ผูกคอดับ เจ้าของโรงงานปลาร้า เมียช็อกตื่นเช้ามาเจอศพ

ผูกคอดับ

ผูกคอดับ เจ้าของโรงงานปลาร้า เมียช็อกตื่นเช้ามาเจอศพ

หนุ่มใหญ่เจ้าของโรงงานปลาร้า ผูกคอตาย กับต้นมะขามหลังบ้าน ภรรยาเผยก่อนตายที่บ้านเกิดไฟดับ

สามีเดินออกมาข้างนอก ไม่คิดว่าตอนเช้าจะเจอกลายเป็นศพผู้สื่อข่าวรายงานว่า (23 พ.ค.) เมื่อเวลา 06.00 น.

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งว่าพบคนผูกคอเสียชีวิตที่บริเวณด้านหลังโรงงานปลาร้าแห่งหนึ่ง

ตั้งอยู่หมู่ 5 บ้านดงสว่าง ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ที่เกิดเหตุบริเวณด้านหลังโรงงานปลาร้าพบร่างผู้เสียชีวิตนอน

อยู่ข้างต้นมะขาม สวมเสื้อกล้ามสีดำ กางเกงขาสั้น ทราบชื่อคือ นายนพดล อายุ 46 ปี จากการตรวจสอบที่บริเวณลำคอมีรอยรัด

ส่วนที่ต้นมะขามพบผ้าขาวม้าผูกที่กิ่งสูงจากพื้นประมาณ 2.5 เมตร และเก้าอี้พลาสติกอยู่ข้างต้นมะขาม จากการตรวจสอบ

ไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้ายคาดว่าจะเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมงจากการสอบถาม ภรรยาผู้ตาย ทราบว่า

ผูกคอดับ เจ้าของโรงงานปลาร้า เมียช็อกตื่นเช้ามาเจอศพ

เมื่อคืนผู้ตายได้นอนในห้องตามปกติ จนประมาณ 03.00 น. ไฟฟ้าที่บ้านเกิดดับ นายนพดลเลยเดินไปเปิดประตูเพื่อระบายอากาศ

แล้วเดินออกมาด้านนอก ภรรยาก็ไม่ได้เอะใจอะไรจนมาถึงช่วงเช้าจึงมาพบว่าสามีได้ผูกคอตายที่ต้นมะขามหลังบ้าน

ตนจึงรีบแจ้งเพื่อนบ้านให้มาช่วยนำร่างลงมาเพราะคิดว่าสามียังไม่เสียชีวิต แต่ก็พบว่าสามีได้เสียชีวิตลงแล้วจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่

เข้ามาตรวจสอบดังกล่าวส่วนสาเหตุคาดว่าจะเกิดจากความเครียดเพราะก่อนหน้านี้สามีจะมีอาการเครียดหลายเรื่อง

ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของธุรกิจการทำโรงงานปลาร้า ทำให้ต้องไปหาหมอและนำยาคลายเครียดมาทานเป็นประจำ

ซึ่งไม่คิดว่าสามีจะมาด่วนผูกคอตายไปแบบนี้ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะทำการพิมพ์ลายนิ้วมือ เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุพร้อม

นำร่างให้กับทางญาติประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

สุดยื้อชีวิต คุณยายถูกชน ดับ 1 เจ็บ 2 กระบะเสียหลักพุ่งเข้าโรงเรียน

สุดยื้อชีวิต

สุดยื้อชีวิต คุณยายถูกชน ดับ 1 เจ็บ 2 กระบะเสียหลักพุ่งเข้าโรงเรียน

อุบัติเหตุรถยนต์กระบะพุ่งชนบ้านชาวบ้านและ เสียหลัก พุ่งชนกำแพงโรงเรียนทะลุเข้าไปภายในห้องเรียน

โรงเรียนบ้านปากดุก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เสียชีวิต 1 รายผู้สื่อข่าวรายงานว่า (21 พ.ค.)

เมื่อเวลา 07.15 น. ขณะที่ ร.ต.อ.พนมพร ส้มแก้ว ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวน ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ

รถยนต์พุ่งชนบ้านชาวบ้านและเสียหลักพุ่งชนกำแพงโรงเรียนและทะลุเข้าไปในห้องเรียนของนักเรียน

โรงเรียนบ้านปากดุก ต.ปากดุก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ทำให้ผู้ปกครองที่มาส่งเด็กนักเรียน ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน สีบรอนซ์ทอง พุ่งชนกำแพงโรงเรียนทะลุเข้าไปในห้องเรียนของนักเรียน

ได้รับความเสียหาย ซึ่งเคราะห์ดีที่ในเวลานั้นยังไม่มีเด็กนักเรียนอยู่ภายในห้องเรียน โดยมี นายกันตพงศ์ อายุ 22 ปี

เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย นอกจากนี้ ยังมีหญิงไม่ทราบชื่อได้รับบาดเจ็บที่ขาข้างซ้ายนอกจากนี้ ยังมีนางอุดร อายุ 72 ปี

ซึ่งถูกรถพุ่งชน ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกปั๊มหัวใจก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลหล่มสัก ซึ่งต่อมาทนพิษบาดแผลไม่ไหว

จึงเสียชีวิตในเวลาต่อมาจากการสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุรถยนต์กระบะคันดังกล่าว

ได้ขับชนบ้านของชาวบ้านและเสียหลักมาชนเข้ากับ นางอุดร อายุ 72 ปี ผู้ตาย ที่มาส่งหลานและกำลังนั่งคุยเล่น

อยู่ตรงจุดเกิดเหตุ อัดเข้ากับกำแพงโรงเรียน และชนกับผนังห้องจนทะลุเข้าไปในห้องเรียนดังกล่าว ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ข่มขืนสาว นอร์เวย์ ชายต้องสงสัย ทำ เป็นพลเมืองดี

ข่มขืนสาว

ข่มขืนสาว นอร์เวย์ ชายต้องสงสัย ทำ เป็นพลเมืองดี

ตำรวจเช็กภาพวงจรปิดดูภาพช่วงก่อนเหตุ คนร้ายข่มขืนนักท่องเที่ยวสาวนอร์เวย์

เกาะพะงัน พบทำที่เป็นพลเมืองดี อาสาช่วยหากระเป๋าที่หล่นไปให้(13 พ.ค.) ความคืบหน้า

กรณีชายคนร้ายก่อเหตุ ข่มขืน กระทำชำเรานักท่องเที่ยวสาวชาวนอร์เวย์ อายุ 26 ปี

บนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อคืนวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากทำทีเป็นดีอาสาพา

ไปหากระเป๋าที่หล่นหายระหว่างทาง แต่ปรากฏว่าออกนอกเส้นทางและก่อเหตุในที่สุด

ข่มขืนสาว นอร์เวย์ ชายต้องสงสัย ทำ เป็นพลเมืองดี

ตามข่าวที่รายงานไปแล้วนั้นล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะพะงัน ได้เร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว

พร้อมกับตรวบสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่เกิดเหตุ โดยพบเห็นชายต้องสงสัยใส่เสื้อคอกลม

กางเกงขาสั้น และใส่หมวกแก๊ป จอดรถจักรยานยนต์ข้างทาง เพื่อพูดคุยกับนักท่องเที่ยวสาวและเพื่อนชาย

ที่กำลังตามหากระเป๋าที่หล่นหายไป เป็นมุมกล้องเดียวที่สามารถบันทึกภาพได้ในช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุ

ขณะเดียวกันก็มีกระแสข่าวว่า ทางพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นต่อศาล

เพื่อขอหมายจับ ทางศาลจังหวัดเกาะสมุย ได้อนุมัติหมายจับที่ จ.37/2562 ลงวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 จับกุม

นายเรวัต อายุ 33 ปี ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย

โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในสภาวะไม่สามารถขัดขืนได้

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

หนุ่มใหญ่ นอนตายหน้าเคาน์เตอร์ ถูกยิง3นัด พนักงานช็อก

หนุ่มใหญ่

หนุ่มใหญ่ นอนตายหน้าเคาน์เตอร์ ถูกยิง3นัด พนักงานช็อก

(19 พ.ค.62) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนพร้อมตำรวจสภเมืองสระบุรี ตำรวจวิทยาการ

(กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดสระบุรี) เข้าตรวจสอบเหตุ ยิงกันตาย ภายในร้านสะดวกซื้อ ริมถนนเทศบาล 4 หน้าโรงพยาบาลสระบุรี

ต.ปากเพรียว อ.เมืองจ.สระบุรี ในที่เกิดเหตุ พบศพนายปรีชา อายุ 59 ปี นอนหงายเสียชีวิต ตามร่างกายพบบาดแผล จากคมกระสุนขนาด 9มม.

จำนวน 3 นัด บริเวณราวนมด้านขวา 2 นัดและบริเวณหน้าอก 1 นัด นอนจมกองเลือดอยู่บริเวณหน้าเคาน์เตอร์ ภายในร้านสะดวกซื้อดังกล่าว

จากการตรวจสอบ ในจุดเกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. 3 ปลอก ในมือขวาของผู้ตาย กำกุญแจจักรยานยนต์ซึ่งเป็นของผู้ตาย

จอดอยู่ริมถนนหน้าร้านจากการสอบสวนพ่อค้าขายกาแฟ บริเวณดังกล่าว และพนักงานร้านสะดวกซื้อ นางสาวรัชนีกร อายุ 23 ปี

หนุ่มใหญ่ นอนตายหน้าเคาน์เตอร์ ถูกยิง3นัด พนักงานช็อก

ทราบว่า คนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 60 ปี เศษใส่เสื้อคลุมสีดำ ผิวคล้ำ ลักษณะเข็นรถเข็นขายของริมทางมาจอด บริเวณฝั่งตรงข้าม

ร้านสะดวกซื้อ จากนั้นเดินเข้าไปพูดคุยกับผู้ตายภายในร้าน ด้วยภาษาอิสลามกับผู้ตาย จากนั้นผู้ตายพูดภาษาไทยเพียงว่า

ถ้ามึงมีก็ควักมาเลย คนร้ายจึงชักอาวุธปืนยิงใส่ผู้ตายจำนวน 3 นัด จากนั้นเดินออกจากร้านสะดวกซื้ออย่างใจเย็นAdvertisementReplay Ad

พ.ต.อ. ธนินท์รัฐ วิชทิพยนานนท์ ผู้กำกับสภ.เมืองสระบุรี เผยว่า ทราบตัวคนร้ายรายนี้แล้ว เนื่องจากกล้องวงจรปิด

ที่ติดตั้งภายในร้านดังกล่าวสามารถจับภาพคนร้ายได้อย่างชัดเจน เบื้องต้นผู้ก่อเหตุ น่าจะรู้จักกับผู้ตาย ส่วนสาเหตุ

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้น้ำหนักไปทาง เรื่องความขัดแย้งส่วนตัวแต่ยังไม่ทิ้งประเด็น เรื่อง การพนัน เนื่องจากผู้ตาย เป็นเซียนพนัน

อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี พร้อมทั้งจัดกำลังไล่ล่าคนร้าย

ซึ่งคาดว่า ยังกบดานอยู่ตามบ้านญาติในจังหวัดสระบุรี

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

2เด็กโหด คว้ามีดรุมทำร้ายครูผู้คุมครอง

2เด็กโหด

2เด็กโหด คว้ามีดรุมทำร้ายครูผู้คุมครอง

เหตุระทึกกลางสถานคุ้มครองเด็กฯ ระยอง 2 เด็กกำพร้าคว้ามีดรุมทำร้ายครูผู้คุม บาดเจ็บปางแผล-แผลเหวอะ เด็กคนอื่นๆ รีบเข้าไปช่วยครู

ตำรวจยังสอบสวน-ไม่ทราบแรงจูงใจ(17 พ.ค.) พ.ต.ท.พันธศิริ พันธศรี รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ห้วยโป่ง จ.ระยอง ได้รับแจ้งว่า เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา

มีเหตุเด็กในความดูแลของบ้านพักสถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กระยอง ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.ระยอง ได้ทำร้ายร่างกายครูผู้คุมในเรือนนอน โดยใช้อาวุธมีดอีโต้และมีดพร้า

ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนนำตัวครูคนดังกล่าวส่งโรงพยาบาลจุฬารัตน์พ.ต.ท พันธศิริ ได้เปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน

ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพร่วมกันทำการสอบสวนอยู่ ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลใดๆ ได้มากนัก เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังเป็น

เยาวชน อายุ 13 ปี ทั้งสองคนเพิ่งย้ายมาจากบ้านพักเด็กแห่งหนึ่งทางภาคใต้ ได้เพียง 3 วัน โดยใช้อาวุธมีดอีโต้และมีดพร้าทำร้ายครูได้รับบาดเจ็บสาหัส

2เด็กโหด คว้ามีดรุมทำร้ายครูผู้คุมครอง

ขณะนี้ผู้บาดเจ็บรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล และยังอยู่ในความดูแลของแพทย์ทีมข่าวลงพื้นที่สถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กระยอง ที่เกิดเหตุเพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แต่เจ้าหน้าที่ของบ้านพักไม่สามารถให้ข้อมูลใดๆ ได้ ต้องรอให้ นายเจริญ อยู่คุ้มญาติ ตำแหน่งบ้านพักสถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กจังหวัดระยอง

เป็นผู้เปิดเผยในรายละเอียด ซึ่งขณะนี้รับแจ้งว่าติดประชุมอยู่ที่ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง ซึ่งเจ้าหน้าที่คนอื่นๆไม่สามารถให้ข้อมูลใดๆได้

ต่อมาทีมข่าวได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นที่เรือนนอนของคืนที่ 14 พฤษภาคม ต่อเนื่องกับวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ผู้บาดเจ็บทราบชื่อว่า ครูแป๊ะ กำลังพลัดเวรกับครูผู้คุมเรือนนอนอีกท่านหนึ่ง ในเวลาตี 2ส่วนเด็กผู้ก่อเหตุทั้งสองคนได้ใช้อาวุธมีดอีโต้และมีดพร้าเข้าทำร้ายครูแป๊ะแบบงไม่ทันตั้งตัว

โดยใช้มีดอีโต้ฟันที่ใบหน้าและที่ไหล่ซ้ายเป็นแผลฉกรรจ์ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับเด็กๆ ที่อยู่ภายในเรือนนอนประมาณ 15 คน ได้เห็นครูแป๊ะถูกทำร้าย

ต่างเข้ามาช่วยเหลือและรุมประชาทัณฑ์เด็กที่ก่อเหตุทั้งสอง ทำให้ได้รับบาดเจ็บใบหน้าบวมปูดและศีรษะแตกจากนั้นเจ้าหน้าที่บ้านพักฯ จึงนำตัวเด็กทั้งสองคนและครูแป๊ะส่งโรงพยาบาล

ก่อนนำตัวเด็กมาสอบสวน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ สหวิชาชีพที่ สภ.ห้วยโป่ง จ.ระยอง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลว่า

เด็กที่ก่อเหตุนั้นไม่มีครอบครัว เป็นเด็กจรจัดที่ถูกส่งมาจากสถานคุ้มครองเด็กในจังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ แล้วถูกส่งตัวมายังจังหวัดระยอง เพียงแค่ 3 วัน และมาก็เหตุสะเทือนขวัญ

เหมือนไม่ใช่เด็กอายุ 13 ปี ขณะนี้ยังไม่ทราบถึงเหตุแห่งแรงจูงใจในพฤติกรรมที่เกิดขึ้น ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ดับ3ศพ ปิกอัพประสานงาเก๋ง ซากพังยับคา ท่าเรือสัตหีบ

ดับ3ศพ

ดับ3ศพ ปิกอัพประสานงาเก๋ง ซากพังยับคา ท่าเรือสัตหีบ

รถชนสนั่น! ปิกอัพประสานงาเก๋งคาถนนสายท่าเรือสัตหีบ เสียชีวิตคาที่ 3 ศพ จ่าทหารเรือสิ้นชีพ ยังมึนไม่รู้เหตุเกิดขึ้นได้อย่างไร

(17 พ.ค.) เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา น.พ.ต.ต.ไพบูลย์ เลาหะนะวัฒน์ สารวัตรสอบสวน สภ.พลูตาหลวง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถปิกอัพพุ่งชนประสานงารถยนต์

เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตติดคารถ 3 ศพ เหตุเกิดบนถนนสายการท่าเรือสัตหีบ บริเวณเยื้องอ่างเก็บน้ำแก้มลิงบ้านขอด ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

จึงประสานขอรับการสนับสนุนอุปกรณ์ตัดถ่าง เทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ เข้าเคลียร์พื้นที่

ที่เกิดเหตุเป็นถนน 2 เลน ช่วงเส้นประกลางถนนพบรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์เงิน สภาพหน้ารถพังยับเยิน หันหัวมุ่งหน้าไปทางแยก

ดับ3ศพ ปิกอัพประสานงาเก๋ง ซากพังยับคา ท่าเรือสัตหีบ

กิโลเมตรที่ 10 ในรถที่เบาะนั่งคนขับพบศพ จ่าโทสุทธิพงษ์ อายุ 27 ปี สังกัดกรมอู่ทหารเรือ และชายไม่ทราบชื่อ อายุระหว่าง 20-25 ปี

แต่งกายคล้ายทหาร ทั้งคู่ร่างถูกคอนโซลหน้ารถบีบอัดติดคาอยู่กับเบาะนั่งใกล้กันพบรถปิกอัพโตโยต้า วีโก้ สีดำ สภาพพลิกตะแคงขวาหน้ารถพังยับเยิน

หันหัวรถมุ่งหน้าไปทางการท่าเรือสัตหีบ ที่เบาะนั่งคนขับพบศพ นายเฉลิมพล อายุ 59 ปี เจ้าของพลคานเรือเล็กโฮมสเตย์ แสมสาร

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างงัดนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากตัวรถ ก่อนนำส่งชันสูตรยัง โรงพยาบาลสัตหีบกิโลเมตรที่ 10

ทางด้าน พ.ต.ต.ไพบูลย์ กล่าวว่า จากการลงตรวจสอบที่เกิดเหตุ ขณะนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า รถทั้งสองคันมุ่งหน้ามาจากทางไหน

เนื่องจากไม่พบเห็นพยานเห็นเหตุการณ์ ได้ยินเพียงเสียงชนที่ดังสนั่นหวั่นไหว ซึ่งคาดว่ารถทั้งสองคันได้วิ่งสวนทางกันมาด้วยความเร็วสูง ก่อนพุ่งชนประสานงาและเสียชีวิตทั้งหมด

อย่างไรก็ตามได้เตรียมหาหลักฐานจากกล้องวงจรปิด เพื่อมาประกอบกับหลักฐานในที่เกิดเหตุ หาข้อสรุปถึงการชนที่สุดสลดครั้งนี้

ขอบคุนแหล่งที่มา www.sanook.com

แทงเจ้าหนี้ดับ ตามจับผัว-เมีย เพราะถูกทวงเงิน 300 บาท

แทงเจ้าหนี้ดับ

แทงเจ้าหนี้ดับ ตามจับผัว-เมีย เพราะถูกทวงเงิน 300 บาท

กองปราบรวบ 2 ผัวเมียหนีคดี 8 ปี ก่อนจนมุม หลัง ร่วมกันแทงหนุ่มดับคา หอพักเพราะถูกทวงหนี้ 300 บาท

ตำรวจกองปราบปราม จับกุมตัว นายปิยะพงษ์ อายุ 35 ปี และ น.ส.พีระพรรณ์ อายุ 40 ปี 2 สามีภรรยา ซึ่งเป็นผู้ต้องหา

ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ.774/2554 ลง 19 พ.ย.2554 ข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” โดยจับกุมได้ที่คลีนิคแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

จากกรณีที่ เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2554 เวลาประมาณ 19.00 น. นายปิยะพงษ์ และ น.ส.พีระพรรณ์ ได้ร่วมกันใช้อาวุธมีดแทงนายนพดล

เสียชีวิต เนื่องจากผู้เสียชีวิตได้มาทวงเงินจาก น.ส.พีระพรรณ์ ที่ยืมไปจำนวน 300 บาท จนมีปากเสียงกันทำให้ผู้ต้องหาทั้งสองร่วมกัน

ก่อเหตุดังกล่าวที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี แล้วหลบหนีการจับกุมมาได้ถึง 8 ปี ก่อนที่จะถูกตำรวจกองปราบรวบตัวเอาไว้ได้

ทั้งนี้ จากการสอบสวน นายปิยะพงษ์ ให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่าเป็นผู้ก่อเหตุแต่เพียงผู้เดียว ส่วน น.ส.พีระพรรณ์ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

หนุ่มแทงผัวเพื่อน ร่วมงาน ดับ กลางห้าง บอกจำเป็นต้องป้องกันตัว

หนุ่มแทงผัวเพื่อน

หนุ่มแทงผัวเพื่อน ร่วมงาน ดับ กลางห้าง บอกจำเป็นต้องป้องกันตัว

จากกรณี นายธาดา อายุ 37 ปี ก่อเหตุ ใช้มีดแทง นายสุรินทร์ อายุ 38 ปี เสียชีวิตกลางห้างสรรพสินค้า สาขาท่ายาง จ.เพชรบุรี เหตุเกิดวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ผัวหึงพลุ่งพล่านบุกเผด็จศึก พลาดท่าศัตรูหัวใจจ้วงแทงตายกลางห้างดังความคืบหน้าล่าสุดนายธาดา พร้อมพ่อ เดินทางเข้ามอบตัว

กับพนักงานสอบสวน สภ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุใช้มีดแทง นายสุรินทร์จนถึงแก่ความตายจริงนายธาดา เปิดเผยว่าก่อนหน้านี้ นายสุรินทร์เข้าใจผิดคิดว่าตนเป็นกิ๊กกับภรรยา

โดยขอยืนยันว่าเป็นเพียงเพื่อนร่วมงานที่สนิทกันเท่านั้น แต่หลังจากที่ น.ส.วรารัตน์ ภรรยาตน เห็นรูปภาพที่ถ่ายคู่กับภรรยานายสุรินทร์ ในโทรศัพท์จนเกิดการหึงหวง

และนำภาพถ่ายดังกล่าวส่งต่อไปให้ นายสุรินทร์ดู ยิ่งทำให้นายสุรินทร์ เข้าใจผิดมากขึ้นตลอดระยะที่ผ่านมาตนถูกนายสุรินทร์ โทรศัพท์มาข่มขู่ว่าจะฆ่าให้ตาย จนเกิดความกลัวทำให้ต้องเฝ้าระวังตัวอยู่ตลอดเวลา

กระทั่งวันเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังทำงานอยู่ นายสุรินทร์ได้โทรศัพท์มาหาและข่มขู่ว่าจะมาหาที่ห้าง ยิ่งทำให้เกิดความหวาดระแวงมากขึ้นจึงคว้ามีดปลายแหลมที่วางขายอยู่ภายในห้างพกติดตัวไว้

ต่อมานายสุรินทร์เดินทางมาถึง ก็ถือไขควงเดินปรี่เข้ามาหาตน ทำให้จำเป็นต้องชักมีดออกมาจ้วงแทงเพื่อป้องกันตัว จากนั้นเหตุการณ์ชุลมุนจนล้มลงกับพื้นทั้งคู่ตนได้ปัดมือ

นายสุรินทร์จนไขควงกระเด็นหลุดออกจากมือ และกระหน่ำแทงร่างนายสุรินทร์จำนวนหลายครั้ง แต่ไม่คิดว่านายสุรินทร์จะเสียชีวิตขณะนั้นตกใจมาก จึงรีบหนีวิ่งออกมาจากห้างแล้วขี่รถมาหลบซ่อนตัวอยู่ในป่า

ละเมาะหลังบ้าน ส่วนมีดของกลางทำตกหล่นระหว่างหลบหนี กระทั่งรุ่งเช้าได้ให้พ่อประสานไปยังกำนันตำบลท่ายาง เพื่อขอมอบตัวต่อสู้คดี เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

เสี่ยเบนซ์ชนฟอร์ด คดีซิ่งรถศาลไม่ให้ประกันตัว

เสี่ยเบนซ์ชนฟอร์ด

เสี่ยเบนซ์ชนฟอร์ด คดีซิ่งรถศาลไม่ให้ประกันตัว

ศาลฎีกาเคาะไม่อนุญาตให้ประกันตัว “เสี่ยเบนซ์ชนฟอร์ด” จากคดีดังซิ่งรถชน 2 นิสิต ป.โท เมื่อปี 2559 แม้ยื่นหลักทรัพย์ถึง 4 แสนบาท เนื่องจากเกรงว่าจะหลบหนี

จากกรณีเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพิ่ม โทษให้จำคุก 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา นายเจนภพ อายุ 37 ปี จำเลยคดีเสพแอมเฟตามีนขับรถเป็น

เหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ที่ขับรถเบนซ์ รุ่น CLK สีดำ พุ่งชนท้าย รถยนตร์ฟอร์ด เฟียสต้า ทำให้ นายกฤษณะ อายุ 32 ปี และ น.ส.ธันฐภัทร์ นักศึกษาปริญญาโทโดนไฟคลอกเสียชีวิตทั้ง 2 คนนั้น ในที่เกิดเหตุบน

ถ.พหลโยธิน กม.53 หมู่ 8 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559 นั้น

ในวันเดียวกันนั้น (8 พ.ค.) เมื่ออ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 เสร็จสิ้นแล้ว น้องสาวของจำเลย ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายเจนภพ จำเลย ในระหว่างฎีกา โดยใช้หลักประกันเดิมเงินสด จำนวน 300,000

บาท พร้อมเพิ่มหลักประกันใหม่เป็นเงินสดอีกจำนวน 100,000 บาท รวมหลักประกันทั้งสิ้น 400,000 บาทซึ่งศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้คำร้องขอปล่อยชั่วคราวนั้นให้ศาล

ฎีกาเป็นผู้พิจารณาสั่ง

โดยวันนี้ (10 พ.ค.) ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับคำสั่งจากศาลฎีกาเรื่องพิจารณาขอปล่อยชั่วคราวดังกล่าวแล้ว ซึ่งได้แจ้งผลให้จำเลยทราบแล้วว่า ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ วยังไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ยื่นฎีกา

คดีเข้ามา ประกอบกับคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำคุกมีกำหนด 4 ปี เมื่อพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งคดีแล้ว หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยอาจจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวใน

ระหว่างฎีกา จึงให้ยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราวจำเลยระหว่างฎีกา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อศาลฎีกาสั่งยกคำร้อง ไม่ให้ประกันตัวจำเลยระหว่างรอฎีกาคดีนี้แล้ว นายเจนภพยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำไปจนกว่าจำเลยจะยื่นประกันใหม่แล้วศาลจะมีคำสั่งอนุญาต

สำหรับคดีนี้เดิม ศาลชั้นต้น ได้พิพากษาลงโทษจำคุก นายเจนภพ จำเลย เป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา แต่อัยการโจทก์ และญาติโจทก์ร่วมที่ 3-4 ได้อุทธรณ์คำพิพากษาขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพิ่ม

โทษจำคุกจำเลย ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาแล้วอุทธรณ์โจทก์ฟังขึ้น จึงพิพากษาแก้ให้เพิ่มโทษจำเลย ลงโทษฐานเสพแอมเฟตามีน ขับรถเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จำคุก 6 ปี แต่คำให้การเป็น

ประโยชน์อยู่บ้างจึงให้จำคุกจำเลย 4 ปี ไม่รอลงอาญา (คดีหมายเลขดำ อ.1528/2559 คดีหมายเลขแดง อ.2443/2560)

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ฐิติพันธ์ ทำประตูแรกบนเกาะสำเร็จเพราะความมุ่งมั่น

ฐิติพันธ์

ฐิติพันธ์ ทำประตูแรกบนเกาะสำเร็จเพราะความมุ่งมั่น

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ กองกลาง ทีมชาติไทย ที่ย้ายไปค้าแข้งกับ โออิตะ ทรินิต้า ทีมในเจลีก ประเดิมประตูแรกบนแผ่นดินญี่ปุ่นได้สำเร็จ

ดาวเตะวัย 25 ปี ทำได้ในเกมที่ต้นสังกัดเปิด โออิตะ แบงค์ โดม เฉือนเอาชนะ วิสเซล โกเบ 2-1 ในการแข่งขันฟุตบอล ลูวาน คัพ กลุ่มซี เมื่อวันพุธที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

โดยจังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นในนาทีที่ 76 เมื่อนักเตะเจ้าถิ่นพยายามบีบไล่กดดันต่อเนื่องจนบอลไปถึง ไดยะ มาเอคาว่า

ผู้รักษาประตู วิสเซล โกเบ ที่พยายามจะจ่ายเร็วให้เพื่อน แต่ถูก ฐิติพันธ์ ตัดบอลไปได้ก่อนยิงเข้าไปโล่งๆ ให้ทีมแซงนำ 2-1 ก่อนเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์นี้

จากประตูดังกล่าวส่งผลให้ โออิตะ ทรินิต้า เก็บสามแต้มได้สำเร็จ และพลิกสถานการณ์จากอันดับสุดท้ายของกลุ่มขยับมาอยู่อันดับ 2 และกลับมามีลุ้นเข้ารอบทันที

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

 …