เจอศพชายหนุ่มนิรนาม คาดเป็นพวกแก๊งโอรส ลอยอืดติดท่าน้ำวัดหนัง ฝั่งธนฯ

แก๊งโอรส

สัปเหร่อวัดหนังราชวรวิหาร เล่านาทีเจอศพชายนิรนาม ตามร่างกายมีรอยสักทั้งยังหมึกสีแล้วก็หมึกดำเกือบจะหมดทั้งตัว คาดเป็นพวก แก๊งโอรส ลอยอืดมาติดท่าจอดเรือของทางวัด

ผู้รายงานข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์63 พันตำรวจโทบุญญฤทธิ์ ติดตารัมย์ สว.(สอบปากคำ) สถานีตำรวจบางขุนเทียน รับแจ้งเจอศพผู้ตายลอยน้ำมาติดที่ท่าจอดเรือวัดหนังราชวรวิหาร ถนนวุฒากาศ ซอย 42 ตำบลบางค้อ เขตจอมทองคำ กรุงเทพมหานคร ก็เลยรุดไปพิจารณาพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ ข้างสอบปากคำ หมอนิติเวช โรงพยาบาลศิริราช และก็หน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู

จากการตรวจสอบรอบๆท่าจอดเรือริมคลองด่าน ซึ่งอยู่ข้างหน้าวัด เจอศพชายไทยไม่เคยรู้ชื่อ อายุโดยประมาณ 20-30 ปี รูปร่างสันทัด สูงราวๆ 165-170 ซม. ใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีแดงปกคลุมทับด้วยเสื้อคลุมแขนยาวสีส้ม ซึ่งเป็นของบริษัท ลาล่ามูฟ ประกอบกิจการขนส่งผลิตภัณฑ์ผ่านแอปพลิเคชัน นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน ที่เท้าทั้งสองข้างสวมถุงเท้าสีน้ำเงิน ลอยอืดมาในคลองส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง หมอคาดคะเนเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 48 ชั่วโมง

แล้วเมื่อข้าราชการนำศพขึ้นมาตรวจสอบบนริมฝั่ง พบว่าตามร่างกายมีรอยสักทั้งยังน้ำหมึกสีและก็น้ำหมึกดำเกือบจะตลอดตัว รอบๆอกสักตัวเขียนชื่อ สมพร ชนะลูก นอกเหนือจากนั้นยังสักคำว่า โป้ง OROS รวมทั้ง ดุ๊กดิ๊ก ไฝ” ปรากฏให้มองเห็นแจ้งชัด อย่างไรก็แล้วแต่จากการค้นตามกระเป๋าเสื้อและก็กางเกงเจอพาวเวอร์ธนาคารสำหรับชาร์จโทรศัพท์ 1 ตัว แล้วก็กุญแจรถมอเตอร์ไซค์แบรนด์ฮอนด้า เพียงแต่ 1 ดอกแค่นั้น ส่วนหลักฐานสำคัญ เช่น กระเป๋าใส่สตางค์ เอกสารประจำตัว แล้วก็โทรศัพท์เคลื่อนที่คนเสียชีวิตหายไปไม่เจออะไร

จากการสืบสวน นายตรีทิพย์ เมฆบริสุทธิ์ อายุ 53 ปี สัปเหร่อวัดหนังราชวรวิหาร ผู้เจอศพคนแรกให้การว่า กำลังทำธุระอยู่ที่วัด จู่ๆมีราษฎรวิ่งมาบอกมองเห็นศพคนเสียชีวิตลอยอืดมาในคลองด่านและก็กำลังจะลอยผ่านวัดไป ตนก็เลยนำไม้มาเขี่ยร่างคนตายเข้าชายตลิ่ง และก็ใช้เชือกผูกไว้ ก่อนที่จะโทรศัพท์แจ้งข้าราชการมาตรวจสอบ

แต่ เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบรายชื่อ สมพร ชนะบุตร สะกดรอยสักที่ปรากฏบนอกคนเสียชีวิตแล้วในพื้นฐานพบว่า มีตัวตนจริงเป็นหญิงวัย 61 ปี อาศัยอยู่บริเวณพระปิ่นเกล้า อรุณอมรินทร์ แต่ว่า นางสมพร นั้นมีลูกชายเพียงผู้เดียวซึ่งกำเนิดในปี พุทธศักราช2524 และก็เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ปี พุทธศักราช2543 ซึ่งเจ้าหน้าที่สอบสวนจะติดต่อนางสมพร เพื่อขอสอบสวนถัดไปว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิตในฐานะใด และก็คนตายเป็นคนไหนกัน เป็นพวกกลุ่มลูกชายใช่หรือไม่ ซึ่งตอนนี้ได้มอบศพให้นิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช นำไปผ่าพิสูจน์หาปัจจัยการตายก่อนรอคอยเครือญาติมาติดต่อขอรับไปบำเพ็ญบุญ.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *