รวบน้องโหดใช้มีดฟันหัวพี่สาวดับสยดสยองคาบ้านพัก เหตุมีความขัดแย้งที่ดินนากุ้ง

ใช้มีดฟันหัวพี่สาว

 

ตำรวจเมืองคอนขอหมายศาล เข้าจับน้องชายโหดฆ่าพี่สาว โดย ใช้มีดฟันหัวพี่สาว เละตายสยดสยองคาบ้านพัก เหตุไม่พอใจนำนากุ้งที่เคยร่วมหุ้นกันให้ผู้อื่นมาเช่า จนเกิดวิวาทเคลียร์กันไม่ได้

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 มกราคม63 พันตำรวจโทธีระวุฒิ เทพเลื่อน รองผกก.สส.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พันตำรวจตรีณัฐภัทร พุทธังกุโร สว.สส.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช นำกำลังพร้อมหมายจับคดีฆ่าคนอื่นๆของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าจับนายอนุศาสตร์ สมปรีดา อายุ 45 ปี ที่ที่พัก เลขที่ 96/1 กลุ่ม 7 ตำบลบางจาก อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ก่อนคุมตัวนำส่ง พันตำรวจโทจรินทร์ ขาวใหม่ รองผู้กำกับการ(สอบสวน) สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อปฏิบัติการโดยชอบด้วยกฎหมาย

เพราะช่วงวันที่ 24 มกราคมก่อนหน้านี้ มีผู้ร้ายบุกในบ้านไม่มีเลขที่ ของนางฟูมฟาย ช่วยทองคำ อายุ 53 ปี ผู้ครอบครองสวนปาล์มแล้วก็นากุ้ง ในซอกซอยบางสะพาน 36 กลุ่ม 7 ตำบลบางจาก อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ขณะนางฟูมฟายอยู่บ้านคนเดียว โดยผู้ร้ายใช้ของมีคม ฟันที่หัวกว่า 10 แผล จนกระทั่งหัวเหลวตายสยดสยองคาบ้าน โดยขณะเกิดเหตุ นายจรัส ช่วยทอง อายุ 52 ปี ผัวของนายฟูมฟาย ออกไปทำธุระนอกบ้าน เมื่อกลับมาพบว่า เมียถูกฆ่าอย่างใจร้ายอยู่ในบ้าน ข้างหลังเกิดเหตุตำรวจได้สืบสวน จนถึงมีหลักฐานว่า ผู้ร้ายที่ก่อเหตุ เป็นนายอนุศาสตร์ สมสุขใจ อายุ 45 ปี น้องชายแท้ๆร่วมสายโลหิตของนางครวญคราง เป็นผู้ร้ายที่ก่อเหตุ ก็เลยขออนุมัติศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชออกหมายจับ ก่อนนำกำลังเข้าจับตัว

ดังนี้สิ่งที่ทำให้เกิดการก่อคดี การสอบปากคำสืบสวนของข้าราชการพบว่า นางครวญครางและก็น้องชายมีปัญหามีความขัดแย้งสะสมกันมานานยาวนานหลายปี ปัจจุบันเป็นความมีความขัดแย้งเรื่องที่ดินที่ใช้สำหรับในการทำนากุ้ง โดยที่ผ่านมานางฟูมฟายและก็น้องชายเคยปลูกข้าวกุ้งด้วยกัน แม้กระนั้นมีปัญหากัน นางครวญครางก็เลยเลิกปลูกข้าวกุ้ง แล้วก็ให้กสิกรกุ้งรายอื่นมาเช่าที่ดินนากุ้ง กระทำการเลี้ยงกุ้ง ซึ่งนายอนุศาสตร์ไม่ยินยอมรวมทั้งเกลียดชังพี่สาวอย่างมาก เพราะเหตุว่านายอนุศาสตร์ปรารถนาเลี้ยงกุ้งหรือทำไร่ทำนากุ้งเอง ไม่ยินยอมให้บุคคลภายนอกมาเช่า

ก่อนเกิดเหตุนายอนุศาสตร์ได้ไปพบนางฟูมฟายพี่สาวที่บ้าน เพื่อสะสางปัญหาคาใจกัน แม้กระนั้นตกลงกันมิได้ ก่อนที่จะนายอนุศาสตร์จะใช้พร้าฟันเข้าที่เข้าทางหัวของนางครวญครางไม่ยั้ง กระทั่งล้มจมเลือดเสียชีวิต ก่อนหลบออกไปจากบ้านพี่สาว รวมทั้งดำเนินชีวิตตามธรรมดาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนถึงถูกตำรวจนำกำลังเข้าจับกุมตัว

ซึ่งในตอนเย็นวันนี้ ตำรวจได้ไปตรวจหาที่พักของนายอนุศาสตร์รวมทั้งยึดเสื้อผ้า ที่ใส่ในวันก่อเหตุ มาเป็นหลักฐานทางคดี นอกนั้นตำรวจได้ร่วมกับนักดำน้ำ ได้คลำหาพร้าหลักฐาน ที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุ ซึ่งมีผู้เห็นเหตุการณ์รับรองว่า ข้างหลังก่อเหตุนายอนุศาสตร์ ได้โยนพร้าทิ้งลงในนากุ้งในหมู่บ้านเดียวกัน

สำหรับในการสืบสวน นายอนุศาสตร์ ยังให้การไม่ยอมรับ โดยบอกว่าขอไปให้การเนื้อหาในชั้นศาล ข้าราชการได้คุมตัวไว้ฟ้องร้องโดยชอบด้วยกฎหมาย.…

นักปั่นเยาวชนเกาหลี โดนกระบะชนเสียชีวิต ขณะปั่นฝึกซ้อมเก็บตัวที่จังหวัดเชียงใหม่

นักปั่นเยาวชนเกาหลี

ออม เซบอม นักปั่นเยาวชนเกาหลี แชมป์เยาวชนทวีปเอเชียคนปัจจุบัน เผชิญอุบัติเหตุกระบะชนเสียชีวิต ขณะขี่จักรยาน ระหว่างเก็บตัวที่ จังหวัดเชียงใหม่ ด้านคู่กรณีไม่หนี รอรับผิดชอบ

จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ Sasirin Pokpun ได้ลงคลิปแล้วก็เนื้อความ ว่า *แจ้งข่าวจ้ะ*ฝากหน่อยครับผม ผมได้รับการผสานจากกลุ่มรถจักรยาน กลุ่มเยาวชนประเทศเกาหลี ขอรูปภาพที่นำมาจากกล้องถ่ายภาพหน้ารถยนต์ในเรื่องวันที่ 28 เดือนมกราคม เวลา ราว 10 นาฬิกา ทางขึ้นเส้นแม่ขอบ ม่อนแจ่ม สะเมิง นักขี่จักรยานคนมีชื่อเสียงกล่าวได้เสียชีวิตแล้ว รวมทั้งนักกีฬาท่านนี้เป็นแชมป์เยาวชนทวีปเอเชียคนปัจจุบัน ท่านใดมีภาพที่เอามาจากกล้องถ่ายภาพหน้ารถยนต์ ขอส่งให้ทางไลน์ thunderxxx ขอบคุณมากมายครับผมชุดนี้มาเก็บเนื้อเก็บตัว จังหวัดเชียงใหม่ 18 เดือนมกราคม – 25 กุมภาพันธ์

จากคลิปพบว่านักปั่นจะต้องใช้การปั๊มหัวใจช่วย ก่อนถูกนำตัวรักษาต่อ ถัดมามีการแสดงความนึกคิดในเนื้อความจำนวนไม่ใช่น้อย และก็แสดงความเศร้าใจต่อการตายของ นายออม เซบอม วัย 19 ปี นักปั่นเยาวชนประเทศเกาหลีรายนี้ ซึ่งมีภาพของรถยนต์กระบะ อีซูซุ สีดำ ทะเบียน ผย 8394 จังหวัดเชียงใหม่ มีรอยชนที่ข้างล่างผู้ขับเสียหาย หยุดอยู่ในจุดเกิดเหตุ แม้กระนั้นปรารถนาคลิปหน้ารถยนต์เพื่อรับรองว่าคนใดกันไม่ถูกคนใดถูก

ด้านนายมนตรี หาญใจ นายกสมาคมกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ทางโทรคำศัพท์ว่า จากเรื่องราวดังที่กล่าวถึงแล้วขอแสดงความเศร้าใจกับครอบครัวของ นายออม เซบอม นักกีฬาที่เสียชีวิต และก็กลุ่มนักปั่นเยาวชนประเทศเกาหลี ซึ่งรู้ว่าได้เสียชีวิตแล้วข้างหลังเผชิญอุบัติเหตุ แต่ว่ากลุ่มชุดนี้ได้เข้ามาฝึกฝนเอง มิได้ผสานกับทางสัมพันธ์กีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ก็เลยไม่รู้ตารางฝึก ซึ่งกลุ่มตั้งเวลาการฝึกหัดเอง ทำแม้กระนั้นมารู้ตอนที่เกิดอุบัติเหตุก็ได้ให้ข้าราชการผสานเพื่อการเกื้อกูลต่อ ซึ่งรถยนต์ที่เผชิญอุบัติเหตุก็มิได้แอบหนี.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/local/north/1760041

ปอศ บุกจับร้านลอบขายหน้ากากกันฝุ่นเลียนแบบของแบรนด์ดัง

ปอศ บุกจับร้านลอบขายหน้ากาก

ตำรวจ ปอศ บุกจับร้านลอบขายหน้ากาก อนามัยสำหรับกันฝุ่น ที่ละเมิดลิขสิทธิ์สัญลักษณ์ 3เอ็ม ที่ฉะเชิงเทรา ก่อนส่งตัวเถ้าแก่ดำเนินคดีถัดไป

วานนี้ (27 มกราคม) พลตำรวจตรีไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ปอศ. สั่งให้ พันตำรวจเอกพัฒนพงศ์ ศรีพิณด้วยเหตุว่า ผู้กำกับการ1 บก.ปอศ., พันตำรวจโทวีระพงษ์ หอมหวล รอง ผู้กำกับการ1 บก.ปอศ. พ.ต.ต.วิศรุต บางน้ำเค็ม สว.กิโลกรัม1 บก.ปอศ. พร้อมกำลังนำหมายค้นของศาลทรัพย์สินทางปัญญาแล้วก็การค้าขายระหว่างชาติกึ่งกลาง ที่ 39/256 ระบุวันที่ 21 เดือนมกราคม 2563 ตรวจหาร้านรวงในอำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา หลังมี นายธนกฤต ตั้งบูรณาธุระ ผู้รับมอบอำนาจของ บริษัท 3เอ็ม คัมปะนี จำกัด ผู้ครอบครองสัญลักษณ์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ชนิดหน้ากากกันฝุ่นละออง แจ้งเหตุฟ้องร้อง

จากการตรวจหาเจอ 1.หน้ากากกันฝุ่นผงที่มีตราเลียนแบบสัญลักษณ์แบรนด์ 3เอ็ม 2.หน้ากากกรองอากาศที่มีสัญลักษณ์เลียนแบบสัญลักษณ์แบรนด์ 3เอ็ม 3.แผ่นพลาสติกสะท้อนแสงใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับทำเครื่องหมายเพื่อให้มีความปลอดภัยของยานพาหนะที่มียี่ห้อเลียนแบบยี่ห้อแบรนด์ 3เอ็ม รวมหลักฐานปริมาณทั้งหมด 228 ชิ้น

ขณะตรวจหามีนางเอ (นามสมมุติ) รับเป็นเจ้าของร้านค้า ก็เลยแจ้งข้อกล่าวหามีไว้เพื่อจัดจำหน่ายซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีตราเลียนแบบและก็เลียนสัญลักษณ์ของบุคคลอื่นที่ได้ลงบัญชีไว้แล้วในแว่นแคว้น นำตัวส่ง กิโลกรัม1 บก.ปอศาสตราจารย์ฟ้องร้องถัดไป.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1757866

ตั้ง 4 ผู้กำกับการพื้นที่ น.9 ดูแลการพิสูจน์คดีการสังหารเอาผิด ไอซ์ หีบเหล็ก

ไอซ์ หีบเหล็ก

รอง ผบช.น.เปิดเผยความก้าวหน้าคดี ไอซ์ หีบเหล็ก มีการตั้ง 4 ชุด พงส.ระดับ ผู้กำกับการเพื่อจะรีบเก็บหลักฐานเอาผิดกับผู้ต้องหา คดีฆ่าฝังถ่วงน้ำปิดบังศพหญิงสาว 3 ราย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 มกราคม63 พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปะชัย รอง ผบช.น. รับผิดชอบดูแลพื้นที่ บก.น.9 เปิดเผยถึงความก้าวหน้ากรณีการฟ้องร้องกับ นายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือ ไอซ์ หีบเหล็ก อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าฝังถ่วงน้ำปิดบังศพหญิงสาว 3 ราย ในพื้นที่ สถานีตำรวจเพชรเกษม ว่า บัดนี้มีการมอบหมายให้ พันตำรวจเอกนครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบกรัมน.9 เป็นหัวหน้าควบคุมกลุ่มพนักงานที่มีหน้าที่สอบสวนของ บก.น.9 ปริมาณ 4 ชุด ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีนายตำรวจระดับผู้กำกับการปริมาณ 4 นาย เป็นผู้กำกับดูแลการไต่สวนผู้เห็นเหตุการณ์ เก็บรวบรวมหลักฐาน รวมทั้งทำคดีต่างๆที่เกี่ยวกับ นายอภิชัย พร้อมกันไปกับหน้าที่สอบสวน

รอง ผบช.น.กล่าวอีกว่า คดีนี้เป็นคดีความน่าดึงดูด ผู้ต้องหามีความประพฤติโหดเหี้ยมรวมทั้งใช้กำลัง ตำรวจจะรีบสะสมหลักฐานอย่างรอบคอบถ้วนถี่ที่สุดเพื่อเอาผิดกับผู้ต้องหารายนี้ให้ได้ ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาเสริมเติม ยังจะต้องคอยพิสูจน์ให้ได้ว่า กระดูกเด็กสาวที่เจอขจุยขจายในบ่อ กับกระดูกหญิงสาวที่เจอถูกยัดหีบเหล็กถ่วงน้ำนั้นเป็นผู้ใดกัน โดยยิ่งไปกว่านั้นเหยื่อรายข้างหลังที่มีการออกภาพสเก็ตช์ให้สื่อมวลชนช่วยตามหา เดี๋ยวนี้ยังไม่มีผู้ใดแสดงตัวเป็นพี่น้อง

พลตำรวจตรีสหรัฐ ต้องการอ้อนวอนให้สื่อมวลชนช่วยลงภาพสเก็ตช์กันอีกที เพื่อเครือญาติหรือผู้ทรงความรู้จะรู้จักกับบุคคลดังที่กล่าวมาแล้ว ซึ่งล่องหนไปเมื่อราวๆปี 2554-2555 ติดต่อเข้ามาหาตำรวจ กระทำการเก็บเนื้อเก็บตัวอย่างยอดเยี่ยมเอ็นเอไปพิสูจน์อัตลักษณ์.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1757175

อัยการสั่งไม่ฟ้อง ชัยวัฒน์รวมทั้งพวก คดีหน่วงเหนี่ยวกักขัง-ฆ่า บิลลี่

ชัยวัฒน์

อัยการสั่งไม่ฟ้อง ชัยวัฒน์ พวก คดีหน่วงเหนี่ยวคุมขัง-ฆ่า บิลลี่ ส่งกลับสำนวนพร้อมหลักฐาน 17 แฟ้ม เหลือสั่งฟ้องเฉพาะข้อกล่าวหาปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ เหตุไม่ส่งตัวบิลลี่ให้ตำรวจฟ้องร้องลักของป่า

ตอนวันที่ 24 มกราคม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ศูนย์ข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวมาว่า ช่วงวันที่ 23 เดือนมกราคมก่อนหน้าที่ผ่านมา ที่ทำการอัยการพิเศษข้างคดีพิเศษ 1 โดยนายชวรัตน์ สกุลธนบริบูรณ์ อัยการพิเศษข้างคดีพิเศษ 1 ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อคืนสำนวนการสืบสวนปริมาณ 17 แฟ้มในคดีที่ดีเอสไอมีความเห็นสั่งฟ้อง นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตกาลหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกับพวกรวม 4 คน ในข้อกล่าวหาด้วยกันฆ่าคนอื่นๆโดยพินิจไว้ก่อน (นายพอละจี รักต้องเจริญก้าวหน้า หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก–บางกลอย) แล้วก็ข้อผิดพลาดฐานอื่นๆ

บุคลากรอัยการได้ไตร่ตรองสำนวนคดีดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นแล้วมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องนายชัยวัฒน์ ผู้ต้องหาที่ 1 นายบุญแทน บุษราคัม ผู้ต้องหาที่ 2 นายธนเสฎฐ์ หรือ เพชรตาแมว แช่มเทศ ผู้ต้องหาที่ 3 รวมทั้งนายกฤษณดงษ์ จิตต์เทศ ผู้ต้องหาที่ 4 ในข้อกล่าวหาด้วยกันฆ่าคนอื่น

โดยพินิจพิเคราะห์ไว้ก่อน เพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลตอบแทนอันเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากการที่ตนได้ทำไม่ดีอื่น เพื่อปกปิดข้อผิดพลาดอื่นของตนเอง หรือเพื่อหลบหลีกให้พ้นอาญาในความผิดพลาดอื่นที่ตนได้ปฏิบัติไว้

ด้วยกันหน่วงเหนี่ยวหรือขังคนอื่นๆหรือปฏิบัติด้วยอย่างใดให้คนอื่นๆไม่มีความอิสระภายในร่างกายส่งผลให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวขังหรือจำเป็นต้องไม่มีความอิสระภายในร่างกายนั้นถึงแก่เสียชีวิต, ด้วยกันโดยมีอาวุธข่มขืนใจคนอื่นๆให้ยอมหรือยอมจะให้ตนหรือคนอื่นๆได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นสินทรัพย์โดยใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกายหรือโดยบังคับว่าจะรังแกต่อชีวิตร่างกาย ความอิสระ ความโด่งดัง หรือหรือเงินของผู้ถูกบังคับหรือของมือที่สาม, ด้วยกันชิงทรัพย์ โดยมีอาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อทำไม่ดีประจำตัวไปด้วย ส่งผลให้คนอื่นๆถึงแก่เสียชีวิต, ด้วยกันโดยโกงหรือเพื่อปิดบังคดีทำการใดใดแก่ศพหรือสิ่งแวดล้อมในรอบๆที่เจอศพก่อนจะมีการชันสูตรวินิจฉัยศพในประการที่คงจะทำให้การชันสูตรวินิจฉัยศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนไป, ด้วยกันเป็นเจ้าหน้าที่มีบทบาทจัดแจงหรือรักษาทรัพย์สมบัติใด เบียดบังทรัพย์สมบัตินั้นเป็นของตนหรือเป็นของคนอื่นโดยโกง, ด้วยกันเป็นเจ้าหน้าที่ใช้อิทธิพลในตำแหน่งโดยไม่ถูกต้องข่มขืนใจให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งเงินทองหรือผลดีอื่นใดแก่ตัวเองหรือคนอื่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 147, 148, 289(4)(7), 309, 337, 340 ตรี และก็ เปรียญวิอาญา มาตรา 150 ทวิ

รายงานข่าวสารเผยออกมาว่า อัยการข้างคดีพิเศษ 1 อาจมีความเห็นสั่งฟ้องนายชัยวัฒน์กับพวก ในความผิดพลาดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหรือยกเว้นการกระทำหน้าที่โดยไม่ถูกต้อง มาตรา 157 กรณียึดน้ำผึ้งป่าของใบเสร็จรับเงินลี่ แล้วปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปโดยไม่นำตัวส่งให้ตำรวจฟ้องร้องในข้อกล่าวหาลักของป่า ดังนี้ทางเจ้าหน้าที่สอบสวนดีเอสไอได้สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดทั้งปวงในคดีการฆ่านายพอละจี ปริมาณ 8 ข้อกล่าวหา.…

เจอศพหนุ่มสักหนุมาน ตายแห้งเป็นกระดูก ติดอยู่ไร่อ้อยที่วังสะพุง

เจอศพหนุ่มสักหนุมาน

เจอศพหนุ่มสักหนุมาน นอนเน่าตายในป่าอ้อย พื้นที่ ตำบลเขาหินน้อย อำเภอวังสะพุง ในภาวะเหลือหนังห่อหุ้มกระดูกในป่าอ้อย ตำรวจผสานสอบหาคนหาย เพื่อติดต่อพี่น้องมารับศพ

ช่วงวันที่ 22 เดือนมกราคม63 ร้อยตำรวจเอกธนะพงษ์ ชาวเชียงตุง รอง สว.(สอบปากคำ) สภ.หนองหญ้าข้อ จังหวัดเลย ได้รับแจ้งเจอคนตายด้านในป่าอ้อย ตรงกันข้ามแผงโซลาร์เซลล์ ตำบลหน้าผาน้อย อำเภอวังสะพุง เมื่อรับแจ้งผสานไปยัง ข้าราชการพิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธร จังหวัดเลย หมอ โรงพยาบาลวังสะท้อง ช่วยเหลือสว่างคีรีธรรม จุดวังสะท้อง เดินทางไปชันสูตรวินิจฉัยศพ จุดเกิดเหตุเจอคนเสียชีวิตเป็นชายไม่รู้จักชื่อที่อยู่ ภาวะนอนคว่ำหน้า เน่าเหลือแค่หนังห่อกระดูก ไม่ใส่เสื้อ ใส่กางเกงขายาวลายซ่อนทหาร ที่ข้างหลังคนเสียชีวิตมีรอยสักรูปหนุมาน ข้อมือซ้ายโดนสัตว์เล็มเนื้อ หมอตรวจสุขภาพไม่เจอร่องรอยถูกทำร้าย ตรวจหาร่างกายผู้เสียชีวิตไม่เจอหลักฐานว่าเป็นคนใดมาจากไหน เสียชีวิตมาแล้ว 1-2 อาทิตย์ ได้นำร่างคนเสียชีวิตไปชันสูตรวินิจฉัยศพหามูลเหตุที่ โรงพยาบาลวังสะท้อง

จากการสอบปากคำทราบดีว่า เมื่อเช้าผู้ครอบครองไร่อ้อย ได้จ้างคนงานมาตัดอ้อย ระหว่างที่คนงานตัดอ้อยอยู่นั้นมองเห็นหมาวิ่งออกมาจากป่าอ้อย รวมทั้งมีกลิ่นศพลอยมา ก็เลยเดินไปดู เจอมีคนนอนเสียชีวิต ภาวะที่เน่าเหลือแค่หนังหุ้มห่อกระดูก ก็เลยรีบแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนทาง พงส.ได้ผสานคนภายในพื้นที่รวมทั้ง สภ.ใกล้เคียงตามหาคนหาย เพื่อแจ้งให้เครือญาติผู้เสียชีวิตรู้ถัดไป

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1753588

รับศพกลับบ้านเกิด แม่บ้านใช้เชือกผูกคอเสียชีวิตในบ้าน คุณหญิงพจมาน

คุณหญิงพจมาน

คุณหญิงพจมาน วันนี้ (6 มกราคม 63) The Bangkok Insight กล่าวว่า ที่แผนกนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลตำรวจ เครือญาติของ นางน้อย แก้วพูวง อายุ 31 ปี แม่บ้านชาวลาว ในบ้านของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร อดีตกาลภริยานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางมารับศพนางน้อยหลังใช้เชือกผูกคอเสียชีวิต กลับไปประกอบพิธีบาปทางศาสนาที่บ้านเกิด

โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 05.30 น. ของวันที่ 4 ม.ค. 2563 ร้อยตำรวจเอกสมชาย ศรีดี รอง สว. (สอบปากคำ) สถานีตำรวจบ่อน้ำกุ่ม รับบอกเหตุมีผู้ผูกคอเสียชีวิตในบ้านข้างหลังหนึ่ง ถนนหนทางดีที่สุดมนูธุระ ตำบลรามอินทรา เขตคัดดินยาว กรุงเทพมหานคร ก็เลยรุดไปตรวจทานจุดเกิดเหตุพร้อมหมอนิติวิทยาศาสตร์ กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แล้วก็มูลนิธิป่อเต๊กตึ๊ง จุดเกิดเหตุเป็นตึกชั้นเดี่ยว ซึ่งเป็นบ้านพักคนงาน ซึ่งมี พันตำรวจเอกวทัญญู วิทยผโลทัย อดีตกาลผู้กำกับการข้างวิจัยและพัฒนา ศูนย์ปรับปรุงด้านการข่าวสาร ศูนย์บัญชาการตำรวจสันติบาล เป็นผู้รออำนวยความสะดวกสำหรับการเข้าพิจารณาจุดเกิดเหตุ

จากการวิเคราะห์เจอศพนางน้อย แก้วพูวง ใช้เชือกผูกคอกับลูกบิดประตู ข้างในห้องเช่าแม่บ้าน ตรวจดูด้านในหอพักไม่เจอร่องรอยการถอดถอนค้น แล้วหลังจากนั้นได้นำศพมาพิสูจน์ที่นิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อหาต้นเหตุการตายที่จริงจริง…