บิ๊กไบค์ เสยท้ายสิบล้อ ร่างกระเด็นดับคาพหลโยธิน

บิ๊กไบค์

บิ๊กไบค์ เสยท้ายสิบล้อ ร่างกระเด็นดับคาพหลโยธิน

นักศึกษาหนุ่มปี 3 มหาวิทยาลัยชื่อดัง ขี่รถจักรยานยนต์ บิ๊กไบค์ ก่อนเสยชนท้ายรถสิบล้อเป็นปริศนา

รถไปทาง-ร่างไปทาง นอนเสียชีวิตกลางถนนพหลโยธิน(29 พ.ค.) เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศุภชัย ศรีสุระ

รองสารวัตรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จังหวัดปทุมธานี ได้รับแจ้งมีเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักชนท้าย

รถสิบล้อและมีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนพหลโยธิน ฝั่งขาออก ก่อนถึงสะพานแก้ว จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับเจ้าหน้าที่

กู้ชีพเทศบาลนครรังสิตอาสาสมัครมูลนิธิปอเต็กตึ้งในที่เกิดเหตุกลางถนนเจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย สภาพนอนคว่ำหน้า

สวมเสื้อยืดแขนยาวสีดำ กางเกงสีกรมท่า พบบัตรประจำตัวระบุเป็นนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 ของมหาวิทยาลัยชื่อดัง

แห่งหนึ่ง ทราบชื่อคือ นายภูดิศ อายุ 21 ปีใกล้กันพบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ดูคาติ สีแดง สภาพพังยับเยิน ล้อด้านหน้าหลุดออกจากตัวรถ

บิ๊กไบค์ เสยท้ายสิบล้อ ร่างกระเด็นดับคาพหลโยธิน

ห่างกันประมาณ 10 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถสิบล้อมิตซูบิชิ สีขาว ที่บริเวณด้านท้ายขวา มีร่องรอยเฉี่ยวชนได้รับความเสียหายนายชูชาติ

คนขับรถบรรทุกสิบล้อ ให้การว่า ตนขับรถมาตามทางมาจากทางดอนเมือง และกำลังจะมุ่งหน้าไปจังหวัดสระบุรี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้ยิน

เสียงรถถูกชนทางด้านท้าย ตนจึงได้จอดรถเพื่อลงมาดู ก็พบว่ามีรถจักรยานยนต์เสียหลักพลิกคว่ำอยู่กลางถนน และพบผู้เสียชีวิต

จึงโทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบร.ต.อ.ศุภชัย ศรีสุระ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยว่า ลงพื้นที่ตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐานและได้เชิญผู้ขับรถสิบล้อไปสอบสวนเพิ่มเติมที่โรงพัก ส่วนผู้เสียชีวิตมอบให้เจ้าหน้า

ที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งนำส่งชันสูตรยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการตายอีกครั้ง

และจะได้ประสานทางญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ยืนเบาะเข้าโรงพัก หนุ่มซิ่งสนั่น เลี้ยวรถจบที่โรงพักรับ 3 ข้อหา

ยืนเบาะเข้าโรงพัก

ยืนเบาะเข้าโรงพัก หนุ่มซิ่งสนั่น เลี้ยวรถจบที่โรงพักรับ 3 ข้อหา

คลิปภาพหนุ่มวัยรุ่นคึกคะนอง โชว์เลือด สายบิด ซิ่งกร่างทั่วคูเมืองเชียงใหม่ ตำรวจจราจรตามตัว

ได้ทันควัน ไม่กี่ชั่วโมงถูกเรียกตัวเข้าโรงพัก-ตักเตือน พร้อมโดน 3 ข้อหาจากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก

คนหนึ่งได้แชร์ภาพพฤติกรรมของชายวัยรุ่นคึกคะนอง ขี่รถจักรยานยนต์ปาดไปมา ก่อนจะยืนขึ้น

บนเบาะรถอย่างน่าหวาดเสียว โดยไม่สนใจผู้ใช้รถใช้ถนนคันอื่นๆ ตั้งแต่ช่วงประตูท่าแพ ผ่านไป

ตามถนนคชสาร ก่อนจะไปเลี้ยวซ้ายที่แยกแจ่งก๊ะต๊ำ เข้าสู่ถนนศรีดอนไชย และเข้าซอยหายไป

เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (28 พ.ค.)หลังคลิปนี้ถูกแชร์เผยแพร่ออกไป พ.ต.อ.ฐาปนพงศ์ ชัยรังสี

ผู้กำกับการกลุ่มงานจราจร ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งให้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด

พบทะเบียนรถชัดเจน ล่าสุดทราบชื่อผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์คันนี้แล้ว และพบว่าผู้ขับขี่เป็น

ลูกน้องของผู้ครอบครองรถ จึงแจ้งให้ผู้ครอบครองรถติดตามตัวผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวมาพบ เพื่อ

ว่ากล่าวตักเตือน​ ก่อนจะส่งตัวไปให้พนักงานสอบสวน​ สภ.เมืองเชียงใหม่​ เจ้าของท้องที่

โดยแจ้งข้อกล่าวหาขับขี่รถในลักษณะประมาทหวาดเสียว, ไม่สวมใส่หมวกนิรภัย, ขับขี่รถ

ยืนเบาะเข้าโรงพัก หนุ่มซิ่งสนั่น เลี้ยวรถจบที่โรงพักรับ 3 ข้อหา

โดยไม่มีอุปกรณ์ส่วนควบ และอาจเป็นอันตรายต่อผู้อื่น มีโทษปรับสูงสุด 1,000 บาท รวม

ทั้งกำลังตรวจสอบว่ามีความผิดอื่นในทะเบียนประวัติด้วยหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดพฤติกรรม

เลียนแบบพ.ต.ท.ศุภชัย จันทรา รองผู้กำกับการกลุ่มงานจราจร ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่

กล่าวว่า ตำรวจจราจรเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสมาร์ทซิตี้ของเมืองเชียงใหม่ ปัจจุบันมีกล้อง

วงจรปิดกระจายทั่วเมืองกว่า 1,200 จุด ไม่รวมกับกล้องของหน่วยงานอื่นอีกนับพันตัว พร้อมยัง

มีระบบควบคุมที่สามารถสั่งการและตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีนี้จึงทำให้การ

ทำงานของเจ้าหน้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการตรวจสอบและป้องปราม จึงฝากเตือนไปยัง

ผู้ใช้รถให้ปฏิบัติตามกฎหมายจราจร เพราะทุกอย่างอยู่ในสายตาของตำรวจขณะเดียวกัน ต้อง

ขอขอบคุณประชาชนที่มีส่วนร่วมในการใช้เทคโนโลยีแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดให้กับ

ตำรวจจนสามารถติดตามตัวผู้กระทำผิดได้อย่างรวดเร็ว

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

เสียชีวิตในค่าย พ่อคาใจ ลูกเกณฑ์ทหาร 11 เดือน

เสียชีวิตในค่าย พ่อคาใจ ลูกเกณฑ์ทหาร 11 เดือน

พ่อพลทหารสงสัยสาเหตุการเสียชีวิตของลูกชาย หลังสมัครเป็นทหารเกณฑ์ได้เพียง 11 เดือน ก่อนพบว่าเสียชีวิตใน ค่ายทหาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จองวัดจัดพิธีฌาปนกิจศพให้แล้ว

โดยอ้างว่าศพขึ้นอืดวันนี้ (23 พ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายคำแพง นันทบุตร ชาวตำบลหนองม้า อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ พ่อของพลทหารลือชานนท์

นันทบุตร หรือ นนท์ อายุ 22 ปี เปิดเผยกับไทยพีบีเอส ว่า ได้รับแจ้งจากค่ายกองพันทหารสารวัตร สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย ว่าพลทหารลือชานนท์

บุตรชายซึ่งได้สมัครไปเป็นทหารเกณฑ์ได้เพียง 11 เดือน เสียชีวิตแล้วจากการถูกไฟฟ้าช็อตและตกตึกลงมาจากชั้น 6 ซึ่งสันนิษฐานว่า น้องนนท์พยายามเข้าไปนอนใน

ห้องพักชั้น 6 จึงปีนบันไดลิงจากชั้น 6 ลงมา เพื่อที่จะเข้าช่องทางหน้าต่าง แต่เกิดพลัดตกแต่ผ่านไป 3 วัน เพิ่งพบศพในที่เกิดเหตุและรีบแจ้งให้ญาติและครอบครัวให้เดิน

ทางมากรุงเทพฯ เพื่อฌาปนกิจศพ พร้อมจองวัดให้เรียบร้อยแล้ว โดยไม่ต้องนำศพกลับบ้าน ซึ่งอ้างว่าศพมีสภาพเน่าเปื่อยและขึ้นอืด โดยกองทัพจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด

เสียชีวิตในค่าย พ่อคาใจ ลูกเกณฑ์ทหาร 11 เดือน

จึงสร้างความสงสัยให้กับนายคำแพงเป็นอย่างมากว่าเหตุใดไม่ให้ญาตินำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านจากเหตุผลดังกล่าว ทำให้ครอบครัวสงสัยถึงสาเหตุการเสียชีวิตของ

พลทหารลือชานนท์ เนื่องจากทางค่ายทหารสารวัตร สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย ระบุว่าตกตึกเสียชีวิต แต่ขัดแย้งกับผลชันสูตรจากโรงพยาบาลตำรวจ

ที่ระบุว่าสาเหตุการตายเพราะ “กระดูกสันหลังส่วนอกท่อนที่ 3 หักเคลื่อน จากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทกผลชันสูตรที่ขัดแย้งกับสภาพศพที่นายคำแพงได้เห็น

ทำให้ญาติและครอบครัวไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ เพราะก่อนหน้านี้ไม่ถึง 2 สัปดาห์ พลทหารลือชานนท์ได้กลับบ้าน และเคยเล่าให้พ่อฟังว่ามีปัญหากับรุ่นพี่ในค่าย

และมีความพยายามจะเล่นงานให้ถึงตาย ซึ่งก่อนที่พลทหารลือชานนท์ได้เดินทางกลับค่ายเมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้พูดสั่งลาเป็นลางร้ายบอกเหตุหลังจากพลทหาร

ลือชานนท์เดินทางกลับเข้าค่ายทหาร นายคำแพงบอกว่ารู้สึกไม่สบายใจ จึงโทรสอบถามลูกอยู่ตลอดว่าถึงค่ายหรือยัง และหลังจากนั้นเป็นเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ก็ได้รับข่าว

การเสียชีวิตของพลทหารลือชานนท์นายคำแพง ยังบอกกับทีมข่าวอีกว่า พลทหารลือชานนท์มีนิสัยรักเพื่อนพ้อง ไม่ค่อยพูดและเป็นนักกีฬาฟุตบอล สุขภาพแข็งแรง

จึงสมัครไปเป็นทหารเกณฑ์เพื่อหวังจะเป็นทหารรับใช้ชาติ แต่กลับต้องมาเสียชีวิตก่อนวัยอันควรและเป็นการจากไปแบบมีเงื่อนงำ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.thaipbs.or.th

ทักษิณ เตรียมเทคโอเวอร์ คริสตัล พาเลซ แห่งศึกพรีเมียร์

ทักษิณ

ทักษิณ เตรียมเทคโอเวอร์ คริสตัล พาเลซ แห่งศึกพรีเมียร์

นายทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกรัฐมนตรี ประเทศไทย ตกเป็นข่าวเตรียมทุ่มทุนเทคโอเวอร์ สโมสรฟุตบอลคริสตัล พาเลซ แห่งศึก ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ จากการรายงานของหลายสำนักข่าวใน ไทย

โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่าผู้ถือหุ้นใหญ่ของ “ปราสาทเรือนแก้ว” ได้จ่อประกาศขายทีมให้กับนายทุนที่มีความสนใจเข้ามาบริหารสโมสรต่อ โดยที่ชื่อของอดีตเจ้าของ สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ รายนี้ถูกโหมขึ้นมาในช่วง

หลังซึ่ง กรุงเทพธุรกิจ ชี้ว่าพยายามติดต่อ นายมิตติ ติยะไพรัช อดีตประธานสโมสร เชียงราย ยูไนเต็ด ใน ไทยลีก ที่คาดการณ์ว่าจะนั่งแท่นเป็นผู้บริหารดูแลสโมสรแต่ไม่สามารถติดต่อได้ก่อนที่ นายมิตติ จะแจ้งว่ายังไม่อยู่

ในจุดที่สามารถชี้แจงใดๆ ได้ ขณะที่เจ้าตัวได้เผยกับ มติชน ว่ากำลังรอความชัดเจนจากผู้ใหญ่อยู่ในขณะนี้โดย ทักษิณ เคยเทคโอเวอร์ เรือใบสีฟ้า เมื่อปี 2008 ก่อนที่จะปล่อยให้ ชีค มานซูร์ รับช่วงต่อจนถึงปัจจุบันนี้

ขณะที่ “ดิอีเกิ้ลส์” จบฤดูกาลนี้ด้วยอันดับที่ 12 บนตารางคะแนน

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

อาล้มทั้งยืน ไม่ทันได้เป็นทหาร ถูกฆ่าตาย เป็นศพ

อาล้มทั้งยืน

อาล้มทั้งยืน ไม่ทันได้เป็นทหาร ถูกฆ่าตาย เป็นศพ

เมื่อเวลา 05.00 น. (25 พ.ค. 62) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเสด็จ อ.เมือง จ.ลำปาง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยลำปาง รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณไร่สับปะรดเขตหมู่บ้านห้วยน้ำเค็ม ต.บ้านเสด็จ อ.เมือง

จ.ลำปาง หลังได้รับแจ้งมีเหตุคน ถูกฆ่าตาย ภายในที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อคือ นาย วินัย วงศ์แก้ว อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 หมู่ 7 บ้านห้วยน้ำเค็ม ต.บ้านเสด็จ อ.เมือง จ.ลำปาง สภาพศพนอน

หงายเสียชีวิตอยู่ข้างต้นสับปะรด มีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงที่หน้าหน้าอก 1 นัด และแผลถูกฟันที่หน้า 2 แผลอย่างไรก็ตามจึงได้ประสานแพทย์ รพ.ลำปาง และเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง มาร่วมตรวจสอบที่เกิด

เหตุเพื่อการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ โดยพบว่าผู้เสียชีวิตถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่หน้าอกและฟันซ้ำที่ใบหน้า ซึ่งจะได้ทำการสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวนหาชนวนเหตุในการลงมือฆ่าครั้งนี้

และดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไปนายสุข ซึ่งเป็นอาของผู้ตาย และเป็นผู้ที่พบศพ ได้เล่าเหตุการณ์ให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ช่วงเวลาประมาณ 02.00 น.ได้ใช้ไฟฉายส่องเพื่อหาจับอึ่งอ่าง แต่ก็ต้องตกใจเมื่อพบศพคนนอนตายอยู่

ตรงหน้า เมื่อดูใบหน้าชัดเจนแล้วว่าเป็นหลานชายของตนเอง จึงรีบเดินกลับบ้านมาบอกญาติตามไปดูที่เกิดเหตุก่อนจะรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทราบว่าผู้ตายได้ไปหาจับอึ่งอ่าง โดยไม่ทราบว่าคนร้ายเป็นใคร ทั้งนี้ อีก

ไม่กี่เดือนผู้ตายก็จะไปเป็นทหารเกณฑ์ผลัดที่ 2 เนื่องจากได้สมัครใจเข้าเป็นทหารเกณฑ์

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

กระสุนเจาะร่าง 2 คน ไล่ยิงกันกลางขบวนแห่นาค

กระสุนเจาะร่าง

กระสุนเจาะร่าง 2 คน ไล่ยิงกันกลางขบวนแห่นาค

(24 พ.ค.62) ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า “Red Skull Racing” นำคลิปวีดีโอเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่นมากกว่า 20 คน

ไล่ทำร้ายกันในขบวนแห่ งานบวชนาค ซึ่งในคลิปดังกล่าวกลุ่มวัยรุ่นได้ถือไม้ไล่ตี และขวดขว้างปาใส่กัน

และมีชายคนหนึ่งสวมเสื้อแขนฟ้าสีฟ้าถือปืนไล่ยิงใส่ฝั่งตรงข้ามด้วย และมีรายงานว่าเหตุการณ์ดังกล่าว

มีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 2 รายจากการตรวจสอบพบว่าเหตุดังกล่าว เกิดเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วานนี้ (23 พ.ค.)

บนถนนภายในหมู่บ้านสายโท 7 เหนือ หมู่ 6 ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ส่วนผู้ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ

คือ นายนพรัตน์ อายุ 16 ปี และ นายธีรภัทร อายุ 17 ปี ขณะนี้ถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ และอาการ

พ้นขีดอันตรายแล้วซึ่งจากการสอบถาม พ.ต.อ.กัมพล วงษ์สงวน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านกรวด ให้ข้อมูลว่า

หลังได้รับแจ้งเหตุก็ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมเร่งสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

ซึ่งเบื้องต้นสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุที่ใช้อาวุธปืนยิงในขบวนแห่ ตามที่ปรากฏในคลิปได้แล้ว 2 คน คือ

นายประกอบ อายุ 40 ปี นายอนุภาพ อายุ 20 ปี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำ พร้อมทั้งจะได้เร่ง

ติดตามตัวผู้ที่ร่วมก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ทั้งหมด

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

งานศพพ่อ วิ่งหนีผัวเก่าบุกยิง คนห้ามต้องมาตายแทน

งานศพพ่อ วิ่งหนีผัวเก่าบุกยิง คนห้ามต้องมาตายแทน

เมื่อเวลา 15.00 น. (21 พ.ค.62) พ.ต.อ.สัมภาษณ์ ศรีจันทึก ผู้กำกับการ สภ.สตึก จ.บุรีรัมย์

พร้อม พ.ต.ท.ยศวัฒน์ มณีวงษ์ชัยกิจ รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.สตึก , ร.ต.อ.วิษณุ แสนสุข

รองสารวัตรสอบสวน เจ้าของคดี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ได้นำตัว

นายธิพงษ์ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืน ลูกซองสั้น ไทยประดิษฐ์ บุกยิง

น.ส.จันทร์บัว อายุ 34 ปี อดีตภรรยาตัวเอง ภายในงานศพของอดีตพ่อตา เมื่อช่วงบ่ายวานนี้

(20 พ.ค.)งานศพพ่อตายังไม่เว้น! หนุ่มชักปืนยิงเมียสาหัส-ยิงดับตำรวจบ้าน

ฝากแค้นหลานกิ๊กเมียโดยกระสุนเจาะเข้าบริเวณท้ายทอยและไหล่ขวาของน.ส.จันทร์บัว ได้รับบาดเจ็บ

ปมเหตุมาจากนายธิพงษ์มาตามง้อขอคืนดีภรรยาแต่ถูกปฏิเสธและเกิดมีปากเสียงกันรุนแรง ทั้งยังได้ใช้ปืน

กระบอกเดียวกันยิง นายทองแดง อายุ 65 ปี ซึ่งเป็นอาสาสมัครตำรวจบ้าน และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน

หรือ (อปพร.) ที่มาดูแลความเรียบร้อยในงานศพและเห็นทั้งสองคนทะเลาะกันจึงได้เข้าห้ามปราม กระสุนถูกบริเวณ

ศีรษะเสียชีวิตคาที่ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังบ้านที่เกิดเหตุซึ่งระหว่างทำแผนได้มีญาติผู้บาดเจ็บ

และญาติผู้เสียชีวิตมารอดูการทำแผนเป็นจำนวนมาก ต่างตะโกนสาปแช่งผู้ต้องหาที่ก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม

แม้กระทั่งในงานศพพ่อตาตัวเอง ซึ่งขณะทำแผนมีลูกชายของตำรวจบ้านที่เสียชีวิตได้วิ่งจะเข้าไปทำร้ายผู้ต้องหา

เพราะโกรธแค้นและรับไม่ได้ที่ต้องสูญเสียผู้เป็นพ่อไป ทั้งที่เข้าไปช่วยเหลือห้ามปรามไม่ให้มีเรื่องกันแต่กลับถูกยิง

งานศพพ่อ วิ่งหนีผัวเก่าบุกยิง คนห้ามต้องมาตายแทน

เสียชีวิต จนเกิดการชุลมุน เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรีบกันตัวออก และเร่งรัดทำแผนให้เสร็จโดยเร็ว

ซึ่งใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก็ได้นำตัวผู้ต้องหากลับไปที่ สภ.สตึก เพราะเกรงจะถูกรุมประชาทัณฑ์

ด้าน น.ส.จันทร์บัว อดีตภรรยาที่ถูกยิงบาดเจ็บ ซึ่งได้ขออนุญาตทางโรงพยาบาลออกมาเผาศพพ่อ

ในสภาพที่ยังมีบาดแผลบริเวณท้ายทอย และไหล่ขวา ได้เปิดใจทั้งน้ำตาว่า ตอนที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกับอดีตสามี

เคยถูกทำร้ายร่างกายบ่อยครั้ง เพราะสามีชอบดื่มเหล้าและเสพยาเสพติด จนทนไม่ไหวต้องเลิกรากันได้ประมาณ 2 ปี

และช่วงที่เลิกกันตนก็ไม่กล้าอยู่บ้านต้องหนีไปทำงานกรุงเทพฯ เพราะกลัวอดีตสามีจะมาทำร้ายอีก แต่พอตนกลับมา

เยี่ยมพ่อที่ป่วยหนักที่บ้าน เมื่อวันที่ 17 พ.ค. อดีตสามีรู้ข่าวก็มาตามง้อแต่ตนไม่ยอมคืนดี เพราะกลัวจะถูกทำร้ายอีก

กระทั่งตกตอนเย็นวันเดียวกันสามีก็เอามีดมาขู่จะฆ่าให้ตาย แต่นายทองแดง ซึ่งเป็นตำรวจบ้านได้มาห้ามปรามไว้

อดีตสามีจึงยอมกลับบ้านไป กระทั่งวันที่ 20 พ.ค. ช่วงบ่ายอดีตสามีก็กลับมาที่งานศพอีก ตอนแรกก็คิดว่าแค่จะมา

ร่วมงาน แต่ด้วยความที่ดื่มเหล้าเมาจึงเกิดมีปากเสียงกันตน และอดีตสามีก็เดินไปเอาปืนที่ซ่อนไว้ใต้เบาะรถ จยย.มายิงใส่ตัวเอง

แต่นัดแรกปืนด้านยิงไม่ออก ตนจึงวิ่งหนี แต่สามีก็ตามยิงซ้ำนัดที่สองเข้าที่ท้ายทอยและไหล่ขวาจนล้มลง จากนั้นก็เดินไปยิง

นายทองแดง ตำรวจบ้านที่เคยเข้ามาช่วยห้ามปรามไม่ให้ทะเลาะกันจนเสียชีวิต รู้สึกเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

และไม่ขอให้อภัยหรืออโหสิกรรมให้กับอดีตสามี ขอให้ดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ผูกคอดับ เจ้าของโรงงานปลาร้า เมียช็อกตื่นเช้ามาเจอศพ

ผูกคอดับ

ผูกคอดับ เจ้าของโรงงานปลาร้า เมียช็อกตื่นเช้ามาเจอศพ

หนุ่มใหญ่เจ้าของโรงงานปลาร้า ผูกคอตาย กับต้นมะขามหลังบ้าน ภรรยาเผยก่อนตายที่บ้านเกิดไฟดับ

สามีเดินออกมาข้างนอก ไม่คิดว่าตอนเช้าจะเจอกลายเป็นศพผู้สื่อข่าวรายงานว่า (23 พ.ค.) เมื่อเวลา 06.00 น.

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งว่าพบคนผูกคอเสียชีวิตที่บริเวณด้านหลังโรงงานปลาร้าแห่งหนึ่ง

ตั้งอยู่หมู่ 5 บ้านดงสว่าง ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ที่เกิดเหตุบริเวณด้านหลังโรงงานปลาร้าพบร่างผู้เสียชีวิตนอน

อยู่ข้างต้นมะขาม สวมเสื้อกล้ามสีดำ กางเกงขาสั้น ทราบชื่อคือ นายนพดล อายุ 46 ปี จากการตรวจสอบที่บริเวณลำคอมีรอยรัด

ส่วนที่ต้นมะขามพบผ้าขาวม้าผูกที่กิ่งสูงจากพื้นประมาณ 2.5 เมตร และเก้าอี้พลาสติกอยู่ข้างต้นมะขาม จากการตรวจสอบ

ไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้ายคาดว่าจะเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมงจากการสอบถาม ภรรยาผู้ตาย ทราบว่า

ผูกคอดับ เจ้าของโรงงานปลาร้า เมียช็อกตื่นเช้ามาเจอศพ

เมื่อคืนผู้ตายได้นอนในห้องตามปกติ จนประมาณ 03.00 น. ไฟฟ้าที่บ้านเกิดดับ นายนพดลเลยเดินไปเปิดประตูเพื่อระบายอากาศ

แล้วเดินออกมาด้านนอก ภรรยาก็ไม่ได้เอะใจอะไรจนมาถึงช่วงเช้าจึงมาพบว่าสามีได้ผูกคอตายที่ต้นมะขามหลังบ้าน

ตนจึงรีบแจ้งเพื่อนบ้านให้มาช่วยนำร่างลงมาเพราะคิดว่าสามียังไม่เสียชีวิต แต่ก็พบว่าสามีได้เสียชีวิตลงแล้วจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่

เข้ามาตรวจสอบดังกล่าวส่วนสาเหตุคาดว่าจะเกิดจากความเครียดเพราะก่อนหน้านี้สามีจะมีอาการเครียดหลายเรื่อง

ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของธุรกิจการทำโรงงานปลาร้า ทำให้ต้องไปหาหมอและนำยาคลายเครียดมาทานเป็นประจำ

ซึ่งไม่คิดว่าสามีจะมาด่วนผูกคอตายไปแบบนี้ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะทำการพิมพ์ลายนิ้วมือ เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุพร้อม

นำร่างให้กับทางญาติประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

สุดยื้อชีวิต คุณยายถูกชน ดับ 1 เจ็บ 2 กระบะเสียหลักพุ่งเข้าโรงเรียน

สุดยื้อชีวิต

สุดยื้อชีวิต คุณยายถูกชน ดับ 1 เจ็บ 2 กระบะเสียหลักพุ่งเข้าโรงเรียน

อุบัติเหตุรถยนต์กระบะพุ่งชนบ้านชาวบ้านและ เสียหลัก พุ่งชนกำแพงโรงเรียนทะลุเข้าไปภายในห้องเรียน

โรงเรียนบ้านปากดุก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เสียชีวิต 1 รายผู้สื่อข่าวรายงานว่า (21 พ.ค.)

เมื่อเวลา 07.15 น. ขณะที่ ร.ต.อ.พนมพร ส้มแก้ว ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวน ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ

รถยนต์พุ่งชนบ้านชาวบ้านและเสียหลักพุ่งชนกำแพงโรงเรียนและทะลุเข้าไปในห้องเรียนของนักเรียน

โรงเรียนบ้านปากดุก ต.ปากดุก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ทำให้ผู้ปกครองที่มาส่งเด็กนักเรียน ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน สีบรอนซ์ทอง พุ่งชนกำแพงโรงเรียนทะลุเข้าไปในห้องเรียนของนักเรียน

ได้รับความเสียหาย ซึ่งเคราะห์ดีที่ในเวลานั้นยังไม่มีเด็กนักเรียนอยู่ภายในห้องเรียน โดยมี นายกันตพงศ์ อายุ 22 ปี

เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย นอกจากนี้ ยังมีหญิงไม่ทราบชื่อได้รับบาดเจ็บที่ขาข้างซ้ายนอกจากนี้ ยังมีนางอุดร อายุ 72 ปี

ซึ่งถูกรถพุ่งชน ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกปั๊มหัวใจก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลหล่มสัก ซึ่งต่อมาทนพิษบาดแผลไม่ไหว

จึงเสียชีวิตในเวลาต่อมาจากการสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุรถยนต์กระบะคันดังกล่าว

ได้ขับชนบ้านของชาวบ้านและเสียหลักมาชนเข้ากับ นางอุดร อายุ 72 ปี ผู้ตาย ที่มาส่งหลานและกำลังนั่งคุยเล่น

อยู่ตรงจุดเกิดเหตุ อัดเข้ากับกำแพงโรงเรียน และชนกับผนังห้องจนทะลุเข้าไปในห้องเรียนดังกล่าว ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ข่มขืนสาว นอร์เวย์ ชายต้องสงสัย ทำ เป็นพลเมืองดี

ข่มขืนสาว

ข่มขืนสาว นอร์เวย์ ชายต้องสงสัย ทำ เป็นพลเมืองดี

ตำรวจเช็กภาพวงจรปิดดูภาพช่วงก่อนเหตุ คนร้ายข่มขืนนักท่องเที่ยวสาวนอร์เวย์

เกาะพะงัน พบทำที่เป็นพลเมืองดี อาสาช่วยหากระเป๋าที่หล่นไปให้(13 พ.ค.) ความคืบหน้า

กรณีชายคนร้ายก่อเหตุ ข่มขืน กระทำชำเรานักท่องเที่ยวสาวชาวนอร์เวย์ อายุ 26 ปี

บนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อคืนวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากทำทีเป็นดีอาสาพา

ไปหากระเป๋าที่หล่นหายระหว่างทาง แต่ปรากฏว่าออกนอกเส้นทางและก่อเหตุในที่สุด

ข่มขืนสาว นอร์เวย์ ชายต้องสงสัย ทำ เป็นพลเมืองดี

ตามข่าวที่รายงานไปแล้วนั้นล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะพะงัน ได้เร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว

พร้อมกับตรวบสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่เกิดเหตุ โดยพบเห็นชายต้องสงสัยใส่เสื้อคอกลม

กางเกงขาสั้น และใส่หมวกแก๊ป จอดรถจักรยานยนต์ข้างทาง เพื่อพูดคุยกับนักท่องเที่ยวสาวและเพื่อนชาย

ที่กำลังตามหากระเป๋าที่หล่นหายไป เป็นมุมกล้องเดียวที่สามารถบันทึกภาพได้ในช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุ

ขณะเดียวกันก็มีกระแสข่าวว่า ทางพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นต่อศาล

เพื่อขอหมายจับ ทางศาลจังหวัดเกาะสมุย ได้อนุมัติหมายจับที่ จ.37/2562 ลงวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 จับกุม

นายเรวัต อายุ 33 ปี ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย

โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในสภาวะไม่สามารถขัดขืนได้

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com