คุณลุง ตชด.จังหวัดเชียงใหม่เครียดจัดโรครุม ยิงตัวดับคาบ้าน เกรงเป็นภาระครอบครัว

ยิงตัวดับคาบ้าน

ตำรวจ ตชด.วัย 57 ปี ที่เชียงใหม่ เครียดหลังได้รับอุบัติเหตุเดินลำบาก แถมโรครุมเร้า เกรงเป็นภาระหน้าที่ครอบครัว ใช้ปืนสั้นประจำกาย ยิงตัวดับคาบ้าน ด้านญาติไม่ติดใจการตาย

ช่วงวันที่ 22 ธันวาคม62 ผู้รายงานข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พันตำรวจตรีจรัญ ไชยกวี สว.(สอบปากคำ) สภ.แม่ขอบ จังหวัดจังหวัดเชียงใหม่ ว่าได้รับบอกเหตุคนยิงตัวตาย เหตุกำเนิดข้างในบ้านข้างหลังหนึ่งในพื้นที่ มัธยม1 ตำบลสันโป่ง อำเภอแม่ขอบ จังหวัดจังหวัดเชียงใหม่ หลังทราบเรื่องก็เลยรุดเข้าวิเคราะห์จุดเกิดเหตุร่วมกับทางข้าราชการชุดสายตรวจ แล้วก็ข้าราชการช่วยเหลือ พร้อมกับกลุ่มหมอรวมทั้งข้าราชการพิสูจน์หลักฐาน โดยเมื่อทางข้าราชการทั้งหมดทั้งปวงมาถึงยังจุดเกิดเหตุ เจอราษฎรในแถวดังที่กล่าวมาแล้วยืนมุงมองจุดเกิดเหตุอยู่

ช่วงเวลาเดียวกัน รอบๆระเบียงหน้าบ้านเจอศพชายนอนเสียชีวิตจมกองเลือด รู้ชื่อเป็น ร้อยตำรวจโทสมาน ธงเทียน ตำแหน่ง รอง สว(เปรียญ) ฝอำเภอบก.ตำรวจตระเวณชายแดนภาค 3 อายุ 57 ปี ราษฎร มัธยม1 ตำบลสันโป่ง อำเภอแม่ขอบ จังหวัดจังหวัดเชียงใหม่ ใกล้กันกับศพเจออาวุธปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ครึ่งหนึ่งออโต้ตกอยู่ และก็ยังเจอจดหมายลายมือผู้ตายที่เขียนบอกลาตายอยู่ในกระเป๋าเสื้อทางด้านซ้าย ทางข้าราชการได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนศพผู้ตายทางผู้พิทักษ์สันติราษฎร์รวมทั้งหมอได้ด้วยกันพิสูจน์ เจอร่องรอยรอยแผลลูกปืนยิงเข้าที่เข้าทางรอบๆขมับทางด้านขวาทะลุขมับซ้าย 1 นัดหมาย

จากการถามผู้เห็นเหตุการณ์ในจุดเกิดเหตุ รู้ว่าช่วงเวลาเช้าก่อนหน้านี้ผู้ตายได้ออกมานั่งพักผ่อนรอบๆหน้าบ้าน แล้วหลังจากนั้นคนภายในบ้านได้ยิงเสียงปืนดังขึ้น และก็วิ่งมาดูก็พบว่าผู้ตายนอนจมกองเลือด โดยใกล้กับศพมีปืนประจำตัวของคนตายตกอยู่ ซึ่งคนเสียชีวิตคงจะใช้อาวุธปืนดังที่กล่าวมาข้างต้นยิงตนเองเพื่อฆ่าตัวตาย ส่วนมูลเหตุนั้นคาดว่าเกิดขึ้นมาจากความเคร่งเครียดและก็ปัญหาชีวิตที่รุมเร้า เพราะเหตุว่าตอน 2-3 ปีกลาย ทางเจ้าตัวได้เผชิญอุบัติเหตุจนกว่าบั้นท้ายแตก ทำให้เวลาเดินจำเป็นต้องใช้ไม้ค้ำ ช่วยเหลือตัวเองตรากตรำ ควรจะเป็นภาระหน้าที่ของครอบครัว ประกอบกับป่วยด้วยโรคเส้นโลหิตในสมองตีบ ก็เลยทำให้ฆ่าตัวตายตกลงใจฆ่าตัวตายเพื่อหมดปัญหาสุดท้าย

แม้กระนั้น ภายหลังการตรวจดูจุดเกิดเหตุ และก็ชันสูตรวินิจฉัยศพพื้นฐานแล้วนั้น ทางเครือญาติของคนตายมิได้ชอบใจถึงสิ่งที่ทำให้เกิดการตาย โดยทางผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้บันทึกข้อมูลในจุดเกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมด้วยได้ให้ทางข้าราชการช่วยเหลือกระทำย้ายที่ศพออกมาจากจุดเกิดเหตุ และก็ให้ทางข้าราชการช่วยเหลือนำศพส่งไปยังแผนกนิติวิทยาศาสตร์โรงหมอนครอิงค์ เพื่อทำตรวจพิสูจน์ต้นสายปลายเหตุการตายให้ละเอียดอีกที ก่อนที่จะแจ้งทางพี่น้องมารับศพเพื่อนำกลับไปประกอบพิธีบาปทางศาสนาถัดไป.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/local/north/1731898

6 ผู้ต้องหาคดีลันลาเบล ขึ้นศาลสอบข้อเท็จจริงจำเลย โดยให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ผู้ต้องหาคดีลันลาเบล

ผู้ต้องหาคดีลันลาเบล ขึ้นศาลสอบคำให้การจำเลย โดยให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ข้าราชการคุกพิเศษจังหวัดธนบุรี กักคุม ผู้ต้องหาคดีลันลาเบล น้ำอุ่น รัชเดช และก็กลุ่มบ้านงานเลี้ยงบางบัวทองคำอีก 5 คน มาศาลอาญาจังหวัดธนบุรีเพื่อสอบคำพูดให้การเชลย ดังที่ศาลนัดหมายในคดีการถึงแก่กรรมของพริตตี้ ลันลาเบล ทั้งผองให้การไม่ยอมรับ

เมื่อเวลา 07.50 น. วันที่ 18 เดือนธันวาคม62 ที่ศาลอาญาจังหวัดธนบุรี ข้าราชการคุกพิเศษจังหวัดธนบุรี ได้กักคุม นายรัชบารมี หรือ น้ำอุ่น วงศ์ทะบุตร อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่า นางสาวธิติเตียนมา นรพันธ์พิพรรธน์

หรือ ลันลาเบล พริตตี้สาว อายุ 26 ปี พาคนอื่นไปเพื่อการอนาจารโดยใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกาย ใช้อิทธิพลครอบครองไม่ถูกลำคลองธรรม หรือใช้แนวทางข่มขืนใจ ด้วยอย่างไรๆทำการอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกายโดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวการณ์ที่ไม่สามารถที่จะต่อสู้ได้ หน่วงเหนี่ยวกักคุมคนอื่นๆ หรือปฏิบัติด้วยอย่างไรให้คนอื่นไม่มีความอิสระภายในร่างกายส่งผลให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกคุมขัง หรือจำเป็นต้องไม่มีความอิสระภายในร่างกายนั้นถึงแก่ชีวิต มาส่งศาลเพื่อสอบคำพูดให้การเชลย

ในขณะที่ นายชัยพล หรือ คิว บรรยาย อายุ 29 ปี เจ้าของบ้านงานงานเลี้ยงบริเวณบางบัวทองคำ นายแม่น้ำ หรือ ตี๋ สถิตย์ดงษ์สถลาพร อายุ 33 ปี น.ส.พิกุลทองคำ หรือ เฟิร์ส บุญภา อายุ 24 ปี นายกฤษฎา หรือ โนบิ เลือด

ดี อายุ 27 ปี รวมทั้งนายโกเศศ หรือ ปิงปอง ฤทธิ์นิธิยาม อายุ 35 ปี ที่ได้รับการประกันตัวในชั้นฝากขัง ก็เดินทางมาพร้อมสอบคำพูดกล่าวให้การ ซึ่งทั้งผองให้การไม่ยอมรับทุกข้อกล่าวหา

ด้าน นายยกสกุล ทองคำช่วย ทนายของนายชัยพล นายแม่น้ำ น.ส.พิกุลทองคำ รวมทั้งนายโกเศศ กล่าวเพียงแต่สั้นๆว่า ทุกคนต่างให้การไม่ยอมรับ และไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้พริตตี้ ลันลาเบลเสียชีวิต รวมทั้งมีหลักฐานพร้อมที่จะต่อสู้คดีอย่างแน่แท้.…

ดับ 1 เจ็บ 2 รถตู้ลื่นคราบน้ำมัน ชนยุบไปครึ่งคัน ใต้สะพานพระราม 8

รถตู้ลื่นคราบน้ำมัน

อุบัติเหตุระทึก รถตู้ลื่นคราบน้ำมัน ใต้สะพานพระราม 8

อุบัติเหตุระทึก รถตู้ลื่นคราบน้ำมัน 9 ชีวิตจากจังหวัดชัยนาทขับมาซื้อผ้าที่ตลาดโบ๊เบ๊ เสียหลักพุ่งเข้าชนใต้เชิงสะพานทางขึ้นสะพานพระรามแปด รถยนต์ยุบไปครึ่งคัน โชเฟอร์เสียชีวิต คนนั่งมาเจ็บอีก 2 ตำรวจ สถานีตำรวจนางเลิ้ง เจอคราบน้ำมันอยู่บนผิวจราจร

เมื่อเวลา 04.20 น. วันที่ 17 เดือนธันวาคม62 พันตำรวจตรีกฤษณ์ถ้อยคำ ชาญณรงค์ สารวัตร (ไต่สวน) สถานีตำรวจนางเลิ้ง รับบอกเหตุรถตู้เสียหลักชนใต้เชิงสะพานทางขึ้นพระรามแปด ใกล้แยกวิสุทธิกษัตริย์ ตำบลบางขุนพระพรหม เขตนครหลวง กรุงเทพมหานคร มีคนที่บาดเจ็บรวมทั้งเสียชีวิตค้างด้านในรถยนต์ ก็เลยรุดตรวจดูพร้อม ผสานรถยนต์เครื่องมือตัดถ่างของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง หมอเวร โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ร่วมสำรวจในจุดเกิดเหตุ

จุดเกิดเหตุใกล้กับ ดิเอท คอลเลคชั่น เรสสิเด้น ถนนหนทางวิสุทธิกษัตริย์ ขาเข้ามุ่งหน้าแยก จังหวัดเปรียญราชการ ห่างจากแยกวิสุทธิกษัตริย์ราว 150 เมตร รอบๆใต้สะพานเชิงทางขึ้นสะพานพระรามแปด เจอรถยนต์ตู้ แบรนด์โตโยต้า สีขาว เลขลำดับทะเบียน นข1411 จังหวัดชัยนาท ชนอัดก๊อบปี้อยู่ใต้เชิงทางขึ้นจนกระทั่งหลังคารถยนต์ด้านผู้ขับยุบไปครึ่งคัน ด้านในรถยนต์เจอศพนายเอกลักษณ์ อึ่งอ่างผิว อายุ 59 ปี ผู้ขับนั่งเสียชีวิตอยู่

เบาะหน้าในภาวะถูกหลังคายุบลงมากดทับร่าง ข้าราชการจำต้องใช้เครื่องมือตัดถ่างออกมาใช้เวลาโดยประมาณ 30 นาที ก็เลยนำร่างผู้ขับออกมาได้ ดังนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ขึ้นรถมาพร้อมกับรถตู้ปริมาณ 2 ราย รู้ชื่อนางน่ามอง โฉมเชิด อายุ 41 ปี แล้วก็นางเฉลิม รักสนิท อายุ 49 ปี ถูกนำตัวส่ง โรงพยาบาลกึ่งกลางไปที่ผ่านมา

นางจันสิรา ขันยอดเยี่ยม อายุ 44 ปี หนึ่งในผู้โดยสารที่มากับรถตู้ เล่าว่า ตน พร้อมเพื่อนบ้านรวมทั้งผู้ขับ รวม 9 คน เดินทางมาจาก จังหวัดชัยนาท ตอนตี 2 ก่อนหน้าที่ผ่านมา เพื่อมาซื้อผ้าไปขาย ขณะเกิดเหตุตนแล้วก็คนอื่นได้นอนพักกันอยู่บนรถยนต์ จู่ๆรู้สึกเสมือนรถยนต์เหวี่ยงไปๆมาๆพร้อมได้ยินผู้ขับตะคอกเสียงดัง เฮ้ยๆก่อนรถยนต์จะชนทำให้เพื่อนฝูงที่นั่งอยู่เบาะขึ้นรถคู่หน้าข้างหลังผู้ขับได้รับบาดเจ็บ 2 คน

นายสมเจษน์ หมวกทองคำ อายุ 33 ปี ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ตนแล้วก็รถยนต์คันจุดเกิดเหตุเดินทางมาจากจังหวัดชัยนาท เพื่อมาซื้อผ้าที่โบ๊เบ๊ กลับไปขาย ซึ่งในรถตู้มีผู้โดยสารรวมทั้งผู้ขับรวม 9 คน

ส่วนตนขับขี่รถส่วนตัวตามมา ก่อนเกิดเหตุเมื่อขับลงสะพานพระรามแปดมา ก็มาหยุดติดไฟแดงที่แยกวิสุทธิกษัตริย์ เพื่อมุ่งหน้าแยก จังหวัดเปรียญราชการ พอใช้สัญญาณไฟเขียวรถตู้ได้ออกสตาร์ทไปก่อน ส่วนตนขับตามหลัง จู่ๆมองเห็น

รถตู้เสียหลักจนกระทั่งคุมรถยนต์ไม่อยู่ก่อนที่จะชนเข้าไปอัดที่ใต้เชิงสะพาน จังหวะเดียวกันตนคิดว่ารถยนต์ลื่นบางสิ่งบางอย่างกระทั่งเกือบจะควบคุมรถยนต์ไม่อยู่ หลังจากนั้นมานะคุมรถยนต์หยุดริมถนนก่อนลงมามองที่รถตู้พบว่ามีผู้บาดเจ็บแล้วก็เสียชีวิตดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว

ด้าน พันตำรวจตรีกฤษณ์วจนะ บอกว่า พื้นฐานจากการไต่สวนผู้โดยสารที่มากับรถตู้ทราบดีว่า ก่อนที่จะรถยนต์จะชนรถยนต์ได้เสียหลักลื่นบางสิ่ง เมื่อวิเคราะห์อย่างละเอียดก็เจอคราบเปื้อนน้ำมันอยู่บนผิวการจราจร เลยแยกมานิดหน่อย ซึ่งคาดว่ารถตู้คงจะเสียภายหลังจากตรงจุดนี้ แต่ต่อจากนี้จะตรวจดูกล้องวงจรปิดเพื่อความเด่นชัดอีกรอบ พร้อมผสานข้าราชการของสำนักงานเขตดุสิตมาดำเนินการนำทรายมากมายลบรอยเปื้อนน้ำมันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำถัดไป.…

วงจรปิดเปิดเผยภาพ เก๋งหลับในพุ่งชนปั๊มน้ำมันที่ศรีราชา หวุดหวิดบึมโชคดีไม่มีเจ็บ

เก๋งหลับในพุ่งชนปั๊ม

เก๋งหลับในพุ่งชนปั๊ม น้ำมันที่ศรีราชา

วงจรปิดเปิดเผยภาพ เก๋งหลับในพุ่งชนปั๊ม ผู้ขับง่วงนอนฝ่าฝืนขับเลยหลับใน แหกโค้งพุ่งเข้าปั๊มที่ศรีราชา ชนหัวจ่ายน้ำมันหวุดหวิดบึม โชคดีระบบเซฟตี้ดำเนินงาน พนักงานเติมน้ำมันเข้ารับสถลาที่การณ์ดังที่ฝึกซ้อม รับรองสะสางจบแยกย้ายไม่ยืดยาว

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 เดือนธันวาคม 2562 นักข่าวกล่าวว่า กล้องวงจรปิดของสถานีบริการน้ำมันบางจาก เลขที่ 274/38 มัธยม7 ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี สามารถบันทึกภาพสถานะการณ์ขณะคนขับขี่รถยนต์เก๋งสีดำ ไม่รู้ลำดับที่ทะเบียน เสียหลักพุ่งเข้ามาด้านในปั๊มน้ำมัน ก่อนจะไหลไปชนกับตู้หัวจ่ายน้ำมัน จนถึงตัวรถยนต์กลับเอียงข้าง ส่วนคนขับขี่ได้กระเด็นออกมาจากตัวรถยนต์ พื้นฐานคนขับขี่ให้การว่า กำเนิดวูบหลับใน โชคดีที่ไม่มีสะเก็ดไฟ ไม่งั้นปั๊มน้ำมันบางครั้งอาจจะระเบิดได้

นางมุ่งหวังค์ คุณเจริญรุ่งเรือง อายุ 35 ปี ประชาชน มัธยม4 ตำบลวังสรรพรส อำเภอขคุณลุง จังหวัดเมืองจันท์ บุคลากรปั๊มน้ำมัน บอกว่า เรื่องดังที่กล่าวผ่านมาแล้วเกิดขึ้นเมื่อตอนยามดึกดื่นของวันที่ 14 เดือนธันวาคม

ก่อนหน้าที่ผ่านมา โดยตอนนั้นมีน้องบุคลากรอยู่เวรอยู่ จู่ๆก็ได้มีรถยนต์เก๋งสีดำพุ่งเข้ามาจากปากทางเข้า เสียหลักไปชนกับตู้หัวจ่ายน้ำมัน กระทั่งตัวรถยนต์กลับเอียงข้าง ต่อจากนั้นบุคลากรก็รีบวิ่งเข้าไปช่วยเหลือคนขับขี่ออกมาจากจุดเกิดเหตุ ก่อนจะรีบแจ้งผู้จัดการปั๊มน้ำมันในทันที

ในขณะที่ นายชุติเตียนพล ทองคำสิระประสิทธิ อายุ 39 ปี ผู้จัดการปั๊มน้ำมัน บอกว่า ภายหลังที่เกิดเหตุ ลูกน้องตนก็ได้รีบวิ่งมาเรียก ตัวเองก็รีบนำอุปกรณ์ดับเพลิงออกมาช่วย และก็สามารถช่วยคนขับขี่ได้โดยสวัสดิภาพ ส่วนตู้หัวจ่ายน้ำมันนั้นมีระบบระเบียบเซฟตี้ ทำให้ไม่เกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล มีแต่เพียงตู้จ่ายน้ำมันและก็รอบๆรอบๆได้รับความเสื่อมโทรมเท่านี้ อย่างไรก็ดี ได้มีผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เข้ามาตรวจดูพอดิบพอดี โดยตำรวจ

ก็ได้วัดแอลกอฮอล์ภายในร่างกายคนขับขี่รถยนต์เก๋งแล้ว ก็ไม่เจอแอลกอฮอล์ภายในร่างกายอะไร โดยคนขับขี่คู่ความบอกแต่เพียงว่าเป็นอุบัติเหตุ เนื่องมาจากเพศผู้ขับรถเองได้กำเนิดอาการหลับในจนกระทั่งเสียหลักพุ่งไปชนดังที่กล่าวถึงมาแล้ว จากนั้นตัวเองกับคนขับขี่รถยนต์เก๋งก็ได้มีการสนทนากัน แล้วก็เรียกข้าราชการรับรองมาใช้ค่าทำขวัญแล้ว ซึ่งพวกเราทั้งสองตกลงและก็สิ้นสุดกันไปได้ด้วยดี

นายชุติเตียนพล กล่าวว่ากล่าว สำหรับที่ปั๊มน้ำมันที่นี้มีการฝึกแผนคุ้มครองปกป้องเกิดอยู่หลายครั้ง ทำให้บุคลากรทุกคนรับทราบรวมทั้งเข้าใจกันดีอยู่แล้วสำหรับในการทำหน้าที่ขณะเกิดเหตุก้าวหน้า ซึ่งจะไม่มีบุคลากรแตกตื่นหรือตระหนกตกใจวิ่งหนีไป ทุกคนพร้อมเข้าช่วยเหลือตามข้อบังคับทุกขั้นตอน.…

วิศวกรวัย 25 ซิ่งบิ๊กไบค์ 1,000 ซีซี ชนต้นไม้ รถยนต์แหลก-ดับคาที่

วิศวกรซิ่งบิ๊กไบค์

วิศวกรซิ่งบิ๊กไบค์ 1,000 ซีซี ชนต้นไม้ ดับคาที่

วิศวกรซิ่งบิ๊กไบค์ 1,000 ซีซี กลับจากพบปะกับเพื่อนพ้อง แซงคันหน้าพบแท็กซี่สวน หลบเสียหลักไปชนต้นไม้รถยนต์แหลก คนหัวกะโหลกแตก เสียชีวิตคาที่ มีรถถูกเฉี่ยวชนอีก 1 คัน คนขี่เจ็บ

เวลา 06.00 น.วันที่ 14 ธันวาคม ร้อยตำรวจโทพิเชษฐ์ศักดิ์ ปิยะรัตน์สถิตย์ รอง สว.(สอบปากคำ) สถานีตำรวจบางเขน รับบอกเหตุรถ จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ชนต้นไม้มีผู้ตาย รอบๆปากซอยลาดปลาเค้า 66 ถนนลาดปลาเค้าฝั่งมุ่งหน้าวัดลาดปลาเค้า ตำบลอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานครก็เลยรุดไปตรวจดูพร้อมหมอนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลภูมิพล และก็หน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมรู้บุญคุณคน

จุดเกิดเหตุเจอร่าง นายสราวุธ น้ำฝน อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 ตรอกรามอินทรา 5 แยก 3-12 ตำบลอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานครภาวะเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่โคนต้นไม้ข้างถนน ภาวะใส่เสื้อยืดคอกลมสีเทา นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว สวมหมวกนิรภัยเต็มใบสีแดง มีรอยแผลกะโหลกศีรษะแตกเป็นแผลฉกรรจ์ ใกล้กันเจอองค์ประกอบรถยนต์ จักรยานยนต์เป็นต้นว่า ถังใส่น้ำมัน ล้อหน้า โช้คหน้า เกลื่อนกลาดเรี่ยราดเรี่ยอยู่เต็มพื้น

ส่วนรถยนต์เป็น จักรยานยนต์บิ๊กไบค์แบรนด์คาวาซากิ รุ่น Z 1000 สีดำ ทะเบียน 8 มายากล 7877 จังหวัดกรุงเทพ ชนต้นไม้คว่ำกระเด็นไปอยู่อีกฟากถนนหนทางในภาวะพังพินาศ

จากการไต่สวนสหายๆผู้เสียชีวิตซึ่งเดินทางมาดูศพในจุดเกิดเหตุ ให้ข้อมูลว่า นายสราวุธ ดำเนินงานเป็นวิศวกรบริษัทประเทศญี่ปุ่นแห่งหนึ่งเขตเพลิดเพลินจิต ก่อนเกิดเหตุไปคบหาสมาคมกับพวกพ้องเขตถนนหนทางเกษตรนวมินทร์ รวมทั้งกำลังจะขี่รถยนต์กลับไปอยู่บ้านพักเขตรามอินทรา โดยใช้ถนนหนทางลาดปลาเค้าฝั่งเลขคี่เพื่อมุ่งหน้าถนนหนทางรามอินทรา แต่ว่ากลางทางมีประชาชนมองเห็นคนตายเร่งเครื่องบากบั่นแซงรถยนต์ จักรยานยนต์อีกคัน แต่ว่าไปพบรถแท็กซี่แล่นสวนมาทำให้จำเป็นต้องหักหลบทันควันรถยนต์พุ่งผ่านเลนไปชนต้นไม้ฝั่งตรงข้าม ร่างฟาดต้นไม้เสียชีวิตคาที่ รวมทั้งรถยนต์ จักรยานยนต์กระเด็นลื่นกลับมาอยู่บนถนนหนทางฝั่งมุ่งหน้ารามอินทราได้แก่เดิม

ด้าน ร้อยตำรวจโทพิเชษฐ์อำนาจ พูดว่า จุดเกิดเหตุมีรถยนต์ จักรยานยนต์คู่อาฆาตซึ่งคาดว่าจะถูกรถยนต์บิ๊กไบค์ของผู้เสียชีวิตเฉี่ยวชนกระทั่งคว่ำด้วยอีก 1 คันด้วยเป็น รถยนต์ จักรยานยนต์แบรนด์เรียวก้า สีดำ ทะเบียน ชงร 56 จังหวัดนครปฐม คนขับขี่ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำส่ง โรงพยาบาลภูเขาไม่พล ไปที่ผ่านมาซึ่งตนจะเดินทางไปไต่สวน และก็ผสานขอดูกล้องวงจรปิดพื่อสรุปต้นสายปลายเหตุการเสียชีวิตในสำนวนถัดไป.…

สรุปรักเจ้าเล่ห์ บุษราคัม จริตคุณร้ายมาก ย่ำยีหัวใจ ลวงชายหนุ่มดาวน์รถยนต์ 12 คัน

บุษราคัม

บุษราคัม ชื่อของสตรีคนนี้ดังสนั่นหวั่นไหวไปอีกทั้งโซเชียล

เนื่องจากเสน่ห์คุณร้ายมาก ต้อนเอาหัวใจหนุ่มน้อยมากไม่น้อยเลยทีเดียว พร้อมรถยนต์อีก 12 คัน คุณเป็นใครกันแน่มาจากไหน คุณมี เจ้าเล่ห์หลอกลวง ชายหนุ่มๆถึงได้วางใจ ชูดวงใจมอบให้แก่คุณ

วิศรุต (นามสมมุติ) ชายหนุ่มอายุ 32 ปี กดเข้าไปเล่นโปรแกรมแชตหาคู่ ซึ่งวิสสุตคาดหวังไว้ว่าจะได้เจอรักดีๆสักหนึ่งครั้ง และก็แล้วเขาก็พบหญิงที่เขาเผ้าคอยมานาน

บุษราคัม สาวจังหวัดสุรินทร์ วัย 22 ปี คุณคนนี้ชื่อก็สวย

เนื่องจากว่า ในรูปโปรไฟล์ใบหน้างาม หุ่นดีแซ่บสะเด็ด รวมทั้งคุณคนนี้ก็ทำให้หัวใจของวิสสุตได้หลงเสน่ห์อีกรอบ

เมื่อทั้งสองแชตคุยกันในโปรแกรมแชตหาคู่มาจนกระทั่งจุดหนึ่ง บุษราคัมก็เลยขอไลน์ เพื่อสนทนาและก็ศึกษาเรื่องราวของวิสสุตต่อ ไม่ว่าจะเป็น ไม่มีคู่หรือเปล่า, บ้านอยู่ไหน แล้วก็ทั้งสองก็ปรับปรุงเป็นการโทรคุยกัน และก็บอกเล่าเรื่องราวชีวิตด้วยความบริสุทธิ์ใจตรงเวลาเกือบจะๆ2 เดือน

ความรู้สึกดีๆที่วิสสุตมีให้บุษราคัม เริ่มก่อตัวขึ้น ถัดมาก็ต่อว่ากับวิสสุตว่า คุณจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับเพื่อการเดินทางวันละ 200 บาท ซึ่งไม่คุ้มเลย แม้ว่าตัวคุณเองมีประสิทธิภาพเรื่องการเงินที่จะดาวน์ และก็ผ่อนรถยนต์ได้สบายๆแม้กระนั้นต้นเหตุที่คุณไม่อาจจะซื้อรถยนต์ได้ก็เพราะเหตุว่าชื่อคุณติดแบล็กลิสต์

บุษราคัมก็เลยขอให้วิสสุตใช้ชื่อของวิสสุตไปออกรถให้ก่อน โดยคุณจะเป็นคนดาวน์ เป็นคนผ่อนค่าผ่อนส่งเอง แล้วก็เมื่อครบ 6 เดือน คุณก็จะแปลงคำสัญญาเป็นชื่อของคุณเอง พร้อมด้วยย้ายมาอยู่กับวิสสุตด้วย

วิสสุตไว้ใจบุษราคัม หากแม้ ณ เวลานี้ทั้งสองจะยังมิได้เจอหน้าค่าตากันก็ตาม ด้วยเหตุว่าคุณมองเป็นคนจริงดวงใจ แล้วก็สวมชุดดำเนินการแบงค์มองน่าไว้ใจ และก็แล้ววันที่ทั้งสองนัดพบที่จะเดินทางไปเซ็นสัญญาซื้อรถยนต์ก็มาถึง…

วินาทีที่ทั้งสองเจอหน้ากันคราวแรก วิสสุตตกอกตกใจรวมทั้งผิดหวังหน่อยเดียว เพราะว่าบุษราคัมใบหน้าไม่ตรงปก แต่ว่าเขาก็ยังเอาอย่างคำสัญญา เป็น ซื้อรถยนต์ในชื่อของตนให้บุษราคัมไปก่อน

ต่อไปอีกไม่กี่วันหน้าจากที่รถปิคอัพ 4 ประตูป้ายแดงคันสวยถูกขับออกมาจากโชว์รูม (บุษราคัมมาเพียงแค่ผู้เดียว เพราะเหตุว่าวิสสุตติดงาน) บุษราคัมก็แปรไป คุณไม่หวานแหว๋ว คำพูดคำจาแปรไปไม่เหมือนเก่า รวมทั้งตอบใจความช้า
ผ่านไป 2 เดือน ไฟแนนซ์โทรมาทวงค่าผ่อนส่งรถยนต์กับวิสสุต วิสสุตร้อนรนรีบติดต่อบุษราคัมโดยทันที แม้กระนั้นไม่ว่าเช่นไรบุษราคัมก็ไม่ยินยอมจ่ายค่าผ่อนส่ง แล้วก็ถือว่าเป็นแค่เพียงครั้งเดียวที่วิสสุตได้โอกาสได้เจอหน้าบุษราคัม ถ้าหากนับจากก.ย.-ตอนนี้ ที่ทั้งสองได้คุยกัน

วิสสุตสุดจะทน กระทั่งจำเป็นต้องตกลงใจเดินทางไปฟ้องร้อง และก็สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เขาพบว่ายังมีเพศชายคนอื่นถูกบุษราคัมหลอกให้ออกรถปิคอัพในพื้นที่ อำเภอพานทองคำ 7 คัน และก็ อำเภอเมืองจังหวัดชลบุรี จังหวัดชลบุรี 5 คัน รวม 12 คัน โดยแพงตั้งแต่ 8 แสน-1.2 ล้านบาท ซึ่งแต่ละคนล้วนพบสถานะการณ์ในลักษณะเดียวกันทั้งปวง

เมื่อข่าวสารดังอื้อฉาว สื่อได้เดินทางไปที่บ้านของบุษราคัมที่ จังหวัดจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านกำเนิดของคุณ พบว่า ครอบครัวคุณมิได้ตรากตรำ เพียงพออยู่พอกินตามวิถีชีวิตคนต่างจังหวัด แล้วก็ในตอน 2-3 ปีที่ล่วงเลยไป คุณมิได้กลับไปอยู่บ้านเลย ซึ่งที่ผ่านมา คุณได้สมรสกับเด็กหนุ่มในหมู่บ้านเดียวกัน แล้วก็มีลูกชายอายุ 4 ขวบ แต่ว่าท้ายที่สุดก็เลิกรากันไป

ตำรวจตั้งคำถามว่า เพราะอะไรรถยนต์ที่บุษราคัมดาวน์ถึงมีการลงนามค้าขายกับพนักงานที่ทำหน้าที่ขายของโชว์รูมเพียงผู้เดียว

ถัดมา พนักงานที่ทำหน้าที่ขายคนที่ใครๆก็รู้จักกล่าวออกมารับรองว่าไม่มีส่วนทราบเรื่องกับบุษราคัม แต่ว่าบุษราคัมได้ติดต่อมาหาคุณในเฟซบุ๊ก เพื่อถามประเด็นการซื้อรถยนต์ ส่วนเรื่องที่พนักงานที่มีหน้าที่ขายยอมบุษราคัมนำรถยนต์ออกมาจากโชว์รูม (เพศชายบางบุคคลที่เป็นคนดาวน์ มิได้ไปรับรถยนต์เอง เพราะเหตุว่าติดงาน) เพราะเหตุว่าพนักงานที่มีหน้าที่ขายรู้เรื่องว่าเพศชายที่ใช้ชื่อสำหรับการซื้อรถยนต์ แล้วก็บุษราคัมเคยมาทำไฟแนนซ์ร่วมกัน และก็ทั้งสองก็มีทีท่าแบบคนเป็นแฟน

ถัดมา ข้างหลังเรื่องดังที่กล่าวผ่านมาแล้วเริ่มเป็นข่าวดัง ชายผู้เสียหายรายหนึ่งได้โทรไปคุยกับแม่ของบุษราคัม ซึ่งแม่ได้เล่าว่า บุตรสาวเห็นด้วยว่าตัวคุณเองเป็นเพียงแต่คนหารถยนต์ ซึ่งคุณมีบทบาทหลอกให้รัก เพื่อเอารถยนต์ไปขายต่อ แล้วก็ประเด็นนี้ก็ทำกันเป็นกลุ่ม

ภายหลังเกิดเหตุราวทางญาติของบุษราคัม ได้มานะติดต่อหลานสาว เพื่อขอให้มอบตัวรวมทั้งรับผิดชอบในส่วนที่ได้ทำลงไป
ปัจจุบัน ชายผู้เสียหายอีกรายหนึ่งเผยออกมาว่า บุษราคุมนัดหมายไปพบที่ สภ.เสม็ด วันนี้ เวลา 18.00 น. โดยบุษราคัมได้ย้ำกับเขาเพราะว่า หัวข้อนี้อย่าบอกผู้สื่อข่าว.…

เอ๋ ปารีณา ยื่นประกัน 5 หมื่น คดีดูหมิ่น ช่อ พรรณิการ์

เอ๋ ปารีณา

เป็นทางขับขี่รถผ่านก็เลยเข้ามา เอ๋ ปารีณา ยื่นประกันตัวศาลอาญา 5 หมื่นบาท หลังศาลประทับรับฟ้อง หมิ่นประมาท ช่อ พรรณิการ์ วานิช เงื่อนกล่าวอ้างเกี่ยวข้องระเบิดป่วนปั่นกรุง

เอ๋ ปารีณา ยื่นประกันตัวศาลอาญา 5 หมื่นบาท คดีหมิ่นประมาท

เมื่อเวลาราวๆ 14.00 น.เศษ วันที่ 12 ธันวาคม62 ที่ศาลอาญา นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางมายังศาลอาญา เพื่อยื่นประกันตัวที่ถูก น.ส.พรรณิการ์ วานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อแล้วก็ผู้ประกาศพรรคอนาคตใหม่ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องดูหมิ่นแล้วศาลสั่งประทับรับฟ้อง

โดย นางสาวปารีณา ไม่ยอมรับที่จะให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการเดินทางมายื่นประกันตัวรวมทั้งการใช้หลักทรัพย์หรือตำเเหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยื่นประกันตัวในวันนี้ เเละหัวข้อที่ว่าจะสามารถไกล่เกลี่ยกับทางข้างโจทก์ได้หรือเปล่า โดยกล่าวสั้นๆว่า เป็นทางขับขี่รถผ่านก็เลยเข้ามา

หลังจากนั้น นางสาวปารีณายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ เป็นเงินสด 5 หมื่นบาท เพื่อขอปลดปล่อยชั่วครั้งคราว โดยศาลไตร่ตรองเเล้วอนุญาตให้ปลดปล่อยชั่วครั้งชั่วคราวโดยมิได้ตั้งเงื่อนไขใดๆก็ตาม.…

ตำรวจลำบากใจรีบคลี่คลายปม ฆ่าเซลส์สาว ยัดเก๋ง-ทิ้งคลองมา 3 ปี

คดี ฆ่าเซลส์สาว ขายปุ๋ย ถูกยัดใส่รถยนต์-ทิ้งน้ำมาถึง 3 ปี ตำรวจสารภาพคดีออกจะยาก เพราะว่าหลักฐานลางเลือนไปกับสายน้ำ แต่ว่ารีบเก็บข้อมูล-เรียกผู้ที่เกี่ยวเนื่องมาไต่สวน

ฆ่าเซลส์สาว ถูกยัดใส่รถยนต์ทิ้งน้ำมาถึง 3 ปี

จากกรณีเหตุเจอรถยนต์โผล่กลางคูน้ำจังหวัดชัยนาท-ป่าสักใน อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี เมื่อข้าราชการไปวิเคราะห์เจอเป็นรถยนต์นิสสัน สีขาว ภาวะเขรอะดินโคลนไปอีกทั้งคัน กระจกด้านห้านซ้ายแตก หลังคายุบ ก่อนที่จะรถยนต์ชูใช้ขึ้นมาพิจารณาอย่างทุลักทุเล จนถึงเจอท่อนกระดูกที่คาดว่าน่าจะเป็นส่วนประกอบของผู้คน อยู่ที่เบาะไม่มียางอายซ้ายของรถยนต์ แล้วก็ยังเจอกะโหลกศีรษะแล้วก็กระดูกซี่โครงส่วนอื่นๆปนเปอยู่ในซากรถยนต์

ในเวลาถัดมา ตำรวจได้กระทำการวิเคราะห์ทะเบียนรถยนต์รวมทั้งพบว่าคนที่ครองก็คือ นางสาวกลิ่นเกสร อายุ 36 ปี แม้กระนั้นยังไม่เคยทราบว่าแจ้งชัดว่ากระดูกมนุษย์ที่เจอนั้นเป็นใครกันแน่ ก่อนที่จะในเวลาถัดมาได้มีการพี่น้องๆของ นางสาวกลิ่นเกสร เดินทางมาจาก จังหวัดจังหวัดลพบุรี เพื่อมองจุดเกิดเหตุและก็ให้เข้าข้อมูลกับข้าราชการ รวมทั้งรับรองว่าซากกระดูกต่างๆที่เจอน่าจะเป็น นางสาวกลิ่นเกสร ที่ล่องหนไปตั้งแต่ปี 2559

เครือญาติของ นางสาวกลิ่นเกสร กล่าวว่า ผู้หายสาบสูญเป็นเซลส์ขายปุ๋ยอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งใน อำเภอรอยเท้า จังหวัดจังหวัดสระบุรี รวมทั้งยังมีร้านค้าสเต็กและก็ร้านค้าเช่าชุดไทยเป็นของตนเอง แม้กระนั้นได้ล่องหนไปตั้งแต่ปี 2559 กับรถยนต์นิสสันคันดังที่กล่าวถึงแล้ว เครือญาติๆมานะติดตามหาและไม่เจอร่องรอยอะไรก็ตามรวมถึงมีการแจ้งเหตุเอาไว้ที่ สภ.รอยเท้า แต่ว่าผ่านไป 3 ปีแล้วคดีก็ยังปราศจากความก้าวหน้าอะไรก็ตาม

พี่น้องของ นางสาวกลิ่นเกสร ยังบอกอีกว่า แม้ว่าจะมานะติดตามหาตัว นางสาวกลิ่นเกสร อยู่ยาวนานหลายปี แม้กระนั้นก็ยังไม่เคยละความเพียรพยายาม ได้ไปร้องทุกข์กับทางกองปราบห้าม และก็เข้าวัดหาที่พึ่งพิงด้วยการบนเอาไว้ที่วัดรอยพระบาท แล้วก็เพียงแค่ไม่นานนักก็เจอข่าวสารว่ามีกระดูกติดอยู่ในรถยนต์ที่จมอยู่ใต้น้ำ ก็เลยเดินทางมาวิเคราะห์และก็แน่ใจว่าน่าจะเป็นร่องรอยของ นางสาวกลิ่นเกสร ที่ล่องหนไป

แม่ของ นางสาวกลิ่นเกสร กล่าวมาว่า มูลเหตุป้อมดวงใจว่ากระดูกที่เจอในรถยนต์คันดังกล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นบุตรสาวตนเองที่ล่องหนไป ก็เนื่องจากว่าเจอเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆที่ยังอยู่ข้างในรถยนต์ รวมถึงเอกสารวิธีขายปุ๋ยที่บุตรสาวใช้ปฏิบัติงานอยู่ประจำ แล้วก็พบเจอซิลิโคนที่ลูกเคยศัลยกรรมอกตกอยู่ ปัจจุบันนี้มั่นใจว่าชายสูงอายุที่ติดพันบุตรสาวคงจะมีความเกี่ยวข้องกับกรณีนี้เยอะที่สุด ด้วยเหตุว่าก่อนที่จะบุตรสาวจะล่องหนไป ได้บอกกับตนว่าจะไปนอนที่บริษัทผลิตปุ๋ย รวมทั้งจากนั้นก็ติดต่อมิได้อีกเลย

ทางด้าน พันตรีอ ศักดิ์สิทธิ์ วชิระสรรค รองหัวหน้าตำรวจภูธร จังหวัดจังหวัดสระบุรี รับรองว่า จากการตรวจทานพื้นฐานมีหลักฐานและก็น้ำหนักไปในหัวข้อการสังหารปิดบัง เพราะมีผ้าที่มีไว้สำหรับปูที่นอนผูกใส่ร่างคนตายเอาไว้ ทั้งยังมีผู้เห็นเหตุการณ์แจ้งว่า ผู้ตายได้คบค้าดูใจกับชายสูงอายุที่เป็นเจ้าของกิจการค้าปุ๋ย ก่อนที่จะล่องหนไปอย่างเป็นปัญหาด้วย

สำหรับต้นสายปลายเหตุการตายนั้นยังจำต้องรอคอยผลของการตรวจพิสูจน์อย่างประณีต พร้อมด้วยสารภาพว่าคดีนี้ออกจะยาก เหตุเพราะหลักฐานต่างๆอยู่ในรถยนต์และก็จมอยู่ใต้น้ำเป็นระยะเวลาที่ยาวนานถึง 3 ปี ทำให้ร่องรอยต่างๆของคดีบางทีก็อาจจะเลือนหายไปได้ แม้กระนั้นข้าราชการก็จะบากบั่นสะสมหลักฐาน เพื่อนำไปสู่การคลี่คลายคดีให้ได้ รวมทั้งจะเรียกพยานบุคคลที่คงจะเกี่ยวเนื่องกับคนเสียชีวิตมาสอบปากคำถัดไป…

รองผู้บังคับการฯ ขอนแก่น กระทั่งถึงเย็นนี้ทราบผล ศพทารกถูกฆ่าหั่น หรือหมากัดแทะเล็ม

ศพทารก

ศพทารก ถูกฆ่าหั่น หรือ หมากัดแทะเล็ม

หัวหน้าทีมสอบสวนคดี ศพทารก ยืนยัน ผลพิสูจน์เย็นนี้จะได้รู้แจ้งชัดว่า ทารกถูกฆ่าตายหั่นศพ หรือถูกสุนัขเล็ม รวมทั้งหาเวลาเสียชีวิตที่ชัดแจ้ง พร้อมหาองค์ประกอบที่เหลือมาตรวจเพิ่ม

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 9 เดือนธันวาคม 2562 ศูนย์กระทำการโรงพักภูธรเมืองขอนแก่น พันตำรวจเอกสุทธิเหล่ากอ เป็กทองคำ รอง ผบกรัมภ.จว.ขอนแก่น ในฐานะหัวหน้าชุดกลุ่มสอบสวน พันตำรวจเอกองอาจภาคภูมิ ชื่นชม ผู้กำกับการสภ.เมืองขอนแก่น เรียกสัมมนาชุดสืบสาว เพื่อสรุปผลการตามหาร่างกายท่อนข้างล่าง รวมทั้งขาข้างซ้าย ซึ่งเป็นองค์ประกอบเด็กทารกที่ยังหายไปรวมทั้งจัดกลุ่มไต่สวนลงพื้นที่หาเค้าเงื่อนบุคคลที่เกี่ยวโยงสำหรับการนำซากเด็กแบเบาะไปทิ้ง

พันตำรวจเอกสุทธิเหล่ากอ เป็กทองคำ รอง ผบกรัมภ.จว.ขอนแก่น บอกว่า ภายหลังจากมีราษฎรเจอส่วนประกอบเด็กแรกคลอดถูกหมากัดแทะเล็มในนา แล้วก็เจอหัว ส่วนประกอบท่อนบนแล้วก็แขนสองข้าง แต่ว่ายังไม่เจอร่างกายท่อนด้านล่าง แล้วก็ขาข้างซ้าย ในพื้นที่บ้านสะอาด มัธยม1 ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เมื่อคืนนี้ก่อนหน้านี้ ซึ่งในพื้นฐานมั่นใจว่าส่วนประกอบที่เจอทั้งคู่จุดนั้นเป็นส่วนประกอบของเด็กอ่อนรายเดียวกัน แม้กระนั้นยังไม่รู้เพศและไม่รู้ความจริงว่าส่วนประกอบดังกล่าวมาแล้วข้างต้นนั้นถูกคนไหนกันแน่เอามาทิ้ง รวมทั้งมูลเหตุที่องค์ประกอบถูกแยกออกมาจากกันนั้นเป็นเพราะว่าถูกฆาตกรรมหั่นศพ หรือหมากัดเล็ม

“เวลานี้พนักงานที่ทำหน้าที่สอบสวนได้ผสานไปยังหมอนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อขอความร่วมมือสำหรับในการชันสูตรพลิกศพเด็กแรกคลอดรายดังที่กล่าวถึงมาแล้ว เพื่อจะได้รู้ในขณะที่เสียชีวิตที่แจ้งชัด รวมทั้งจะได้รู้ว่าเด็กอ่อนรายนี้เสียชีวิตจากวิธีการทำแท้ง หรือคลอดธรรมดา เพราะเหตุว่าหากเป็นการทำแท้ง กับการคลอดธรรมดาแล้วมาเสียชีวิตตอนหลังนั้น บุคคลที่เกี่ยวเนื่องที่นำซากเด็กทารกมาทิ้ง จะมีความผิดที่ต่างกัน แต่ว่าในพื้นฐานขอรับรองว่า ซากเด็กแรกคลอดที่เจอมิได้ถูกไฟเผาอะไร ส่วนศพที่เจอก็คงจะมีการเอามาทิ้งมากยิ่งกว่า 24 ชั่วโมง คาดว่าเย็นวันนี้จะรู้ผลทั้งยังในเรื่องเพศ แล้วก็วันในตอนที่เสียชีวิตที่เด่นชัด ส่วนองค์ประกอบที่หายไปนั้น ก็บางทีอาจจะเป็นได้ว่าหมาข้างถนนที่มีอยู่หลายตัวในรอบๆดังที่กล่าวมาข้างต้น บางครั้งก็อาจจะกัดรับประทานไปแล้ว” รอง ผบกรัมภ.จว.ขอนแก่น กล่าว

พันตำรวจเอกสุทธิวงศ์วาน กล่าวว่ากล่าว จากการที่กำลังข้าราชการเดินเท้าหาส่วนประกอบเด็กแรกคลอดที่หายไป เดี๋ยวนี้ยังไม่เจอแต่ว่าก็ยังไม่เลิกหา เพราะว่ายังมีแนวทางที่จะไต่สวนรวมทั้งควรมีข้อสรุป อีกทั้งการตรวจทานวงจรปิดตามทางที่มุ่งหน้าไปยังจุดที่เจอองค์ประกอบ และก็สอบสวนจากบุคคลต่างประเทศ รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากว่าเสื้อที่มีสีเขียวรวมทั้งกางเกงลายปิดบังทหารนั้น เท่าที่ตรวจตรามีวางจำหน่ายตามตลาดนัดทั่วๆไป ส่วนการเรียกสัมมนาชุดสอบปากคำในคราวนี้ก็เพื่อแบ่งกลุ่มกันทำ ว่ากลุ่มใดควรจะทำอะไร แล้วก็จะมีการสัมมนาสรุปผลการทำงานในวันแล้ววันเล่า

ในเวลาถัดมา นักข่าวลงพื้นที่ไปยังนา ที่เจอองค์ประกอบขาข้างขวาของเด็กแรกเกิดที่ถูกหมากัดแทะเล็ม เจอนายธนา อนุอันนท์ อายุ 23 ปี คนที่เจอหมากัดเล็มขาเด็กแรกคลอด พูดว่า กลับจากดำเนินงานมาถึงบ้านก็เจอหมาแย่งกันแทะเล็มเนื้ออยู่ในทุ่งข้าว เมื่อเดินเข้าไปมองก็เลยมีความคิดเห็นว่าเป็นขามนุษย์ก็เลยแจ้งตำรวจให้รู้ ตำรวจมาดูและก็เก็บส่วนประกอบไป
“ส่วนประกอบที่เจอมีสีคล้ำ เหมือนถูกไฟลุกลี้ลุกลน แต่ว่าไม่มีรอยกัดเล็ม รวมทั้งยังไม่เน่า เห็นกระจ่างเจนว่าต้นขาถูกของมีคมตัด และไม่ได้สัมผัสองค์ประกอบที่เจอ และไล่หมาออกไปจากรอบๆดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น”.…

ตี๋ แก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง โผล่งานศพ ลันลาเบล ยันตัวเองบริสุทธิ์

บ้านบางบัวทอง

ตี๋-นที แก๊งปาร์ตี้ บ้านบางบัวทอง โผล่กราบศพ ลันลาเบล ก่อนเผา 7 ธ.ค.นี้ พร้อมมอบซองช่วยงาน แต่ถูกแม่ปฏิเสธ บอกมาช่วงแรกคงดีกว่านี้ ด้าน ตี๋ ยืนยันตัวเองบริสุทธิ์

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 6 ธ.ค.62 ที่วัดสะแกงาม ถนนพระราม 2 เขตบางขุนเทียน นายนที สถิตพงษ์สถาพร หรือตี๋ อายุ 33 ปี แก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง ได้เดินทางมาพร้อมทนายความ เพื่อไหว้ศพ น.ส.ธิติม นรพันธ์พิพัฒน์ หรือลันลาเบล และนำซองมาช่วยเหลืองานศพ โดย นางศุภมาส นรพันธ์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี แม่ลันลาเบล ปฏิเสธรับซองช่วยเหลือจากนายนที แต่อนุญาตให้กราบศพได้

โดย นายนที กล่าวว่า จุดประสงค์ที่มาวันนี้เพื่อไหว้ศพเบล และนำซองมาช่วยงานศพ ที่จริงแล้วตั้งใจจะมานานแล้ว แต่ติดเรื่องการให้ปากคำในเรื่องคดีความ ส่วนเพื่อนติดงานติดธุระกันหมด

“รู้สึกตื่นเต้นสำหรับคดี มีการเตรียมความไว้แล้ว และได้ไปรายงานตัวตลอด ในวันที่ 18 ธ.ค.นี้ ก็ต้องไปที่ศาลธนบุรี แต่ยังคงยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง” นายนที กล่าว

ด้าน นายพงษา ราตรี ทนายความของครอบครัวลันลาเบล กล่าวว่า ตอนนี้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนไปให้ทางอัยการเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้เป็นดุลพินิจของทางอัยการแล้วว่า จะส่งฟ้องเมื่อไหร่และคดีอะไรบ้าง โดยคาดว่าน่าจะมีการส่งฟ้อง วันที่ 18 ธ.ค.นี้ โดยครอบครัวมีความเห็นอยากจะให้ใส่เพิ่มในบางประเด็นในสำนวนของพนักงานสอบสวน ซึ่งกระทรวงยุติธรรมมีการอนุเคราะห์ช่วยเหลือในเรื่องของคดี โดยคดีอาญาและคดีแพ่งฟ้องรวมกัน

ด้าน นางศุภมาส กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่ขอพูดถึงเรื่องนายนทีที่มางานซึ่งถ้ามาช่วงแรกๆ คงดีกว่านี้”

สำหรับบรรยากาศพิธีสวดพระอภิธรรม เป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีครอบครัว คนรู้จัก และเพื่อนลันลาเบล เดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจจำนวนมาก โดยจะมีพิธีฌาปนกิจ ในเวลา 17.00 น. วันเสาร์ที่ 7 ธ.ค.นี้

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1720658