเงื่อนบุคคลที่เกี่ยวโยงสำหรับการนำซากเด็กแบเบาะไปทิ้ง

พันตำรวจเอกสุทธิเหล่ากอ เป็กทองคำ รอง ผบกรัมภ.จว.ขอนแก่น บอกว่า ภายหลังจากมีราษฎรเจอส่วนประกอบเด็กแรกคลอดถูกหมากัดแทะเล็มในนา แล้วก็เจอหัว ส่วนประกอบท่อนบนแล้วก็แขนสองข้าง แต่ว่ายังไม่เจอร่างกายท่อนด้านล่าง แล้วก็ขาข้างซ้าย ในพื้นที่บ้านสะอาด มัธยม1 ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เมื่อคืนนี้ก่อนหน้านี้ ซึ่งในพื้นฐานมั่นใจว่าส่วนประกอบที่เจอทั้งคู่จุดนั้นเป็นส่วนประกอบของเด็กอ่อนรายเดียวกัน แม้กระนั้นยังไม่รู้เพศและไม่รู้ความจริงว่าส่วนประกอบดังกล่าวมาแล้วข้างต้นนั้นถูกคนไหนกันแน่เอามาทิ้ง รวมทั้งมูลเหตุที่องค์ประกอบถูกแยกออกมาจากกันนั้นเป็นเพราะว่าถูกฆาตกรรมหั่นศพ หรือหมากัดเล็ม

“เวลานี้พนักงานที่ทำหน้าที่สอบสวนได้ผสานไปยังหมอนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อขอความร่วมมือสำหรับในการชันสูตรพลิกศพเด็กแรกคลอดรายดังที่กล่าวถึงมาแล้ว เพื่อจะได้รู้ในขณะที่เสียชีวิตที่แจ้งชัด รวมทั้งจะได้รู้ว่าเด็กอ่อนรายนี้เสียชีวิตจากวิธีการทำแท้ง หรือคลอดธรรมดา เพราะเหตุว่าหากเป็นการทำแท้ง กับการคลอดธรรมดาแล้วมาเสียชีวิตตอนหลังนั้น บุคคลที่เกี่ยวเนื่องที่นำซากเด็กทารกมาทิ้ง จะมีความผิดที่ต่างกัน แต่ว่าในพื้นฐานขอรับรองว่า ซากเด็กแรกคลอดที่เจอมิได้ถูกไฟเผาอะไร ส่วนศพที่เจอก็คงจะมีการเอามาทิ้งมากยิ่งกว่า 24 ชั่วโมง คาดว่าเย็นวันนี้จะรู้ผลทั้งยังในเรื่องเพศ แล้วก็วันในตอนที่เสียชีวิตที่เด่นชัด ส่วนองค์ประกอบที่หายไปนั้น ก็บางทีอาจจะเป็นได้ว่าหมาข้างถนนที่มีอยู่หลายตัวในรอบๆดังที่กล่าวมาข้างต้น บางครั้งก็อาจจะกัดรับประทานไปแล้ว” รอง ผบกรัมภ.จว.ขอนแก่น กล่าว

พันตำรวจเอกสุทธิวงศ์วาน กล่าวว่ากล่าว จากการที่กำลังข้าราชการเดินเท้าหาส่วนประกอบเด็กแรกคลอดที่หายไป เดี๋ยวนี้ยังไม่เจอแต่ว่าก็ยังไม่เลิกหา เพราะว่ายังมีแนวทางที่จะไต่สวนรวมทั้งควรมีข้อสรุป อีกทั้งการตรวจทานวงจรปิดตามทางที่มุ่งหน้าไปยังจุดที่เจอองค์ประกอบ และก็สอบสวนจากบุคคลต่างประเทศ รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากว่าเสื้อที่มีสีเขียวรวมทั้งกางเกงลายปิดบังทหารนั้น เท่าที่ตรวจตรามีวางจำหน่ายตามตลาดนัดทั่วๆไป ส่วนการเรียกสัมมนาชุดสอบปากคำในคราวนี้ก็เพื่อแบ่งกลุ่มกันทำ ว่ากลุ่มใดควรจะทำอะไร แล้วก็จะมีการสัมมนาสรุปผลการทำงานในวันแล้ววันเล่า

ในเวลาถัดมา นักข่าวลงพื้นที่ไปยังนา ที่เจอองค์ประกอบขาข้างขวาของเด็กแรกเกิดที่ถูกหมากัดแทะเล็ม เจอนายธนา อนุอันนท์ อายุ 23 ปี คนที่เจอหมากัดเล็มขาเด็กแรกคลอด พูดว่า กลับจากดำเนินงานมาถึงบ้านก็เจอหมาแย่งกันแทะเล็มเนื้ออยู่ในทุ่งข้าว เมื่อเดินเข้าไปมองก็เลยมีความคิดเห็นว่าเป็นขามนุษย์ก็เลยแจ้งตำรวจให้รู้ ตำรวจมาดูและก็เก็บส่วนประกอบไป
“ส่วนประกอบที่เจอมีสีคล้ำ เหมือนถูกไฟลุกลี้ลุกลน แต่ว่าไม่มีรอยกัดเล็ม รวมทั้งยังไม่เน่า เห็นกระจ่างเจนว่าต้นขาถูกของมีคมตัด และไม่ได้สัมผัสองค์ประกอบที่เจอ และไล่หมาออกไปจากรอบๆดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น”.…

ตี๋ แก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง โผล่งานศพ ลันลาเบล ยันตัวเองบริสุทธิ์

บ้านบางบัวทอง

ตี๋-นที แก๊งปาร์ตี้ บ้านบางบัวทอง โผล่กราบศพ ลันลาเบล ก่อนเผา 7 ธ.ค.นี้ พร้อมมอบซองช่วยงาน แต่ถูกแม่ปฏิเสธ บอกมาช่วงแรกคงดีกว่านี้ ด้าน ตี๋ ยืนยันตัวเองบริสุทธิ์

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 6 ธ.ค.62 ที่วัดสะแกงาม ถนนพระราม 2 เขตบางขุนเทียน นายนที สถิตพงษ์สถาพร หรือตี๋ อายุ 33 ปี แก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง ได้เดินทางมาพร้อมทนายความ เพื่อไหว้ศพ น.ส.ธิติม นรพันธ์พิพัฒน์ หรือลันลาเบล และนำซองมาช่วยเหลืองานศพ โดย นางศุภมาส นรพันธ์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี แม่ลันลาเบล ปฏิเสธรับซองช่วยเหลือจากนายนที แต่อนุญาตให้กราบศพได้

โดย นายนที กล่าวว่า จุดประสงค์ที่มาวันนี้เพื่อไหว้ศพเบล และนำซองมาช่วยงานศพ ที่จริงแล้วตั้งใจจะมานานแล้ว แต่ติดเรื่องการให้ปากคำในเรื่องคดีความ ส่วนเพื่อนติดงานติดธุระกันหมด

“รู้สึกตื่นเต้นสำหรับคดี มีการเตรียมความไว้แล้ว และได้ไปรายงานตัวตลอด ในวันที่ 18 ธ.ค.นี้ ก็ต้องไปที่ศาลธนบุรี แต่ยังคงยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง” นายนที กล่าว

ด้าน นายพงษา ราตรี ทนายความของครอบครัวลันลาเบล กล่าวว่า ตอนนี้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนไปให้ทางอัยการเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้เป็นดุลพินิจของทางอัยการแล้วว่า จะส่งฟ้องเมื่อไหร่และคดีอะไรบ้าง โดยคาดว่าน่าจะมีการส่งฟ้อง วันที่ 18 ธ.ค.นี้ โดยครอบครัวมีความเห็นอยากจะให้ใส่เพิ่มในบางประเด็นในสำนวนของพนักงานสอบสวน ซึ่งกระทรวงยุติธรรมมีการอนุเคราะห์ช่วยเหลือในเรื่องของคดี โดยคดีอาญาและคดีแพ่งฟ้องรวมกัน

ด้าน นางศุภมาส กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่ขอพูดถึงเรื่องนายนทีที่มางานซึ่งถ้ามาช่วงแรกๆ คงดีกว่านี้”

สำหรับบรรยากาศพิธีสวดพระอภิธรรม เป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีครอบครัว คนรู้จัก และเพื่อนลันลาเบล เดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจจำนวนมาก โดยจะมีพิธีฌาปนกิจ ในเวลา 17.00 น. วันเสาร์ที่ 7 ธ.ค.นี้

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1720658

รายที่ 5 เหยื่อ ยาดองสูตรลุงนัท เสียชีวิตแล้ว

เสียชีวิตแล้ว

เสียชีวิตแล้ว รายที่ 5

เหยื่อรายที่ 5 ที่เคยดื่ม “ยาดองลุงนัท” สูตรนรกเรียกพี่ รากสามสิบผสมคางคก เสียชีวิตแล้ว ญาติระบุ แพทย์เขียน
เสียชีวิตเพราะยาดองเหล้ามีสารเมทานอล

เสียชีวิตแล้ว

เหยื่อ ยาดองสูตรลุงนัท เสียชีวิตแล้ว

โดยก่อนหน้านี้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วทั้งหมด 4 คน ประกอบไปด้วย นายวินัย พรมศรี นายประหยัด พันธ์เมือง นางจู สัตตะ
วาศ และนายพระรถ หาญสุโพธิ์ โดยศพ นางสาวบุญเรือง การมีกำหนดสวดพระอภิธรรม 2 คืน แล้วเผาวันที่ 30 พ.ย. 62 เวลา 16.00 น.นี้

นางพวงทิพย์ ชูศรี อายุ 51 ปี ลูกสาวผู้ตาย กล่าวว่า อยากให้ตำรวจจับกุม นายนัฏฐ์ภณ เจ้าของยาดองเหล้ามาดำเนินคดีโดยเร็ว มีคนที่ดื่มยาดองเหล้าสูตรพิสดารตายไปรวม 5 คนแล้ว แต่การติดตามจับกุมตัว นายนัฏฐ์ภณ ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ส่วนการเสียชีวิตของแม่นั้น แพทย์ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เสียชีวิตเพราะยาดองเหล้ามีสารเมทานอล

อาสาสมัครดับเพลิง วัย 19 ปี ถูกจับกุมข้อหาวางเพลิงในป่า ออสเตรเลีย

อาสาสมัครดับเพลิง

อาสาสมัครดับเพลิง ชาวออสเตรเลีย ถูกจับกุมข้อหาวางเพลิงในป่าออสเตรเลีย กว่า 7 จุด

อาสาสมัครดับเพลิง

วันที่ 28 พ.ย. 2562 อาสาสมัครดับเพลิงชาวออสเตรเลีย ถูกจับกุมข้อหาวางเพลิงโดยเจตนา 7 จุดภายในช่วงเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นต้นเหตุภาวะฉุกเฉินด้านไฟป่าร้ายแรงในออสเตรเลีย

ตำรวจออสเตรเลียเผยว่าอาสาสมัครดับเพลิงคนหนึ่งได้ลอบวางเพลิงในป่าช่วงเย็นวันอังคารที่ผ่านมา (26 พ.ย.2562) ก่อนจะกลับไปยังที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในฐานะอาสาสมัครดับเพลิง และหลังจากนั้นไม่นานก็ถูกตำรวจเข้าจับกุม

อาสาคนดังกล่าวเป็นชายวัย 19 ปี ซึ่งเป็นสมาชิกของหน่วยดับเพลิงชนบทรัฐนิวเซาท์เวลส์ ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้วางเพลิง 7 จุดในพื้นที่เบกาแวลลีย์ ทางตอนใต้ของรัฐนิวเซาท์เวลส์

ต่อมาช่วงเย็นวันอังคารที่ผ่านมา (26 พ.ย.) ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบกิจกรรมที่น่าสงสัยเกี่ยวกับไฟป่า ได้พบชายคนหนึ่งที่คาดว่าเป็นผู้ก่อเหตุอยู่ในพื้นที่ป่าไกลห่างผู้คน และหลังจากนั้นไม่นานก็เกิดไฟป่าขึ้นในบริเวณเดียวกัน

อาสาฯคนดังกล่าวถูกจับกุมที่ด่านนอกของหน่วยดับเพลิงชนบทรัฐนิวเซาท์เวลส์ และนำตัวไปขึ้นศาล ด้วย 7 ข้อหา เกี่ยวกับการเป็นต้นเหตุของไฟป่าและการไม่ไตร่ตรองจนทำให้ไฟลุกลาม

อาสาสมัครดับเพลิง

เชน ฟิตซ์ซิมมอนส์ กรรมาธิการหน่วยงานกล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยถูกปลดออกจากการเป็นสมาชิกอาสาสมัครดับเพลิงแล้ว

ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เหล่านักดับเพลิงต่างมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและเสี่ยงอันตรายอย่างมาก สมาชิกของเราจึงมีสิทธิ์ที่จะไม่พอใจที่การกระทำของบุคคลหนึ่งคนจะทำลายชื่อเสียงและแรงกายแรงใจของผู้คนมากมาย” การวางเพลิงเป็นอาชญากรรมที่อันตรายอย่างยิ่ง ไม่มีสังคมใดยอมรับการกระทำนี้ได้ แน่นอนว่าหน่วยงานและสมาชิกของเราก็เช่นกัน

ร้องเอาผิดตำรวจ สน.บางเสาธง หลังติดคุกฟรี 7 เดือน หลังถูกกล่าวหา เป็นคนร้ายวิ่งราวเพชรมูลค่า 15.8 ล้านบาท

พ่อค้าไก่ย่าง ถูกกล่าวหา ฉกเพชร มูลค่า 15.8 ล้านบาท ร้องกองปราบเอาผิดเจ้าของเพชร-ตำรวจโรงพักบางเสาธง หลังสิ้นอิสรภาพนานถึง 7 เดือน 10 วัน ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว
วันที่ 27 พ.ย.62 ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายพิสิษฐ์ หรือแดง สุวรรณพิมพ์ อายุ 50 ปี พ่อค้าไก่ย่าง น.ส.ดารีวรรณ พ่อวงค์ อายุ 49 ปี ภรรยา พร้อมทนายความ เข้าพบ พ.ต.ต.ทรงพล หมอกกลั่น สว.สอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อแจ้งความเอาผิดกับบริษัทกาแล็คซี่ ไดมอนด์ จำกัด น.ส.บุญญรัตน์ รัศมีสุขานนท์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเสาธง ในข้อหาแจ้งความเท็จจนได้รับโทษทางคดีอาญา และเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หลังนายพิสิษฐ์ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนร้ายวิ่งราวเพชรมูลค่า 15.8 ล้านบาท จนต้องโทษจำคุกอยู่ในเรือนจำเป็นเวลากว่าร่วม 7 เดือน 10 วัน ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งยกฟ้อง โดยนำหลักฐานเป็นเอกสารคำตัดสินในคดีดังกล่าวของศาลมามอบให้กับพนักงานสอบสวนพิจารณา

ล้านบาท

ร้องเอาผิดตำรวจ สน.บางเสาธง หลังติดคุกฟรี 7 เดือน

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า เมื่อเดือน ก.พ. 2560 ตนเองได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเสาธง จับกุมที่บ้านพัก โดยบอกว่า ตนเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีวิ่งราวเพชรมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2559 มีบริษัทกาแล็คซี่ น.ส.บุญญรัตน์ เป็นผู้แจ้งความไว้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพาไปที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นครพนม ทำร้ายร่างกายบังคับให้ยอมรับสารภาพและบอกที่ซ่อนเพชร แต่ด้วยความที่ตนไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว จึงได้ตอบปฏิเสธกลับไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตนส่งต่อให้กับพนักงานสอบสวน สน.บางเสาธง แจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมาย จนต้องถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำถึง 7 เดือน 10 วัน ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ต่อมาได้นำเรื่องเข้าร้องเรียนยังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อให้ช่วยเหลือทางคดี จนมีการสืบหาพยานหลักฐานมาหักล้างและยืนยันว่าตนเป็นแพะ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว จนกระทั่งเมื่อปี 2561 ศาลได้มีคำสั่งยกฟ้องและเป็นอันสิ้นสุดทางคดี นอกจากนี้ตนยังแปลกใจว่าภายหลังสิ้นสุดคดีทำไมบริษัทกาแล็คซี่ น.ส.บุญญรัตน์ เจ้าของเพชรถึงไม่ได้สนใจที่จะตามหาตัวคนร้ายตัวจริง ตลอดระยะเวลาที่ต้องเป็นแพะทางคดี ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดนสังคมตราหน้าว่าเป็นขี้คุก ลูกโดนเพื่อนล้อเลียน ทั้งยังกลายเป็นหนี้สินกว่า 6 แสนบาท

“ที่ผ่านมามีเพียงเงินเยียวยาช่วยเหลือจากกระทรวงยุติธรรม 1 แสนบาท ส่วนคู่กรณีที่กล่าวหานั้นไม่มีแม้แต่จะมาสนใจหรือคำขอโทษ ในวันนี้จึงได้ตัดสินใจมาที่กองปราบเพื่อนแจ้งความเอาผิดกับบุคคลเหล่านี้ที่ทำให้ตนต้องกลายเป็นแพะทั้งที่ตนไม่ได้ทำความผิด”

ด้านพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องสอบปากคำนายพิสิษฐ์ เพื่อนำไปพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐาน ก่อนจะส่งต่อให้กับผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

แม่ทนไม่ไหว แจ้งจับลูกชายตัวเอง เสพยาจนคลั่ง ขู่ฆ่าแม่ เผาทำลายรถยนต์ – จยย. เสียหาย

ขู่ฆ่าแม่

เสพยาจนคลั่ง ขู่ฆ่าแม่ เผาทำลายรถยนต์ – จยย.

แม่วัย 51 ปี แจ้งตำรวจจับลูกชายวัย 31 ปี หลังคลุ้มคลั่งจากการเสพยาเสพติด

แม่แจ้งจับลูกชายตัวเอง มีอาการคลุ้มคลั่งจากการเสพยาไอซ์  ขู่ฆ่าแม่ – เผาทำลายรถยนต์ – จยย. เสียหาย

ขู่ฆ่าแม่

วันนี้ (26 พ.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.บุญสาน สินทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน พร้อมด้วย พ.ต.ต.สังวาลย์ พันสีทา สารวัตรปราบปราม ร.ต.อ.อนันตชัย วงค์จำปา รองสารวัตรปราบปรามฯ และกำลัง
ตำรวจอาสา ร่วมจับกุมตัว นายแต้ว (สงวนชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 31 ปี และ น.ส.วริษา (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี สองสามีภรรยา ข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) และเผาทำลายทรัพย์
สินจนเกิดความเสียหาย ภายในบ้านไม่มีเลขที่ ซ.นาจอมเทียน 17 ม.3 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

หลังจากได้รับแจ้งของความช่วยเหลือจาก นางต้อม (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี มารดา นายแต้ว ผู้ก่อเหตุ ว่าขณะนี้ตนมีความหวาดกลัวอย่างมาก เนื่องจากลูกชายมีอาการคลุ้มคลั่งจากการเสพยาไอซ์ ขู่
จะใช้มีดฆ่าตน และนายสมพร (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี พ่อเลี้ยงให้ตาย และยังทำการจุดไฟเผารถกระบะ มิตซูบิชิ สีเขียว ทะเบียน บห-8207 ระยอง ท้ายรถได้รับความเสียหาย และจักรยานยนต์ ฮอนด้า
เวฟ ไหม้วอดทั้งคัน จึงนำกำลังเข้าจับกุมพร้อมภรรยา และตรวจยึดอุปกรณ์การเสพ นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขู่ฆ่าแม่

ส่วนนายแต้ว ผู้ก่อเหตุ อยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง และมีอาการประสาทหลอน เมื่อเจ้าหน้าที่ถามว่า ทำไมต้องเผารถ เขาตอบว่า มองเห็นรถเป็นขยะจึงจุดไฟเผา และยังให้การรับสารภาพอีกว่า เสพยาไอซ์เกือบ
ทุกวันมาตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ปี ซึ่งทางผู้เป็นแม่ต้องการให้ลูกได้รับการบำบัดรักษา เพราะเกรงลูกพ้นโทษโกรธแค้นออกมาฆ่าตน