ทำแผน คุมตัวโจรจี้ร้านทอง เผยสร้อยทองหายไป 11 บาท

ทำแผน

ทำแผน คุมตัวโจรจี้ร้านทอง เผยสร้อยทองหายไป 11 บาท

ทำแผน คุมตัวโจรจี้ร้านทอง

ทำแผน

ตำรวจสุพรรณบุรีคุมตัวผู้ต้องหาทำแผนในคดีจี้ร้านทองในห้างดังกลางเมืองสุพรรณบุรี

เผยยึดทองของกลางได้เพียง 72 บาท จากทั้งหมด 83 บาท หายไป 11 บาท คาดตกหายไประหว่างขี่

จยย.หนี บาคาร่า

ความคืบหน้ากรณีตำรวจสุพรรณบุรีจับคนร้ายควงปืนบุกเดี่ยวจี้ร้านทองภายในห้างดัง จ.สุพรรณบุรี ได้ทองคำไป 83 บาทก่อนหลบหนี

แต่สุดท้ายตำรวจจับตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางได้ทั้งหมด โดยสามารถปิดคดีได้ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชม. โดยนำของกลางทั้งหมด

ประกอบด้วยสร้อยคอทองคำรูปพรรณขนาดต่างๆ จำนวน 37 เส้น นำหนักรวม 72 บาท ปืนพกสั้นที่ใช้ก่อเหตุ หมวกกันน็อก เสี้อผ้า

บางส่วนที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ นำมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน

ทำแผน
ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภ.7 พร้อมทีมงานชุดสืบสวน ได้นำผู้ต้องที่ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ที่ห้างทองเยาวราชเอ็มโกลด์ ที่เกิดเหตุ ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอกภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกือบ 100 นาย โดยจุดที่ 1

ที่บริเวณหน้าร้านทองซึ่งคนร้านใช้ก้อนหินปาตู้ทองจนแตก จุดที่ 2 ที่บริเวณหน้าตู้ทองที่คนร้ายกระโดดเข้าไปกวาดทองจำนวน 83 บาท

และจุดที่ 3 ที่บริเวณลานจอดรถหน้าห้างที่คนร้านจอดรถและขับรถหลบหนีไป โดยมีบรรดาประชาชนให้ความสนใจมามุงดูเป็นจำนวนมาก

ใช้เวลาทำแผนประกอบคำรับสารภาพประมาณ 1 ชม. จึงนำตัวผู้ต้องหาไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี

พล.ต.ต.กฤษณะ กล่าวว่า ต้องชมเชยการบูรณาการร่วมของตำรวจชุดสืบสวนของ กก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี ที่ได้ร่วมกับชุดทำงานของ

สภ.เมืองสุพรรณบุรี ประสานข้อมูลจนเป็นที่มาของการจับกุมได้ในครั้งนี้ ซึ่งถือว่าใช้เวลาในการทำงานไม่ถึง 24 ชม. จากการสอบปากคำ

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เหตุจูงใจที่มาก่อเหตุในครั้งนี้เนื่องจากว่าอยากจะนำเงินไปใช้หนี้ให้แม่ที่เป็นหนี้ธนาคาร ธ.ก.ส.อยู่ 1 แสนบาท

และต้องการนำเงินไปซื้อรถบิ๊กไบค์ขับ โดยเมื่อทำการชิงทองไปจากร้านแล้วก็ได้ขับรถหลบหนีไปกบดานที่บ้านที่ ต.บางช้าง อ.สองพี่น้อง

และนำทองทั้งหมดใส่ถุงพลาสติกไปฝังซ่อนไว้ที่ข้างบ้าน โดยนำสร้อยคอทองหนัก 5 บาท 1 เส้น หนัก 2 บาท 1 เส้น และปืนที่

ใช้ก่อเหตุเก็บติดตัวไว้ ส่วนเสื้อคลุมที่สวมใส่ได้ไปเผาทิ้งเพื่อทำลายหลักฐาน จากนั้นเมื่อช่วงเย็นวันก่อเหตุ (25 ก.ย.) ก็ได้ขับรถคัน

ก่อเหตุออกไปซื้อเบียร์ที่ร้านค้าใกล้บ้าน

ทำแผน

รอง ผบช.ภ.7 กล่าวต่อว่า จากนั้นคนร้ายได้แวะที่บ่อกุ้งของเพื่อนคนหนึ่ง (ขอสงวนชื่อ นามสกุล) และได้มีการนั่งดื่มเบียร์กัน ก่อนที่ผู้ต้องหา

จะนำสร้อยทองและปืนที่ติดตัวมาด้วยไปเสนอขายให้เพื่อน แต่ไม่มีใครมีเงินซื้อ จึงนั่งดื่มและนั่งคุยกัน ในขณะที่นั่งคุยกันนั้น เพื่อนได้เห็น

มีการแชร์ข่าวในโซเชียลเรื่องการปล้นทองที่ภายในห้างดังกลางเมืองสุพรรณบุรี จึงได้สังเกตเห็นว่ารถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ ปืนพก

รองเท้าแตะที่คนร้ายใส่ ตรงกับของนายทรงพล รวมถึงทองรูปพรรณก็ยังมีป้ายแดงห้อยอยู่ จึงได้มีการแอบถ่ายภาพไว้ โดยได้นั่งดื่มกัน

อยู่ประมาณ 1 ชม. ผู้ต้องหาก็ได้ขอตัวกลับบ้าน จากนั้นพยานปากเอกก็ได้ส่งรูปที่แอบถ่ายส่งให้กับตำรวจ ก่อนที่จะมีการประสานกันและ

นำมาสู่การจับกุมดังกล่าว

ทำแผน

“ส่วนจำนวนทองรูปพรรณที่ยึดได้ทั้งหมดจำนวน 37 เส้น น้ำหนักรวม 72 บาทนั้น ยอดไม่ตรงกับการที่มีการออกข่าวไปคือ รวมน้ำหนัก 83 บาท

คือหายไปจำนวน 11 บาท เป็นสร้อยคอหนัก 5 บาท 2 เส้น หนัก 1 บาท 1 เส้น จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ทองทั้งหมด

มีอยู่เท่าที่ตำรวจยึดมาได้เท่านั้น ยังไม่ได้มีการขายออกไปไหนเลย สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ในขณะที่คนร้ายรวบทองภายในร้านได้ ก็หิ้วติดมือ

ไปแบบนั้น และนำทองทั้งหมดโยนใส่ตะกร้าหน้ารถจักรยานยนต์ไว้ และขับรถหลบหนีไป อาจจะมีการหล่นหายไปบางส่วน ระหว่างทาง

ที่คนร้านขับรถหลบหนี หากทางพลเมืองดีท่านใดที่เก็บทองรูปพรรณได้ ขอให้ติดต่อนำไปส่งคืนที่ สภ.อ.เมืองสุพรรณบุรี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่

ตำรวจได้แจ้งของกล่าวหาชิงทรัพย์และพกพาอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาติและไม่มีเหตุอันควร” พล.ต.ต.กฤษณะ กล่าว

ด้าน นางจิณธกาณจน์ นนท์บุญญาวัฒน์ อายุ 62 ปี เจ้าของร้านทองเยาวราชเอ็มโกลด์ ได้นำกระเช้าดอกไม้มามอบให้กับ พ.ต.อ.สมพร พุกหอม ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี เพื่อเป็นการขอบคุณ พร้อมกับกล่าวชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสุพรรณบุรีที่สามารถจับคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว และได้ของกลางเกือบทั้งหมดมาส่งคืนให้ พร้อมกับฝากเตือนกับบรรดาผู้ประกอบกิิจการร้านทองที่ตั้งอยู่ภายในห้างให้มีการระมัดระวังมากยิ่งขึ้น และให้มีการติดตั้งระบบนิรภัยอย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกนาที ในสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีในขณะนี้.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *