กรานาด้า ขอลุย เคตาเฟ่หวังขึ้นจ่าฝูง

กรานาด้า

กรานาด้า
กรานาด้า หวังทำเซอร์ไพร์สสนั่นลีกกระทิงอีกครั้ง หากชนะเกมนี้จะรั้งหัวฝูงทันที จัดทัพนำโดย โรเบร์โต้ โซลดาโด้ หัวหอกตัวเก๋านำบุกถิ่น เคตาเฟ่ ที่พ่ายมานัดล่าสุด ในการแข่งขันฟุตบอลลา ลีกา สเปน คืนวันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม 2562
ปรีวิวลา ลีกา สเปน

วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม 2562
เคตาเฟ่ (13) – กรานาด้า (3)
เวลา : 03.15 น. ถ่ายทอดสด : บีอินส์ สปอร์ต
สนาม : โกลีเซียม อัลฟอนโซ่ เปเรซ

กรานาด้า

โฆเซ่ บอร์ดาลาส กุนซือเคตาเฟ่ต้องเช็กความฟิตของ อลัน นียอม ฟูลแบ็กสารพัดประโยชน์ แต่เชื่อว่าจะผ่านความฟิตลงเล่นแบ็กขวาได้ ซึ่งนับว่าเป็นข่าวดีเนื่องจาก ดาเมี่ยน ซัวเรซ แบ็กขวาอุรุกวัยยังไม่ฟิตสมบูรณ์

ด้านแนวรับคนอื่นๆ ไม่มีปัญหา เลอันโดร กาเบรอา จะลงยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟตัวจริงร่วมกับ เฌเน่ ดาโกนัม แบ็กซ้ายเป็น ราอูล การ์เซีย

แดนกลาง เมาโร อารัมบาร์รี่ คุมเกมร่วมกับ เนมานย่า มักซิโมวิช ริมเส้นฝั่งขวา เฆซอน ลงลากเลื้อย ฝั่งซ้ายเป็น มาร์ค กูกูเรย่า คู่หน้า ฆอร์เค่ โมลีน่า ล่าตาข่ายร่วมกับ ไฆเม่ มาต้า

ในรายของ บีตอรีโน่ อันตูเนส, อามัต เอ็นเดียเย่, เอ็นริช กาเยโก้, ดาบิด ตีมอร์, ฟิลิป มาโนโลวิช และ มาร์เคล เบร์การ่า ยังบาดเจ็บทั้งหมด

ฝั่ง ดีเอโก้ มาร์ติเนซ กุนซือกรานาด้า ซึ่งทำทีมได้อย่างยอดเยี่ยมหากชนะจะกลับขึ้นจ่าฝูงทันที จะขาด ยานเกล เอร์เรร่า มิดฟิลด์ตัวรับที่ติดโทษแบนหลังสะสมใบเหลืองครบ 5 ใบ ทำให้

แดนกลางจะปรับมาใช้ รามอน อาซีซ ยืนกับ มักซิม โกนาลองส์ ด้านข้างมี บิคตอร์ ดิอาซ กับ การ์ลอส เนบา ทำหน้าที่วิงแบ็กขวา-ซ้าย

แผงหลัง มี เคร์มัน ซานเชซ, โดมิงโกส ดูอาร์เต้ และ โฆเซ่ อันโตนิโอ มาร์ติเนซ เล่นร่วมกันในระบบ 3 เซนเตอร์แบ็ก เกมรุกมี อัลบาโร่ บาดีโย่ กับ การ์ลอส เฟร์นานเดซ คอยสร้างความอันตราย สนับสนุน โรเบร์โต้ โซลดาโด้ อยู่ด้านหลัง

ในรายชื่อผู้เล่นบาดเจ็บยังมี อันโตนิโอ ป้วยร์ต้าส, อังเคล มอนเตโร่, กีนี่, เนย์เดร์ โลซาโน่, ดาร์วิน มาชีส และ เฟเด บีโก้

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เคตาเฟ่ (4-4-2) ดาบิด โซเรีย-อลัน นียอม, เฌเน่ ดาโกนัม, เลอันโดร กาเบรอา, ราอูล การ์เซีย – เฆซอน, เนมานย่า มักซิโมวิช, เมาโร อารัมบาร์รี่, มาร์ค กูกูเรย่า – ไฆเม่ มาต้า, ฆอร์เค่ โมลีน่า

กรานาด้า (3-4-2-1) รุย ซิลบา – โฆเซ่ อันโตนิโอ มาร์ติเนซ, โดมิงโกส ดูอาร์เต้, เคร์มัน ซานเชซ – บิคตอร์ ดิอาซ, มักซิม โกนาลองส์, รามอน อาซีซ, การ์ลอส เนบา – อัลบาโร่ บาดีโย่, การ์ลอส เฟร์นานเดซ – โรเบร์โต้ โซลดาโด้

จับสาวเชียงรายวัย 19 ขนโคเคน 3 กก. มูลค่ากว่า 24 ล้าน ซุกเสื้อกันหนาว

จับสาวเชียงรายวัย

จับสาวเชียงรายวัย 19 คาด่านศุลกากรหนองคาย พร้อมของกลางโคเคน 3 กิโลกรัม มูลค่า 24 ล้านบาท สารภาพรับจ้าง 5 หมื่น ขนงานมาจากเนปาลจะ
ไปส่งเพื่อนคนไทยที่เมืองกรุง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 21.15 น. วันที่ 29 ต.ค.62 ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย พ.ต.อ.ณรัชต์พล
เลิศรัชตะปภัสส์ นายด่านศุลกากรหนองคาย, พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคาย ได้ร่วมกันแถลงข่าว
การจับกุม นางสาวขนิษฐ์สุดา ประกอบแสง อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ 9 ต.ผางาม อ.เวียงชัย จ.เชียงราย พร้อมของกลางโคเคน 3 กิโลกรัม
มูลค่าประมาณ 24 ล้านบาท

พ.ต.อ.ณรัชต์พล เลิศรัชตะปภัสส์ นายด่านศุลกากรหนองคาย กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.20 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ นางสาวขนิษฐ์
สุดา ได้หิ้วกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สีดำ ลงจากรถโดยสารระหว่างประเทศ เวียงจันทน์ – กรุงเทพ เข้าทำพิธีการผ่านแดน เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้เรียกตรวจ
สอบกระเป๋าเดินทาง พบภายในกระเป๋ามีเสื้อกันหนาวแบบนวมขนาดใหญ่ 4 ตัว โดยมีร่องรอยการเย็บเสื้อไม่เนียน เมื่อแกะเสื้อออกดูตรวจพบว่าภายในมีถุงพลาสติกบรรจุโคเคนรีดจนแบนแล้วยัดอยู่ภายในเสื้อนวม ถุงละ 1 ตัว เจ้าหน้าที่ได้ทดสอบกับน้ำยาวิทยาศาสตร์ผลปรากฏเป็นสีฟ้า แสดงว่าเป็นโคเคน
อย่างชัดเจน

จับสาวเชียงรายวัย 19 ขนโคเคน 3 กก. มูลค่ากว่า 24 ล้าน

จับสาวเชียงรายวัย

จากการสอบสวนนางสาวขนิษฐ์สุดา ให้การรับสารภาพว่า ตนมีแฟนเป็นชาวเนปาล และได้เดินทางไปหาแฟน ขณะจะเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อนของแฟนชาวเนปาลให้ตนนำเสื้อกันหนาวทั้ง 4 ตัว ไปส่งให้กับเพื่อนคนไทยคนหนึ่งที่ย่านหัวหมาก กรุงเทพฯ แล้วจะได้เงิน 50,000 บาท จากเพื่อนคนไทยที่รอรับของ

โดยตนได้นำเสื้อกันหนาวยัดใส่กระเป๋าเดินทางปะปนกับเสื้อผ้าของตนแล้วเดินทางกลับไทย โดยนั่งเครื่องบินจากเนปาล มาสิงคโปร์ แล้วลงสนามบินวัดไต สปป.ลาว จากนั้นค่อยโดยสารรถระหว่างประเทศ จากลาวเข้ากรุงเทพ แต่มาถูกจับได้เสียก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ส่งตัวให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.…

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เตรียมออกหมายเรียก คุณนายกำมะลอ โกงเงินบริจาคช่วยน้ำท่วม

บรรลือฤทธิ์

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ มั่นใจพยานหลักฐานจะสามารถเอาผิดผู้ร่วมขบวนการโกงเงินช่วยเหลือน้ำท่วม หักค่าหัวคิวชาวบ้านยโสธร ยืนยันว่าจะดำเนินคดีถึงที่สุด

บรรลือฤทธิ์

วันที่ 29 ต.ค. 2562 พ.ต.ท.ศรัณย์พงศ์ จักษุกรรฐ์ รอง ผกก.ฝ่ายสอบสวน สภ.เมืองยโสธร พร้อมพ.ต.ท.มิตรชัย บุญล้ำ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เดินทางมาพบนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เพื่อนำสำนวนคดีมาให้บิณฑ์เซ็นพร้อมนำภาพถ่ายผู้ต้องสงสัยซึ่งคาดว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ฉ้อโกงเงินช่วยเหลือน้ำท่วม สามารถรวบรวมหลักฐานได้ไม่ต่ำกว่า 20 ราย ส่วนใหญ่พบเป็นผู้นำชุมชนของพื้นที่อ.เมือง จ.ยโสธร และเฉพาะ อ.เมือง พบผู้ร่วมแอบอ้างไม่ต่ำกว่า 200 ราย

บิณฑ์ มั่นใจว่าพยานหลักฐานทั้งหมดจะสามารถเอาผิดผู้ร่วมขบวนการได้ทุกราย พร้อมฝากไปถึงชาวบ้านที่ผิดหลง เข้าร่วมขบวนการบ้านน้ไม่ท่วม แต่มาแอบอ้างรับเงินและให้ผู้นำเซ็นรับรอง ขอให้ๆความร่วมมือกับพนักงานสอบสวน มาแจ้งต่อพนักงานสอบสวน เพื่อจะได้กันไว้เป็นพยานในทางคดี จะไม่เอาผิดทางกฏหมาย แต่หากไม่ให้ความร่วมมือ จะถือว่าเข้าข่ายร่วมกันฐานฉ้อโกง

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ มั่นใจพยานหลักฐานจะสามารถเอาผิดผู้ร่วมขบวนการโกงเงินช่วยเหลือน้ำท่วม

บรรลือฤทธิ์

โดยผู้ที่พนักงานสอบสวนนำมาให้ชี้ชัดยืนยัน เป็นคนเดียวกับที่คิดตั้งแต่แรก มีการวางแผนมาก่อนหน้าที่เราจะมา มันเป็นขบวนการทั้งหมด ที่คิดจะฉ้อโกงหลอกลวง มีความโลภมาก ตอนแรกเราเข้าใจว่าเขาคือจิตอาสาเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจริงๆ เขาหลอกได้แยบยลมาก ให้เราเชื่อถือว่าเขาคือคนที่เป็นจิตอาสาที่เสียสละให้กับสังคม พอเรามารู้ทีหลังว่ามันไม่ใช่ เราเสียความรู้สึก เสียกำลังใจ รู้สึกไม่นับถือ จริงๆแล้วผู้นำชุมชนเอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านบางคน ก็น่าจะมีความคิดนิดนึง มันไม่น่าจะมีจิตใจที่ต้องการแบบนี้ ชาวบ้านเขาไว้ใจเลือกเรามาทำหน้าที่ แล้วยังมาคิดไม่ดีกับลูกบ้าน

บิณฑ์ กล่าวว่า ถ้าคุณไม่คิดจะหาผลประโยชน์ให้ตัวเองเรื่องมันก็คงไม่เกิดขึ้น คุณเป็นคนดำเนินการให้คนมาร่วมทำความผิด คุณเองก็มีหน้าที่ตำแหน่งใหญ่โตในจังหวัด แล้วมาทำให้จังหวัดเขาเสื่อมเสียชื่อเสียงไปด้วย มันน่าละอายมาก ยืนยันว่าจะดำเนินคดีถึงที่สุด ใครอาจจะบอกว่ากฏหมายไม่ยุติธรรม แต่กฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ

นักโทษโยน แบงก์ร้อยผ่านลูกกรง บอกทำบุญให้หน่อย

นักโทษโยน

ซึ้งใจ! ความหวังสุดท้ายของ นักโทษโยน แบงก์ร้อยผ่านลูกกรง บอก ‘ทำบุญให้หน่อย’ หนุ่มโพสต์เล่าเรื่องประทับใจ เพื่อไม่ให้ความหวังสุดท้ายสูญเปล่า ทำบุญให้ตามที่ขอ

แบงก์ร้อยผ่านลูกกรง / เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกเฟซบุ๊ก Fair Pongtada โพสต์ภาพธนบัตรใบละ 100 บาท พร้อมเล่าเหตุการณ์ว่า แบงก์ร้อยใบนี้ไม่ใช่ของผม ไม่ได้มีคนทำตก แต่มีคนตั้งใจโยนลงพื้นเพื่อที่จะให้คนเก็บ ผมและแฟนไปเดินเที่ยวกันที่งานเจดีย์สมุทรปราการ ฝั่งปากน้ำ เดินได้สักพักหนึ่ง ก็มีรถมอเตอร์ไซค์ตำรวจขี่นำมาเพื่อเปิดทางให้รถขนส่งทักโทษนั้นผ่านไป ทางยาวเป็นกิโล ผู้คนก็ยืนดูทั้ง 2 ข้างทาง

 แบงก์ร้อยผ่านลูกกรง บอก ‘ทำบุญให้หน่อย’

พอรถผ่านหน้าเรา นักโทษคนหนึ่งได้วิ่งมาเกาะที่ตะแกรงเหล็ก แล้วโยนเศษกระดาษออกมา พร้อมกับพูดว่า “ทำบุญให้หน่อย” ผมกับแฟนก็ยืนงง และนักโทษคนนั้นได้ตะโกนอย่างหมดหวังอีกที “ทำบุญให้หน่อย”คราวนี้ ผมสงสัยก็เลยหันไปมองเศษกระดาษที่นักโทษคนนั้นโยนลงมา มันคือแบงก์ร้อยที่เขาพับและลอดตะแกรงเล็กๆ ออกมา เพื่อที่จะให้ใครก็ได้ไปทำบุญให้เขา ผู้คนยืนมองแบงก์ร้อยใบนี้ แต่ไม่มีใครเก็บสักที

“สุดท้ายผมและแฟนตัดสินใจเก็บมา และข้ามเรือมาเพื่อทำบุญให้เขาตามคำขอ เพื่อไม่ให้ความหวังสุดท้ายของพี่นั้นสูญเปล่า ผมทำบุญให้พี่ตามที่พี่ขอแล้วนะครับ” โดยต่างมีผู้ใช้เฟซบุ๊กเข้าไปพิมพ์ “สาธุ” และพิมพ์ข้อความแสดงความซาบซึ้งใจเป็นจำนวนมาก

หนุ่มคลั่งยา ขโมยปืนนายก อบต. จี้รถเก๋งซิ่งหนี ก่อนชนแบริเออร์ไฟลุกท่วมดับคาที่

หนุ่มคลั่งยา

หนุ่มคลั่งยา ขโมยปืนนายก อบต. จี้รถเก๋งซิ่งหนี ก่อนชนแบริเออร์ไฟลุกท่วมดับคาที่

หนุ่มคลั่งยา ขโมยปืนนายก อบต. จี้รถเก๋งซิ่งหนี ก่อนชนแบริเออร์ไฟลุกท่วมดับคาที่

หนุ่มคลั่งยา

หนุ่มวัย 31 ปีคลั่งยา ขโมยปืนนายก อบต. ซึ่งเป็นเพื่อนพ่อ 2 กระบอก ก่อนไปจี้ชิงรถเพื่อหลบหนีแต่ไม่พ้นชนแบบริเออร์ไฟลุกท่วมดับ

หนุ่มคลั่งยา

หนุ่มคลั่งยา

เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา (26 ต.ค.62) ร้อยตำรวจเอกเรืองวุฒิ อิ่มเอม พนักงานสอบสวน สภ.ยี่สาร พร้อมแพทย์หญิงเรียงการท์ศรมยุรา แพทย์เวรโรงพยาบาลอัมพวา และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรม สมุทรสงครามเข้าตรวจอุบัติเหตุรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า วีออส ทะเบียน 5 กม 6004 กรุงเทพมหานคร ที่เกิดชนเข้ากับแท่งปูน บริเวณจุดกลับรถ ถนนพระราม 2 กิโลเมตรที่ 74 ขาล่องใต้ ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม โดยรถเก๋งถูกไฟไหม้ทั้งคัน ภายในรถพบศพ นายณัฐกร เจียมประเสริฐ อายุ 31 ปีอยู่บ้านเลขที่ 37/9 ตำบลประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สภาพถูกไฟคลอกเสียชีวิตคาที่

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า นายณัฐกร ซึ่งเสพยาเสพติดจนคลั่ง ได้ขึ้นไปบนบ้านขโมยปืนของ นายพนม ศรีกำเนิด นายกองค์การบริหารส่วน ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม 2 กระบอก และจี้ชิงรถเก๋ง คันเกิดเหตุเพื่อหลบหนี กระทั่งประสบอุบัติเหตุ ไปชนกับแบริเออร์เสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ส่งศพนายณัฐกร ไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจต่อไป

หนุ่มคลั่งยา

นายพนมศรี กำเนิด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลาดใหญ่ เล่าว่า ผู้ตายเป็นลูกชายของเพื่อน เคยเลี้ยงดูกันมาตั้งแต่เด็กๆและห่างหายไปนานเกือบ 10 ปี เมื่อเร็วๆนี้นายณัฐกร ผู้ตายได้กลับมาหา ซึ่งตนก็พยายามให้เงิน เพื่อให้กลับบ้านที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แต่ผู้ตายไม่ยอมกระทั่งคลั่งยาเสพติด ขึ้นไปบนบ้านขโมยปืนไป 2 กระบอก และหนีมาใช้ปืนจี้ชิงรถเก๋งคันเกิดเหตุ ขับหนีกระทั่งประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตดังกล่าว

หนุ่มคลั่งยา

นายทศพล ศรีชัยวงศ์ อายุ 25 ปี ชาวตำบลลาดใหญ่ เจ้าของรถเก๋งคันเกิดเหตุ เล่าว่า ขณะที่ตนกำลังจอดรถซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ในตลาดแม่กลอง ตอนแรกนายณัฐกร ผู้ตายได้ใช้ปืนจี้ชิงรถแท็กซี่ แต่คนขับหนีทันคนร้าย จึงหันมาจี้ชิงรถเก๋งของตนขับหนีไปกระทั่งเกิดอุบัติเหตุ…

สาวไทยแฉ รูมเมทสาวนรก ห้องสุดโสโครก น้ำไม่อาบ ตัวเหม็นแทบอ้วก

สาวไทยแฉ

สาวไทยแฉ รูมเมทสาวนรก ห้องสุดโสโครก น้ำไม่อาบ ตัวเหม็นแทบอ้วก

สาวไทยแฉ รูมเมทสาวนรก ห้องสุดโสโครก น้ำไม่อาบ ตัวเหม็นแทบอ้วก

สาวไทยแฉ
สาวไทยแฉ รูมเมทนรก ห้องสุดโสโครก ยัดขยะใต้เตียง-น้ำไม่อาบ ตัวเหม็นแทบอ้วกเผยเป็นสาวมะกันทำตัวสกปรกมาอยู่ 3 เดือนอาบน้ำไม่ถึง 3 ครั้ง ทิ้งผ้าอนามัยจนล้นถัง ทำให้มีกลิ่นสาบทั้งห้อง

สาวไทยแฉ
จากกรณีมีผู้ใช้ทวิตเตอร์ ทวีตข้อความและคลิปวิดีโอ บรรยากาศในห้องพัก หลังจากเดินทางไปเกาหลีใต้เพื่อศึกษาต่อ กลับเจอรูมเมทที่อยู่ร่วมห้องใช้ชีวิตติดเตียงจนกลิ่นเหม็นไปทั่วห้อง

สาวไทยแฉ
รูมเมทนรก / ความคืบหน้า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ฌัชฌรี อยู่ฤกษ์ นักศึกษาไทยในเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ตนมาอยู่ที่เกาหลีได้ราว 1 ปี โดยย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ได้ราว 5 เดือน บ้านนี้มีลักษณะให้กับคนมาเช่า โดยมีห้องนอน 3 ห้อง มีห้องแบบ 2 คน 2 ห้อง และ 3 คน 1 ห้อง ซึ่งห้องตนเป็นห้องนอนใหญ่ มีผู้อาศัย 3 คน ภายในบ้านมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้ทั้งหมด ค่าเช่าเดือนละ 20,000 บาท

โดยรูมเมทคนที่มีปัญหาขณะนี้ มาอาศัยทีหลังตน โดยย้ายมาราว 3 เดือน เป็นหญิงชาวสหรัฐอเมริกา มาในฐานะเป็นคนที่ชื่นชอบศิลปินเกาหลี จึงต้องการมาอยู่ในประเทศที่เป็นเจ้าของผลงาน ตอนแรกที่รูมเมทคนนี้ย้ายมา ทุกอย่างเป็นปกติ ตนยังดีใจที่ได้เพื่อนเป็นคนอเมริกา เพราะจะได้เรียนรู้ภาษา

สาวไทยแฉ

รูมเมทคนนี้เริ่มมีความแปลก คือเมื่อมาถึงสิ่งแรกที่เขาทำคือนอนบนเตียง กระเป๋าสัมภาระใบใหญ่ไม่มีการเปิด และวางไว้ข้างเตียงอยู่แบบนั้น

สาวไทยแฉ

จนกระทั่งผ่านไป 3 วัน ตนเริ่มสงสัยว่าเขาไม่อาบน้ำเลยหรือ ส่วนตัวก็เข้าใจว่าอาจจะเกิดภาวะปรับตัว แต่ช่วงที่รูมเมทมาอาศัยอยู่ อากาศที่เกาหลีร้อนมาก แต่เขาก็ไม่อาบน้ำ โดยตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา ตนเห็นรูมเมทคนนี้อาบน้ำไม่ถึง 3 ครั้ง

ส่วนใหญ่เขาจะนอนอยู่บนที่นอน จะลุกออกจากเตียงคือเวลาไปเข้าห้องน้ำ กับกินข้าว ส่วนเรื่องกลิ่น เริ่มมีช่วงที่เขาอาศัยอยู่บ้านนี้ได้ 2 เดือน ตนต้องซื้อยาดมจากไทยมาเป็น 10 หลอด ซึ่งใช้จนกลิ่นหมด ตอนนี้เหลือเพียง 1 หลอด กลิ่นรุนแรงมาก มีกลิ่นฉี่ผสมกลิ่นตัว ผสมกลิ่นหมักหมม คล้ายกับกลิ่นคอกม้าคอกหมู เหมือนอยู่ในถ้ำ

ส่วนที่ข้างเตียง เขาก็กองทุกอย่างเอาไว้ ทั้งเสื้อผ้า ของกิน ที่พีคสุดคือตนเคยนำเค้กมาวางเป็นส่วนกลางของบ้าน ให้เพื่อนๆ ได้กลิ่น แต่เขาเอาเค้กไปกินทั้งหมด นำมาวางไว้ใต้เตียงจนมีกลิ่นบูด ตนเคยพยายามเก็บของเน่าที่เตียงเขามาล้าง รูมเมทก็ต่อว่าตน ทำนองว่าไปยุ่งกับของของเขา

ทั้งนี้ รูมเมทกลิ่นฉี่รุนแรงมาก รุนแรงถึงขั้นที่ได้กลิ่นแล้วรู้สึกขมคอ จนไม่กล้าจะกลิ่นน้ำลาย โดยมีครั้งหนึ่งกลิ่นโชยออกไปห้องอื่น จนเจ้าของบ้านเคยมาเจรจา รูมเมทก็เก็บห้องอย่างสะอาด

ส่วนในห้องน้ำ เขาก็ใช้กระดาษทิชชู่ ทิ้งผ้าอนามัยแบบสอดจนล้นถัง และไม่สนใจจะเก็บ ทำให้มีกลิ่นสาบทั้งห้อง วานนี้ตนทนไม่ไหว ต้องหอบผ้าห่มออกมานอนที่โซฟา ทั้งฉีดสเปย์ แสดงกริยาว่าทนไม่ไหว แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ปรับปรุง

ล่าสุด วันนี้ตนตัดสินใจคุย เขาก็อ้างว่าตัวเขาเองไม่ได้กลิ่น ตนก็บอกว่าเดี๋ยวช่วยเก็บได้ เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ตนเข้าไปในห้อง กลิ่นและสิ่งของทุกอย่างยังอยู่เหมือนเดิม และเขายังพูดว่ากลิ่นที่เกิดขึ้นอาจจะมาจากผ้าห่ม ซึ่งเขาก็โทษเจ้าของบ้านว่าไม่เคยมาเปลี่ยน

หลังจากนี้ ตนก็ต้องทนอยู่ไปก่อน กลิ่นยังเหมือนเดิม เวลาเปิดประตูลมมันตีอัดหน้าทันที “มันคือกลิ่นแรกในชีวิต” ขนาดอุดจมูกยังได้กลิ่น จากนั้น ช่วงสิ้นปีตนจะเดินทางกลับไทยช่วงปิดเทอม ตั้งใจจะย้ายออกจากบ้านนี้แล้ว…

หนุ่มใหญ่ผูกคอสยอง!! ฆ่าตัวตายใต้ต้นไม้ริมถนน 4 เลน สระแก้ว-อรัญประเทศ คาดหนีปัญหาส่วนตัว

คาดหนีปัญหาส่วนตัว

หนุ่มใหญ่ผูกคอสยอง!! ฆ่าตัวตายใต้ต้นไม้ริมถนน 4 เลน สระแก้ว-อรัญประเทศ คาดหนีปัญหาส่วนตัว

หนุ่มใหญ่ผูกคอสยอง!! ฆ่าตัวตายใต้ต้นไม้ริมถนน 4 เลน สระแก้ว-อรัญประเทศ คาดหนีปัญหาส่วนตัว

คาดหนีปัญหาส่วนตัว

สระแก้ว – เกิดเหตุสลดหนุ่มผูกคอลาโลก ห้อยแขวนใต้ต้นไม้ริมถนน 4 เลน หน้าโชว์รูมขายรถไถถนนสุวรรณศร สายสระแก้ว-อรัญประเทศ คาดหนีปัญหาส่วนตัว
ด้านสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว พบตัวเลขแนวโน้มการฆ่าตัวตายสูง ในกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ จากปัญหาความสัมพันธ์ ความรัก โดยพื้นที่ จ.สระแก้ว พบมาก
สุดในพื้นที่ 3 อำเภอ คือโคกสูง วัฒนานคร เขาฉกรรจ์

เมื่อวันที่ 24 ต.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.พยัคฆ์เดช ดีประเสริฐสิทธิ์ ร้อยเวร สภ.วัฒนานคร อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว รับแจ้งว่า เกิดเหตุชายผูกคอเสียชีวิตริมถนนสาย 33 สุวรรณศร เส้นทางสระแก้ว-อรัญประเทศ
จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมกับเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ร่วมกับเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดวัฒนานครและศูนย์สั่งการนเรนทรสระแก้ว 1669 โดยเหตุผูกคอเสียชีวิตดังกล่าวเกิดขึ้นที่
ต้นไม้ริมทางบริเวณบ้านห้วยโจด ต.ห้วยโจด อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ในจุดเกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมา นายสมศักดิ์ ประดับคำ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 519/1 หมู่ 5 ต.ลำนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี

ทั้งนี้ จากการสอบถามเบื้องต้น ทราบว่า ชายคนดังกล่าวผูกคอตายกับต้นไม้ด้วยเชือก สวมเสื้อสีแดง กางเกงขายาวสีเทา ขาด้านขวาติดกับง่ามไม้ ขาซ้ายเหยียดตรวจสวมรองเท้าแตะ น่าจะเกิดความเครียดจากปัญหา
ชีวิตจึงก่อเหตุขึ้นขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดต่อญาติเพื่อให้ข้อมูลถึงสาเหตุที่แท้จริง โดยจุดที่เกิดเหตุเป็นต้นไม้ริมถนน 4 เลน ด้านหน้าโชว์รูมขายรถไถ ยูโรแทรค เลขที่ 601 ม.1 ต.ห้วยโจด อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ซึ่งหลังตำรวจเข้าเก็บหลักฐานเสร็จสิ้น ได้มอบศพให้เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่ง รพ.วัฒนานคร เพื่อชันสูตรการตายอย่างละเอียดและประสานญาติมารับศพต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลแนวโน้มการฆ่าตัวตายของ จ.สระแก้วว่า สูงอันดับ 8 ของประเทศ ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงานและผู้สูงอายุ
ซึ่งในช่วงปี 62 ที่ผ่านมา มีการก่อเหตุฆ่าตัวตายสำเร็จแล้ว 35 คน ปัจจัยสำคัญเกิดจากปัญหาด้านความสัมพันธ์ ปัญหาความรัก พบสูงสุด 3 อำเภอ โคกสูง วัฒนานคร เขาฉกรรจ์ เน้นยึดหลัก 3 ส. สอดส่อง ใส่ใจรับฟัง
ส่งต่อเชื่อมโยง ป้องกันฆ่าตัวตาย

คาดหนีปัญหาส่วนตัว

โดย นพ.สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญหาฆ่าตัวตายในประเทศไทยจัดเป็นความรุนแรงทางด้านสุขภาพจิตและจิตเวช ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุทั้งปัญหาสังคม
ปัญหาเศรษฐกิจ ข้อมูลสถานการณ์ปัญหาการฆ่าตัวตายในประเทศไทย มีอัตราส่วน 6.34 ต่อประชากรหนึ่งแสนคน ปี 2561 มีคนไทยฆ่าตัวตายสำเร็จ 4,137 คน ส่วนใหญ่อยู่ในวัยแรงงาน รองลงมาเป็นวัยสูงอายุ
และวัยเด็ก ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังพบจำนวนผู้ที่ทำร้ายตนเองจนเสียชีวิต เฉลี่ย 345 รายต่อเดือน และมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จเฉลี่ยวันละประมาณ 11-12 ราย

สำหรับสถานการณ์การฆ่าตัวตายของจังหวัดสระแก้ว พบว่ามีแนวโน้มการฆ่าตัวตายสำเร็จเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2561 มีประชากรฆ่าตัวตายสำเร็จ 57 คน คิดเป็นร้อยละ 10.18 สูงเป็นลำดับที่ 8 ของประเทศ ปี 2562
(1 ตุลาคม 61 ถึง 30 กันยายน 62) พบว่าฆ่าตัวตายสำเร็จ 35 คน คิดเป็นร้อยละ 6.3 สูงสุดที่อำเภอโคกสูง 5 คน อำเภอวัฒนานคร และอำเภอเขาฉกรรจ์ ตามลำดับ โดยพบว่าส่วนใหญ่เป็นเพศชาย วัยทำงานและผู้สูง
อายุ อายุระหว่าง 29-71 ปี ประกอบอาชีพ รับจ้าง ว่างงาน และข้าราชการ ตามลำดับ ปัจจัยของการฆ่าตัวตายสำเร็จ ส่วนใหญ่จะมีปัญหาด้านความสัมพันธ์ อาทิ ความน้อยใจ ถูกดุด่าตำหนิ การทะเลาะกับคนใกล้ชิด
ร้อยละ 44.4 ตามมาด้วยปัญหาความรัก หึงหวง ร้อยละ 27.7 และต้องการคนดูแลเอาใจใส่ ร้อยละ 8.5 ส่วนปัญหาด้านการใช้สุราและยาเสพติด พบว่า ผู้ฆ่าตัวตายจะมีปัญหาการดื่มสุรา ร้อยละ 22.8 มีอาการมึนเมา
ระหว่างทำร้ายตนเอง ร้อยละ 8.6 และปัญหาด้านการเจ็บป่วยทางจิต พบภาวะโรคจิต ร้อยละ 5.7 และพบว่ามีประวัติการทำร้ายตนเองซ้ำ ร้อยละ 2.9

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า เพื่อเฝ้าระวังผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตและจิตเวช จังหวัดสระแก้ว สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่งให้บริการคัดกรองประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป รวมทั้งคัดกรองในกลุ่มผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อ , ผู้ป่วยจิตเวช, ผู้เสพยาเสพติด, ผู้ป่วยหลังคลอด และผู้สูงอายุทุกคน ในชุมชนก็มี อสม. ร่วมค้นหาและคัดกรองผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตตามแบบประเมิน 2Q โดยในปี 2563 เน้นการคัดกรองเยาวชนในสถานศึกษาเพิ่มมากขึ้น

สำหรับวิธีป้องกันไม่ให้เกิดการฆ่าตัวตาย บุคคลรอบข้าง ครอบครัว หรือคนใกล้ชิด ต้องปฏิบัติตามหลัก 3 ส. ป้องกันการฆ่าตัวตาย ได้แก่ 1) สอดส่อง มองหา ผู้ที่มีความคิดทำร้ายตัวเอง หรือผู้ที่มีการส่งสัญญาณเตือนในการฆ่าตัวตาย หากพบว่ามีอาการเศร้า เบื่อ เซ็ง แยกตัว คิดวนเวียน นอนไม่หลับ มองโลกในแง่ลบ หรือโพสต์ข้อความเชิงสั่งเสีย ไม่อยากมีชีวิตอยู่ หมดหวังในชีวิต ซึ่งเป็นอาการบ่งบอกของโรคซึมเศร้าและเป็นสัญญาณเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย ให้รีบเข้าไปพูดคุยช่วยเหลือพร้อมรับฟัง 2) ใส่ใจรับฟัง ด้วยความเข้าใจ ชวนพูดคุยให้ระบายความรู้สึก ไม่ตำหนิหรือวิจารณ์ โดยการรับฟังอย่างใส่ใจ 3) ส่งต่อเชื่อมโยง เช่น การแนะนำให้โทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 รวมถึงแอพพลิเคชั่นสบายใจ รวมทั้งแนะนำให้ไปพบบุคลากรสาธารณสุขหรือช่วยเหลือพาส่งโรงพยาบาลใกล้บ้าน…

จบด้วยดี หนิง ปณิตา ควงสามีขอโทษตำรวจคู่กรณี อยากแก้ตัวพร้อมช่วยงาน แจงที่มารถหรู

จบด้วยดี

จบด้วยดี หนิง ปณิตา ควงสามีขอโทษตำรวจคู่กรณี อยากแก้ตัวพร้อมช่วยงาน แจงที่มารถหรู

จบด้วยดี หนิง ปณิตา ควงสามีขอโทษตำรวจคู่กรณี อยากแก้ตัวพร้อมช่วยงาน แจงที่มารถหรู

จบด้วยดี
หนิง ปณิตา ควงสามีขอโทษตำรวจคู่กรณี อยากแก้ตัวพร้อมช่วยงาน แจงที่มารถหรู ขอด่าได้ แต่อย่าลามถึงบุพการี ส่วนส.ต.ท.ไม่ติดใจ รับจากนี้ไปคงจำยี่ห้อรถหรูได้แล้ว

จบด้วยดี
จากกรณีนักแสดงชื่อดัง หนิง ปณิตา ธรรมวัฒนะ ซึ่งมีบัญชีอินสตาแกรมโพสต์ภาพและข้อความ ต่อว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร หลังถูกตำรวจจับ แต่เจอพฤติกรรมที่อ้างว่า เจ้าหน้าที่อยากจะเรียกรับเงินจากตัวเอง โดยไม่ออกใบสั่ง พร้อมแคปชั่นยาวฉะเดือดถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งภายหลังพบว่าจากการตรวจสอบทะเบียนพบว่า มีการสวมทะเบียนรถคันอื่นมาใช้นั้น

หนิง ปณิตา / เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 ต.ค. ที่สน.วิภาวดี น.ส.ปณิตา ธรรมวัฒนะ หรือหนิง ดารานักแสดงสาว พร้อม นายจรินทร์ หรือจิน ธรรมวัฒนะ สามี เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น.เพื่อนำเอกสารเกี่ยวกับตัวรถยนต์หรูมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ พร้อมกล่าวขอโทษต่อ ส.ต.ท.ธีรพงษ์ ขาบจันทึก ผบ.หมู่งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาดีฯ-รังสิต กก.2 บก.จร. เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุ

น.ส.ปณิตา กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดตนขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจจากใจจริง ตามที่เคยบอกว่าตนคิดเร็วพูดเร็ว ก่อนนี้ตนไม่สะดวกเข้าพบตำรวจเอง เนื่องจากติดทำงาน จึงให้สามีมาแทน ยืนยันว่าไม่ได้ละเลย เพราะสิ่งที่กระทำนั้นไม่เหมาะสม สำหรับใครที่ผิดหวังกับตนเองและได้ทักเป็นการส่วนตัวเข้ามา ก็ได้ขอโทษเป็นไปยังแฟนคลับผ่านไดเรกอินสตาแกรมแล้ว

น.ส.ปณิตา กล่าวต่อว่า ยอมรับว่าเครียด วันนี้จึงต้องการขอโทษอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ขอร้องว่าด่าตนได้ แต่อย่าลามปามถึงบุพการีหรือคนใกล้ตัว อย่างไรก็ตาม ตนไม่ติดใจเอาความอะไร จากนี้ตนจะแก้ไขเรื่องความใจร้อน เพื่อตัวเองไม่ให้คนที่ชื่นชอบตนผิดหวัง และขอโทษส.ต.ท.ธีรพงษ์ ที่ทำให้ลำบากใจกับการปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย หลังจากนี้เองตนอยากจะขอโอกาสจากสังคม ถ้าหากทางตำรวจจราจร มีอะไรอยากจะให้ตนช่วยเหลือนั้น ตนยินดีที่จะช่วยเหลือ ขอเพียงแค่ทางตำรวจบอกมาเท่านั้น

ด้าน พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวว่า ตนในนามตำรวจสายงานจราจร ขอรับคำขอโทษจากคุณหนิงด้วยความเต็มใจและความเข้าใจ การทำงานของตำรวจจราจรเอง เรามีความคุ้นเคยระหว่างการบังคับใช้กฎหมายและความรู้สึกส่วนตัว มั่นใจว่าตำรวจจราจรทุกนายยินดีและให้อภัยคุณหนิง บทเรียนครั้งนี้ในส่วนของตำรวจจะนำมาปรับปรุงวิธีการทำงาน โดยจะเน้นการอธิบายและชี้แจงการทำงานให้ประชาชนเข้าใจและมั่นใจมากขึ้น หน้าที่และภาระของตำรวจถือเป็นต้นทางการบังคับใช้กฎหมายในสังคม ไม่ขึ้นอยู่กับความรักความชอบและรู้สึกโกรธเกลียด

รองผบช.น. กล่าวต่อว่า สำหรับรถยี่ห้อนี้ไม่ใช่รถทั่วไปที่คุ้นเคยทั่วไป จากนี้ก็จะนำไปตรวจสอบที่กองบังคับการตำรวจจราจ (บก.จร.) เพื่อดูว่ารถยนต์เป็นอย่างไร นำเข้าถูกต้องหรือไม่ จดทะเบียน หรือปลอมแปลงอะไรหรือไม่ มีการปลอมแปลงอะไรหรือไม่ โดยจะมีตำรวจจราจร กรมการขนส่งทางบก กรมศุลกากร และกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ร่วมกันตรวจสอบ หากพบความผิดก็จะดำเนินคดีต่อไป ซึ่งทางฝั่งนี้ก็ยินดี

ขณะที่ ส.ต.ท.ธีรพงษ์ กล่าวว่า จากเรื่องที่เกิดขึ้นตนไม่ติดใจอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะการทำงานก็จะมีผู้คนหลายรูปแบบ จากนี้ไปตนก็คงจำยี่ห้อรถหรูได้แล้ว

นายจรินทร์ กล่าวว่า รถคันนี้ซื้อมาปีกว่าแล้ว น่าจะเป็นมือที่ 2, 3, 4 แล้ว ก่อนหน้านี้ใช้ทะเบียน กท191 ของเจ้าของรถเดิม เมื่อใช้มาครึ่งปี เขาจึงติดต่อมาขอทะเบียนคืน เพื่อนำไปจดทะเบียนกับรถบีเอ็มดับบลิว ส่วนตนก็ทำทะเบียนของมาเซราติหาย จึงยังไม่เอาทะเบียนเดิมของเจ้าของเก่าออก

จบด้วยดี

ขณะนี้แจ้งความว่าทะเบียนมาเซราติหาย อยู่ระหว่างยื่นขอป้ายใหม่จากกรมการขนส่งทางบก ซึ่งรถมาเซราติคันนี้ซื้อจากโชว์รูมที่มีเพื่อนเป็นเจ้าของ และตรวจสอบประวัติแล้ว ไม่พบความผิดปกติ จึงมั่นใจและตัดสินใจซื้อมาใช้…

เก๋งซิงเสยเสาไฟหัก 7 ต้น รถมีติดสติกเกอร์ กต.ตร.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เก๋งซิงเสยเสาไฟหัก

เก๋งซิงเสยเสาไฟหัก 7 ต้น รถมีติดสติกเกอร์ กต.ตร.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เก๋งซิงเสยเสาไฟหัก 7 ต้น รถมีติดสติกเกอร์ กต.ตร.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เก๋งซิงเสยเสาไฟหัก

แล้วคนขับไปไหน เก๋งสีดำเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าหักโค่น 7 ต้น ร้าวอีก 1 สนั่นถนนบางบอน ไร้เงาโชเฟอร์ ชาวบ้านซวยไม่มีไฟฟ้าใช้ กฟน.คาดรื้อถอนจนถึงเช้า
ติดตั้งแล้วเสร็จประมาณบ่ายสาม มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 1 ล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 01.15 น. วันที่ 23 ต.ค.62 ร.ต.อ.สถิต สระดีวงศ์ รองสว.(สอบสวน) สน.บางบอน พร้อมด้วยอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถเก๋งชนเสาไฟฟ้า ภายในถนนบางบอน 4 ซอย 4 เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ พร้อมปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุ

โดยในที่เกิดเหตุพบรถเก๋งสีดำ หมายเลขทะเบียน 4 กร 219 กรุงเทพมหานคร ถูกเสาไฟฟ้าล้มทับตัวรถอยู่ เสียหายเกือบทั้งคัน ด้านหน้ารถฝั่งด้านซ้ายมีร่องรอยการชน กระจกหน้ารถแตก มีสติกเกอร์ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (กต.ตร.) ติดอยู่ ภายในรถแอร์แบ็ก หรือถุงลมนิรภัย แตกทั้งฝั่งคนขับและคนนั่ง นอกจากนี้มีเสาไฟฟ้าหักทั้งหมด 7 ต้น ล้มลงมาอยู่บนพื้นถนน และยังไปโดนกำแพงบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังมีเสาไฟฟ้าร้าวอีก 1 ต้น ส่งผลทำให้บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ภายในซอยทั้งหมดไม่มีไฟฟ้าใช้

ในส่วนเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าวันนี้จะทำการรื้อถอนจนถึงเช้า ต่อจากนั้นจะทำการขุดดินเพื่อตั้งเสาไฟฟ้า หลังจากนั้นจะดำเนินการติดตั้งสายไฟ คาดว่าแล้วจะเสร็จประมาณ 15.00 น. โดยมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นที่ประเมินไว้ประมาณ 1 ล้านบาท

เก๋งซิงเสยเสาไฟหัก
จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ นายสมบัติ คงหอม เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยโรงงานแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ที่เห็นเหตุการณ์ ได้เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตัวเองกำลังเดินออกตรวจตราตามปกติ จากนั้นได้เห็นรถเก๋งคันดังกล่าวขับเข้ามาด้วยความเร็ว ก่อนจะเสียหลักชนเข้ากับเสาไฟฟ้า ซึ่งขณะนั้นรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ก่อนจะเห็นคนขับรถซึ่งเป็นผู้ชายออกมาจากตัวรถและนอนลงกับพื้น จากนั้นก็ไม่เห็นคนขับอีกเลย

ด้าน ร.ต.อ.สถิต สระดีวงศ์ ร้อยเวร สน.บางบอน ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว โดยหลังจากนี้เตรียมหาตัวคนขับรถคันดังกล่าวมาสอบปากคำ และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.…

พ่อคิดว่า ลูกสาวโดนคู่เขยล่อลวง ฉุน คว้าปืนรัวยิง พ่อตาดับ แม่ยายเจ็บ

พ่อคิดว่า

พ่อคิดว่า ลูกสาวโดนคู่เขยล่อลวง ฉุน คว้าปืนรัวยิง พ่อตาดับ แม่ยายเจ็บ

พ่อคิดว่า ลูกสาวโดนคู่เขยล่อลวง ฉุน คว้าปืนรัวยิง พ่อตาดับ แม่ยายเจ็บ

พ่อคิดว่า

วันที่ 22 ต.ค. พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์ รองผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.นิธิ ตรีสุวรรณ สว.กก.5 บก.ป. จับกุม นายสฤษดิ์ หรือรอน
เคียนตะคุ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา ที่226/2545 ลงวันที่ 28 พ.ย. 2545 ข้อหา “ฆ่าผู้อื่น, พยายามฆ่าผู้อื่น,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับ
อนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร” โดยจับกุมได้ที่ริมถนนทางคู่ขนาน กรุงเทพ-ชลบุรี หมู่5 ต.หนองรี อ.เมืองชลบุรี

พ่อคิดว่า
พ.ต.อ.เนติ เปิดเผยว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2543 นายสฤษดิ์ ผู้ต้องหารายนี้ สงสัยว่าบุตรสาว ซึ่งขณะนั้น อายุ 17 ปี จะถูกนายศุภกร สินธนานิธิ ซึ่งเป็นคู่เขยกันใช้อุบายล่อลวงไปจากโรงเรียนและ
ไม่สามารถติดต่อได้อีก จากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ บุตรสาวถึงได้กลับมาที่บ้าน ลักษณะท่าทางซึมเศร้า แต่ไม่ยอมเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ทางครอบครัวฟัง แต่นายสฤษดิ์ก็เชื่อแน่ว่า น่าจะถูก
นายศุภกรล่อลวงไปข่มขืนกระทำชำเรา จึงพาบุตรสาวไปแจ้งความที่ สภ.ปักธงชัย ส่วน นายศุภกรได้รีบหลบหนีไป

พ.ต.อ.เนติ กล่าวอีกว่า ต่อมาในวันที่ 16 ธ.ค. ปีเดียวกัน ขณะที่ นายสฤษดิ์ เดินผ่านบ้านของนายพิณ ซอพรมราช อายุ 71 ปี และนางเล ซอพรมราช อายุ 84 ปี พ่อตาและแม่ยาย ได้พบเห็นนายศุภกร
พร้อมด้วยบุคคลอื่น ยืนจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่ในบ้าน ในเชิงทำให้บุตรสาวของนายสฤษดิ์เสื่อมเสีย ด้วยความโกรธจึงรีบกลับไปเอาปืนที่บ้าน ก่อนรีบกลับมายิงเข้าไปในกลุ่มของนายศุภกร จำนวน 6 นัด
กระสุนไปถูกนายพิณ เสียชีวิต ส่วนนางเลได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนสนายสฤษดิ์ก็รีบหลบหนีไป ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานและขออนุมัตหมายจับไว้

พ.ต.อ.เนติ กล่าวต่อว่า อีก 19 ปีต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้หลบหนีมาทำงานรับจ้างอยู่ที่ต.บ้านสวน อ.เมืองชลบุรี จึงตามจับกุมไว้ได้ ซึ่งเหลืออีก 1 ปี คดีก็จะหมด
อายุความแล้ว เบื้องต้นสอบสวน ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวให้ สภ.ปักธงชัย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…