พบศพฝรั่งถูกฆ่าตายมัดหินถ่วง ลอยอืดกลางทะเลเกาะล้าน ตำรวจพัทยารีบพิสูจน์

พบศพฝรั่งถูกฆ่าตาย

พบศพฝรั่งถูกฆ่าตาย อายุราวๆ 50-60 ปี ถูกมัดด้วยเชือกผูกกับหินถ่วงน้ำทะเล ก่อนศพลอยอืดหน้าชายหาดบ้านเกาะล้าน ตำรวจเมืองพัทยารีบสืบเสาะหาที่มา แล้วก็ส่งศพไปพิสูจน์หามูลเหตุการถึงแก่กรรม

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พันตำรวจโทอรรถรส ครองราช สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี รับแจ้งเจอศพคนตายลอยน้ำสมุทร รอบๆชายหาดหน้าบ้านเกาะล้าน หมู่ 7 ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หลังรับแจ้งก็เลยผสานตำรวจท่องเที่ยวพัทยา รวมทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา เดินทางไปตรวจทาน

จุดเกิดเหตุห่างออกมาจากฝั่งโดยประมาณ 400 เมตร เจอศพชายฝรั่ง ไม่เคยทราบชนชาติ อายุโดยประมาณ 50-60 ปี เสียชีวิตลอยน้ำในภาวะคว่ำหน้า ใส่เสื้อกล้ามสีกรมท่า สวมกางเกงยีนส์ขาสั้นสีน้ำเงิน มีเชือกมะนิลาสีน้ำตาลขนาดใหญ่ ยาวราวๆ 1 เมตร ผูกหินขนาดใหญ่

น้ำหนักราวๆ 8 กก. ใหญ่โดยประมาณ 30 ซม. ผูกติดอยู่กับคอ แต่ว่าที่ตามตัว ไม่พบว่ามีร่องรอยของการถูกรังแกอะไร คาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว 1-2 วัน

พื้นฐาน ยังไม่รู้ว่าคนตายเป็นคนไหนกัน ชนชาติใด มาจากไหน คงจะจำเป็นต้องวิเคราะห์ว่ามีพื้นที่ใด ได้แจ้งบุคคลหายไว้หรือเปล่า เช่นไรก็จะได้ส่งศพไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช เพื่อสรุปหาสาเหตุของการตายที่จริงจริงถัดไป.…

ผบก.ป.ส่งหน่วยหนุมาน ติดอาวุธหนักเบาครบมือ ลงพื้นที่โคราช

หน่วยหนุมาน

ผบก.ป.จัดกำลังเร่งด่วน หน่วยหนุมาน กองปราบ 2 กลุ่ม 20 นาย พร้อมอาวุธหนักเบาครบมือ ฝ่าสยบนายสิบคลุ้มคลั่ง

จากกรณีผู้ร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงคนบริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งเสียชีวิตหลายราย เหตุเกิดในพื้นที่รอบๆวัดป่าศรัทธารวม ใกล้ ร.ร.บุญวัฒนา และก็ รอบๆ ห้างเทอร์มินอล 21 จังหวัดนครราชสีมา ถัดมารู้ชื่อผู้ก่อเหตุ เป็น จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ขึ้นอยู่กับค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จังหวัดนครราชสีมา ดังที่เสนอข่าวสารไปแล้วนั้น

นักข่าวรายงานว่าล่าสุด พลตำรวจตรีจิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ได้เดินทางไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ที่กองบินตำรวจ (ท่าแร้ง) เพื่อเดินทางไปจุดเกิดเหตุทหารคลั่ง ยิงผู้ตายที่ จังหวัดนครราชสีมา พร้อมเผยออกมาว่า หลังรับรายงานเหตุ ได้สั่งให้ พันตำรวจเอกวิจักขณ์ ตารมย์ ผู้กำกับการสนับสนุน บก.ป. จัดกำลังเร่งด่วน นำนปพ. หนุมาน กองปราบ 2 กลุ่ม 20 นาย พร้อมอาวุธหนักค่อยครบมือ เดินทางลงพื้นที่เมือง จังหวัดนครราชสีมา

เพื่อร่วมจับผู้ร้ายซึ่งคาดว่าจะมีอาวุธปืนสั้นแล้วก็อาวุธการรบพร้อมลูกกระสุนไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างเร่งด่วนแล้ว.…

คุณลุงวัยเกษียณ คว้าปืนยิง 2 ชายหนุ่มดับคาวงเหล้า ตำรวจพุ่งเงื่อนขัดแย้งส่วนตัว

ลุงวัยเกษียณ

อดีตหัวหน้า สำนักงานที่ดิน ลุงวัยเกษียณ ควงปืนบุกยิง 2 ชายหนุ่มใหญ่กลางวงเหล้าดับติดอยู่หน้าบ้าน ก่อนมอบตัวพร้อมปืนมรณะ ยอมรับเป็นคนลงมือ แต่ว่ายังรูดซิปปากถึงต้นเหตุ ตำรวจคาดบางทีอาจเครียดสะสม เหตุ 1 ในผู้เสียชีวิตเคยมีเรื่องแตกแยกขัดแย้งกับ มือสังหาร มาก่อน

เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 6 กุมภาพันธ์63 ร้อยตำรวจเอกสุรินทร์ ช่วยแก้ว รอง สว. (สอบสวน) สภ.ทุ่งสง ได้รับแจ้งเหตุคนถูกยิงด้วยอาวุธปืน มีคนบาดเจ็บร้ายแรง เหตุเกิดด้านในหมู่บ้านถาวร หมู่ 8 ตำบลชะมาย อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็เลยและ พันตำรวจเอกสมพงศ์ ทิพย์อาภากุล ผู้กำกับการสภ.ทุ่งสง พันตำรวจโทธีระพล พุ่มชัย รอง สส. พันตำรวจโทพิษณุกร จาดเมือง รอง ผู้กำกับการป พันตำรวจโทเริงชัย ราชกิจจา รอง.ผู้กำกับการสอบปากคำ รวมทั้งตำรวจชุดสอบสวน เดินทางไปตรวจสอบ

จุดเกิดเหตุเป็นถนนด้านในหมู่บ้านถาวร ม.8 ตำบลชะมาย อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช รอบๆเกาะกลางถนน เจอเพียงแค่คราบรอยเลือดกองใหญ่ปริมาณ 2 กอง ที่โต๊ะม้าหินอ่อนเจอขวดเหล้า 1 แบน ขวดเบียร์ และก็แก้วเรี่ยราดเกลื่อนกลาด ส่วนคนที่ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย

หน่วยกู้ภัยไทยรวมใจปู่อินทร์ นำตัวส่งโรงพยาบาลทุ่งสงก่อนหน้าที่ผ่านมาแล้ว แต่ว่าโคม่าทนพิษรอยแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาถัดมา รู้ชื่อเป็น นายเหล่ากอเทวดา พฤกษอุฬาร อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 227/3 กลุ่ม 2 ตำบลชะมาย อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .357 ลูกกระสุนเจาะหัวขวาทะลุซ้าย ส่วนคนตายอีกคนรู้ชื่อ นายเอกพงษ์ สุวรรณผล อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 227/3 กลุ่ม 8 ตำบลชะมาย อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีรอยแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนประเภทเดียวกัน ลูกกระสุนปืนเจาะหัวซ้ายทะลุขวา

ส่วนผู้ก่อเรื่องเดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว รู้ชื่อ นายภักดี สิงหเสม อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 210/3 กลุ่ม 8 ตำบลชะมาย อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมหลักฐานอาวุธปืนขนาดที่ใช้ก่อเหตุ

จากการสืบสวนเบื้องต้นรู้ดีว่า นายภักดี คนก่อเหตุเป็นอดีตหัวหน้าสำนักงานที่ดินแห่งหนึ่ง หลังเกษียณเมื่อ 2 ปีให้หลัง ได้มาอาศัยที่พัก ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านของ 1 ในคนที่ถูกยิงเสียชีวิต ก่อนหน้าที่ผ่านมาบ้านทั้งคู่หลังมีเรื่องมีราวทะเลาะกันหลายครั้ง ถึงขนาดขึ้นสถานีตำรวจมาแล้ว

ก่อนเกิดเหตุคนตายอีกทั้ง 2 คน นั่งกินเหล้ากับสหายรวม 4 คน ไม่นาน นายภักดี เดินออกมาจากบ้านพร้อมอาวุธปืน ก่อนเดินปรี่เข้ามาวงสุราที่ผู้เสียชีวิตกับเพื่อนฝูงนั่งดื่มอยู่ แล้วชักปืนยิงใส่ลูกกระสุนถูก นายพงศ์เทพ และก็นายเอกพงษ์ พลัดตกเก้าอี้ เสียชีวิตดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ส่วนอีก 2 คนกระโจนหนีพ้นตายเฉียด

ดังนี้ ตำรวจ เผยออกมาว่า ชนวนเหตุผู้ต้องหายังไม่ให้การ แต่ว่ายอมรับสารภาพว่าเป็นคนยิงเสียชีวิต พื้นฐานคาดว่าอาจเกิดขึ้นจากความตึงเครียดสะสม ที่ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาคนก่อเหตุเคยมีเรื่องมีราวแตกกันวิวาทกับบ้านที่อยู่ชิดกัน ซึ่งเป็นบ้านของหนึ่งในผู้ตาย…

เจอศพชายหนุ่มนิรนาม คาดเป็นพวกแก๊งโอรส ลอยอืดติดท่าน้ำวัดหนัง ฝั่งธนฯ

แก๊งโอรส

สัปเหร่อวัดหนังราชวรวิหาร เล่านาทีเจอศพชายนิรนาม ตามร่างกายมีรอยสักทั้งยังหมึกสีแล้วก็หมึกดำเกือบจะหมดทั้งตัว คาดเป็นพวก แก๊งโอรส ลอยอืดมาติดท่าจอดเรือของทางวัด

ผู้รายงานข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์63 พันตำรวจโทบุญญฤทธิ์ ติดตารัมย์ สว.(สอบปากคำ) สถานีตำรวจบางขุนเทียน รับแจ้งเจอศพผู้ตายลอยน้ำมาติดที่ท่าจอดเรือวัดหนังราชวรวิหาร ถนนวุฒากาศ ซอย 42 ตำบลบางค้อ เขตจอมทองคำ กรุงเทพมหานคร ก็เลยรุดไปพิจารณาพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ ข้างสอบปากคำ หมอนิติเวช โรงพยาบาลศิริราช และก็หน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู

จากการตรวจสอบรอบๆท่าจอดเรือริมคลองด่าน ซึ่งอยู่ข้างหน้าวัด เจอศพชายไทยไม่เคยรู้ชื่อ อายุโดยประมาณ 20-30 ปี รูปร่างสันทัด สูงราวๆ 165-170 ซม. ใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีแดงปกคลุมทับด้วยเสื้อคลุมแขนยาวสีส้ม ซึ่งเป็นของบริษัท ลาล่ามูฟ ประกอบกิจการขนส่งผลิตภัณฑ์ผ่านแอปพลิเคชัน นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน ที่เท้าทั้งสองข้างสวมถุงเท้าสีน้ำเงิน ลอยอืดมาในคลองส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง หมอคาดคะเนเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 48 ชั่วโมง

แล้วเมื่อข้าราชการนำศพขึ้นมาตรวจสอบบนริมฝั่ง พบว่าตามร่างกายมีรอยสักทั้งยังน้ำหมึกสีและก็น้ำหมึกดำเกือบจะตลอดตัว รอบๆอกสักตัวเขียนชื่อ สมพร ชนะลูก นอกเหนือจากนั้นยังสักคำว่า โป้ง OROS รวมทั้ง ดุ๊กดิ๊ก ไฝ” ปรากฏให้มองเห็นแจ้งชัด อย่างไรก็แล้วแต่จากการค้นตามกระเป๋าเสื้อและก็กางเกงเจอพาวเวอร์ธนาคารสำหรับชาร์จโทรศัพท์ 1 ตัว แล้วก็กุญแจรถมอเตอร์ไซค์แบรนด์ฮอนด้า เพียงแต่ 1 ดอกแค่นั้น ส่วนหลักฐานสำคัญ เช่น กระเป๋าใส่สตางค์ เอกสารประจำตัว แล้วก็โทรศัพท์เคลื่อนที่คนเสียชีวิตหายไปไม่เจออะไร

จากการสืบสวน นายตรีทิพย์ เมฆบริสุทธิ์ อายุ 53 ปี สัปเหร่อวัดหนังราชวรวิหาร ผู้เจอศพคนแรกให้การว่า กำลังทำธุระอยู่ที่วัด จู่ๆมีราษฎรวิ่งมาบอกมองเห็นศพคนเสียชีวิตลอยอืดมาในคลองด่านและก็กำลังจะลอยผ่านวัดไป ตนก็เลยนำไม้มาเขี่ยร่างคนตายเข้าชายตลิ่ง และก็ใช้เชือกผูกไว้ ก่อนที่จะโทรศัพท์แจ้งข้าราชการมาตรวจสอบ

แต่ เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบรายชื่อ สมพร ชนะบุตร สะกดรอยสักที่ปรากฏบนอกคนเสียชีวิตแล้วในพื้นฐานพบว่า มีตัวตนจริงเป็นหญิงวัย 61 ปี อาศัยอยู่บริเวณพระปิ่นเกล้า อรุณอมรินทร์ แต่ว่า นางสมพร นั้นมีลูกชายเพียงผู้เดียวซึ่งกำเนิดในปี พุทธศักราช2524 และก็เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ปี พุทธศักราช2543 ซึ่งเจ้าหน้าที่สอบสวนจะติดต่อนางสมพร เพื่อขอสอบสวนถัดไปว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิตในฐานะใด และก็คนตายเป็นคนไหนกัน เป็นพวกกลุ่มลูกชายใช่หรือไม่ ซึ่งตอนนี้ได้มอบศพให้นิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช นำไปผ่าพิสูจน์หาปัจจัยการตายก่อนรอคอยเครือญาติมาติดต่อขอรับไปบำเพ็ญบุญ.…

ครูปรีชา ร้องทนายตั้ม ล้วงสำนวนไปใช้ในศาล ย้ำเรื่องจริงก็คือเรื่องจริง

ครูปรีชา

ครูปรีชา พร้อมทนายมากองปราบฯอีกครั้ง ตามเรื่องตามราวที่เคยร้องทุกข์ว่า ทนายตั้ม-หมวดจรูญ นำข้อมูลส่วนตัวในสำนวนการสืบสวนของตำรวจ ไปใช้ในศาล ย้ำอีก เรื่องจริงก็คือข้อเท็จจริง ลอตเตอรี่ 30 ล้านเป็นของผม

เวลา 09.00 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายความสามารถ ใคร่ครวญ พร้อมนายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนาย เข้าติดตามความก้าวหน้าของคดีสลากกินแบ่ง 30 ล้านบาท ภายหลังที่เคยร้องทุกข์ว่านายษิทรา เบี้ยบังเกิด และก็ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ สมัยก่อนข้าราชการตำรวจ สภ.บ่อพลอย อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ข้างคู่ความ ได้นำเอกสารซึ่งอยู่ในสำนวนคดีไปใช้ในขั้นตอนศาล

ครูปรีชา บอกว่า วันนี้นัดหมายกับทนายความมาติดตามความก้าวหน้าในเรื่องที่เคยร้องทุกข์กองปราบฯว่า มีบุคคลกรุ๊ปหนึ่ง ได้นำข้อมูลทางโทรคำศัพท์ซึ่งอยู่ในสำนวนคดีสลากกินแบ่ง 30 ล้านบาท ไปใช้การพิจารณาคดีที่ศาลจังหวัดจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเอกสารดังที่กล่าวมาแล้วเป็นของส่วนตัว ที่แม้กระทั้งตนก็ยังมิได้รับ แม้กระนั้นคู่ปรับเอามาซักค้านในศาล ก็เลยอาจมีผลต่อรูปความ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าใครกันแน่ได้มา รวมทั้งได้มายังไง

ดังนี้ หากว่าไม่มีความก้าวหน้าทางคดี ก็บางครั้งอาจจะฟ้องร้องคดีเอง โดยจะเอาการให้ถึงที่สุด เนื่องจากการนำเอกสารส่วนตัวไปใช้ในวิธีการพิจารณาคดีได้ทำความเสียหายแก่ตน ส่วนการต่อสู้ทางคดีนั้น ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลไปแล้ว ข้อเท็จจริงก็คือเรื่องจริง ยังการันตีว่าลอตเตอรี่ฉบับนั้นเป็นของตน เนื่องจากว่าการจะซื้อเลขดังๆนั้นจะต้องสั่งล่วงหน้าไว้ก่อนกับคนขายก่อน มั่นใจว่าหมวดจรูญมิได้ซื้อสลากกินแบ่งฉบับนั้นแน่ๆ ด้วยเหตุว่าเจ้าตัวไม่อาจจะตอบในชั้นศาลได้ว่าไปซื้อสลากกินแบ่งมาจากคนไหนที่ใด

ด้านนายวรยุทธ พูดว่า วันนี้มาร้องขอให้ตำรวจจัดการวิเคราะห์บุคคลทั้งผอง 5 คน เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย เพราะว่าเอกสารข้อมูลทางโทรศัพท์ทั้งปวงอยู่ในสำนวนคดีของเจ้าหน้าที่สอบสวน ซึ่งเครือข่ายโทรศัพท์ต้นทางก็กำหนดไว้ ถ้าเกิดจะขอ ควรมีคำขอจากศาล ดังนี้ จำต้องพิจารณากันถัดไปว่าการนำเอกสารเฉพาะบุคคลมาใช้สำหรับการพิจารณาคดี จะเข้าข่ายข้อผิดพลาดใดได้บ้าง…

อุทธรณ์ยืน ติดคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา จ่าประสิทธิ์ มีเสื้อเกราะ หมวกทหาร

จ่าประสิทธิ์

อุทธรณ์ยืน ติดคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา จ่าประสิทธิ์ ไชยศีรษะ

ศาลอุทธรณ์พิพากษ์ยืน ตาราง 2 ปี ไม่รอลงอาญา จ่าประสิทธิ์ ไชยศีรษะ ครองเสื้อเกราะ หมวกปราบจลาจลที่ฉกชิงจากทหาร ตอนสลายการรวมกัน นปช.10 เม.ย.53 เจ้าตัวบอกทำใจแล้วแม้จำเป็นต้องเข้าเรือนจำ

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ห้องพิจารณา 901 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำตัดสินศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อำเภอ1937/2560 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง จังหวัดส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ อายุ 53 ปี อดีตกาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย แล้วก็แนวร่วมกลุ่มแนวร่วมระบบประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นจำเลย ฐานกระทำผิด พระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พุทธศักราช2530 มาตรา 4, 15, 42 และก็รับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357

กรณีช่วงวันที่ 22 เม.ย. 2553 ข้าราชการตรวจหารถยนต์เชลย เจอมีเสื้อกันกระสุนรวมทั้งหมวกกันน็อกปราบปรามจราจล ซึ่งเป็นเครื่องยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ที่หายไปตอนวันที่ 10 เม.ย. 2553 ในเรื่องราวที่เจ้ากี้เจ้าการทหารปฏิบัติงานสลายการประชุมกรุ๊ป นปช. และก็ในตอนที่ ส.อ.ชนะยุทธ คมสาคร ขึ้นตรงต่อกองทัพภาค 1 กำลังปฏิบัติภารกิจ ได้มีผู้ร้ายมากยิ่งกว่า 3 คนขึ้นไปด้วยกันใช้คันธงยาว 1 เมตร ตีปองร้ายและก็แย่งหมวกกันน็อกปราบโกลาหลราคา 3,745 บาท ที่ ส.อ.ชนะยุทธ ครองที่หัวไปโดยโกง ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บก่อให้เกิดอันตรายแก่กาย เหตุกำเนิดที่ตำบล-เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร รวมทั้งที่อื่นๆเกี่ยวเนื่องกัน โดยเชลยให้การไม่ยอมรับ รวมทั้งได้รับการประกันตัว

จ่าประสิทธิ์

ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาช่วงวันที่ 30 ตุลาคม 2561 ให้ติดตะราง จังหวัดสตางค์ประสิทธิ์ จำเลย ฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ตรงเวลา 1 ปี รวมทั้งติดคุกฐานกระทำผิด พระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พุทธศักราช2530 ตรงเวลา 1 ปี รวมติดคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา

วันนี้ จังหวัดสตางค์ประสิทธิ์ จำเลย เดินทางมาศาลพร้อมเมีย

ศาลอุทธรณ์วิเคราะห์แล้ว ความประพฤติของเชลยเป็นไปตามที่ศาลชั้นต้นวิเคราะห์ ซึ่งหมวกกันน็อกรวมทั้งเสื้อเกราะที่เชลยรับไว้นั้น ได้มาจากการช่วงชิงจากข้าราชการทหารที่ปฏิบัติภารกิจ เชลยมิได้มีไว้เพื่อป้องกันภัยจากที่อ้าง อุทธรณ์ของเชลยฟังไม่ขึ้น ส่วนที่เชลยขอให้รอคอยลงทัณฑ์นั้น ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์การปฏิบัติรวมกันที่ปรากฏข่าวสาร รู้โดยปกติว่ามีการเสียชีวิตรวมทั้งบาดเจ็บอย่างรุนแรงของข้าราชการ ไม่ใช่มีแต่ว่าผู้รวมกัน ไม่ถือว่าเป็นการรวมกันโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษ์ลงทัณฑ์เชลยมานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องต้องกันด้วย พิพากษ์ยืน ติดคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา

หลังฟังคำวินิจฉัยเสร็จสมบูรณ์ จังหวัดสตางค์ประสิทธิ์ จำเลย เผยออกมาว่า จะขอต่อสู้คดีในชั้นศาลฎีกาต่อ โดยจัดเตรียมหลักทรัพย์มา 7 แสน เพื่อขอประกันตัว แต่ว่าถ้าการยื่นรับรองท้ายที่สุดแล้วจำเป็นที่จะต้องส่งให้ศาลสูงพิเคราะห์คำขอ แล้วทำให้วันนี้ตนบางทีอาจจำเป็นต้องเข้าคุกก่อน ตนก็ทำใจไว้แล้ว.…

จับหนุ่มมือบอนปล่อยข่าวปลอม ไวรัสโคโรน่า ทำวุ่นทั้งจังหวัดชุมพร เจอเสพยาด้วย

จับหนุ่มมือบอนปล่อยข่าวปลอม

จับหนุ่มมือบอนปล่อยข่าวปลอม ไวรัสโคโรน่า เล่นเอายุ่งอีกทั้งจังหวัดชุมพร เจ้าหน้าที่ตามจับตัว เจอเจ้าตัวเสพยาด้วย

ตอนวันที่ 3 กุมภาพันธ์63 นายสมพร ปัจฉิมเพชร รองผู้ว่าจังหวัดชุมพร รวมทั้ง พันตำรวจเอกภคพล ทวิชศรี รอง ผบก.ภ.จว.จังหวัดชุมพร รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายสุทธิยา พูนไชย อายุ 28 ปี

โดยก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ข้าราชการได้รับร้องทุกข์ว่า นายสุทธิยา ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “โรคไวรัส …โคโรน่า” มาถึงจังหวัดชุมพรแล้วนะทราบยัง ระวังกันด้วยคับ พี่ๆน้องๆ” ซึ่งใจความดังกล่าวข้างต้นไม่เป็นความจริง โดยพสกนิกรผู้ได้รับข้อมูลดังที่กล่าวถึงมาแล้วมีความตื่นตระหนกตระหนกตกใจ

ถัดมา นายวิบูลย์ รัตนภรวงศ์ ผู้ว่าจังหวัดชุมพร ก็เลยออกคำสั่งให้ชุดสอบปากคำติดตามบุคคลผู้โพสต์ใจความดังที่ได้กล่าวมาแล้วจนถึงทราบดีว่าผู้ต้องหาดำรงชีพเป็นผู้รับจ้างรายวันอยู่ที่โรงหมอแห่งหนึ่ง และก็ขอการันตีว่า ที่จังหวัดชุมพร ยังไม่มีผู้ติดโรคไวรัสโคโรน่าอะไร

ด้าน พันตำรวจเอกธานี บอกว่า นายสุทธิยา ยอมรับสารภาพว่า ได้รับข้อมูลมาจากสหายโดยมิได้ตรวจสอบก่อนว่าเป็นความใช่หรือไม่ รวมทั้งได้โพสต์ใจความดังที่กล่าวมาแล้วโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แล้วก็พึ่งจะทราบดีว่าใจความดังที่กล่าวถึงแล้วไม่เป็นความจริง แล้วก็ทำให้มีคนอ่านใจความมีความตื่นกลัว ก็เลยต้องการจะขออภัยราษฎรที่ทำให้ตื่นตระหนกตกใจ

จับหนุ่มมือบอนปล่อยข่าวปลอม

ยิ่งกว่านั้น นายสุทธิยา ยอมรับอีกว่า ได้เสพยาบ้าด้วย โดยซื้อถัดมาจากเพื่อนฝูง เสพทีละ 1-2 เม็ด ซื้อมาในราคาเม็ดละ 100 บาท ก็เลยได้นำตัวส่งพนักงานที่มีหน้าที่สอบสวน สภ.เมืองจังหวัดชุมพรในคดีดังที่กล่าวถึงแล้วตาม พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ และก็เสพยาเสพสิ่งเสพติดให้โทษจำพวก 1 แล้วก็กระทำการสอบสวนขยายผลผู้ค้าหรือเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวถัดไป.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/society/1762885

ดีเอสไอ ส่งสำนวนคดี แชร์ไนซ์รีวิว ให้พนักงานอัยการในวันนี้

ไนซ์รีวิว

เจ้าหน้าที่สอบสวน ดีเอสไอ นำเอาสำนวนใน 305 แฟ้ม รวมปริมาณ 121,000 แผ่น สั่งฟ้อง ไนซ์รีวิว ในคดีฉ้อโกงประชาชน หลังหลอกเหยื่อกดไลค์กดแชร์ จนกระทั่งมีผู้เสียหายกว่า 2 พันราย ราคาเงินกว่า 3 ร้อยล้านบาท

กรณี พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจโคกคราม นำตัว นายณรงค์ อินลี อายุ 34 ปี ผู้ครอบครองไนซ์ รีวิว (Nice Review) หรือแชร์ไนซ์รีวิว

ว่าจ้าง กดไลค์ กดแชร์ ออนไลน์ลวงโลก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อกล่าวหาด้วยกันกู้ยืมที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ฝากศาลขังคราวแรก พร้อมไม่เห็นด้วยการประกันตัวช่วงวันที่ 23 พฤศจิกายน62 เพราะเหตุว่าผู้ต้องหามีความประพฤติแอบหนี คดีมีอัตราโทษสูง

แล้วก็มีผู้เสียหายเยอะแยะ เกรงว่าถ้าหากได้ประกันตัวแล้วจะหลบซ่อน ข้างหลังหลอกเหยื่อร่วมลงทุนในแบบอย่างสมาชิก โดยมีผู้เสียหายไม่น้อยเลยทีเดียวที่เชื่อเข้าฟ้องร้องกับตำรวจและก็ดีเอสไอ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร ภาค 4 จับตัวได้ขณะเดินทางเข้าไปใน สปป.ลาว จัดเตรียมแอบหนีไปยังประเทศเวียดนาม

ไนซ์รีวิว

ปัจจุบันเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 31 มกราคม นายปิยะศรี วัฒนวรางเราร ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการคลังนอกระบบ ดีเอสไอ กล่าวมาว่า วันนี้ พนักงานที่ทำหน้าที่สอบสวนคดีพิเศษที่ 161/2562 กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ ดีเอสไอ นำสำนวน 305 แฟ้ม รวมปริมาณ 121,000 แผ่น

สั่งฟ้องบริษัทเอนเนอร์จี ดีดักชั่น จำกัด หรือแชร์ไนซ์รีวิว กับพวกที่ร่วมคดโกงพลเมืองทั่วๆไปให้สมัครโดยกดชอบใจ กดแบ่งปัน และก็ให้ความเห็นเชิงบวกแก่งานประชาสัมพันธ์บนระบบเฟซบุ๊ก มีผู้เสียหาย 2,624 ราย ราคาความย่ำแย่กว่า 300 ล้านบาท มีการยึดอายัดทรัพย์ไปโดย

ประมาณ 180 ล้านบาท ในฐานข้อผิดพลาดด้วยกันหลอกลวงที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฯ

โดยเป็นการส่งสำนวนก่อนที่จะมีการถึงกำหนดฝากขัง นอกนั้น พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอได้อนุมัติให้มีการดำเนินงานความผิดพลาดฐานฟอกเงินด้วย คาดจะมีผู้ทำความผิดแล้วก็ราคาความย่ำแย่มากขึ้น รับรองว่าจะทำงานยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวโยงหรือได้ไปจากความประพฤติปฏิบัติความผิดพลาดถัดไป ขอบพระคุณข้าราชการทุกคนในกองคดีธุรกิจการคลังนอกระบบที่ช่วยเหลือกันรีบปฏิบัติงานสำนวนคดีดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ต่อจากนี้จะเดินหน้าฝ่าปราบคดีแชร์ลูกโซ่ถัดไป นายปิยะศิริ กล่าว.…

รวบน้องโหดใช้มีดฟันหัวพี่สาวดับสยดสยองคาบ้านพัก เหตุมีความขัดแย้งที่ดินนากุ้ง

ใช้มีดฟันหัวพี่สาว

 

ตำรวจเมืองคอนขอหมายศาล เข้าจับน้องชายโหดฆ่าพี่สาว โดย ใช้มีดฟันหัวพี่สาว เละตายสยดสยองคาบ้านพัก เหตุไม่พอใจนำนากุ้งที่เคยร่วมหุ้นกันให้ผู้อื่นมาเช่า จนเกิดวิวาทเคลียร์กันไม่ได้

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 มกราคม63 พันตำรวจโทธีระวุฒิ เทพเลื่อน รองผกก.สส.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พันตำรวจตรีณัฐภัทร พุทธังกุโร สว.สส.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช นำกำลังพร้อมหมายจับคดีฆ่าคนอื่นๆของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าจับนายอนุศาสตร์ สมปรีดา อายุ 45 ปี ที่ที่พัก เลขที่ 96/1 กลุ่ม 7 ตำบลบางจาก อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ก่อนคุมตัวนำส่ง พันตำรวจโทจรินทร์ ขาวใหม่ รองผู้กำกับการ(สอบสวน) สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อปฏิบัติการโดยชอบด้วยกฎหมาย

เพราะช่วงวันที่ 24 มกราคมก่อนหน้านี้ มีผู้ร้ายบุกในบ้านไม่มีเลขที่ ของนางฟูมฟาย ช่วยทองคำ อายุ 53 ปี ผู้ครอบครองสวนปาล์มแล้วก็นากุ้ง ในซอกซอยบางสะพาน 36 กลุ่ม 7 ตำบลบางจาก อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ขณะนางฟูมฟายอยู่บ้านคนเดียว โดยผู้ร้ายใช้ของมีคม ฟันที่หัวกว่า 10 แผล จนกระทั่งหัวเหลวตายสยดสยองคาบ้าน โดยขณะเกิดเหตุ นายจรัส ช่วยทอง อายุ 52 ปี ผัวของนายฟูมฟาย ออกไปทำธุระนอกบ้าน เมื่อกลับมาพบว่า เมียถูกฆ่าอย่างใจร้ายอยู่ในบ้าน ข้างหลังเกิดเหตุตำรวจได้สืบสวน จนถึงมีหลักฐานว่า ผู้ร้ายที่ก่อเหตุ เป็นนายอนุศาสตร์ สมสุขใจ อายุ 45 ปี น้องชายแท้ๆร่วมสายโลหิตของนางครวญคราง เป็นผู้ร้ายที่ก่อเหตุ ก็เลยขออนุมัติศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชออกหมายจับ ก่อนนำกำลังเข้าจับตัว

ดังนี้สิ่งที่ทำให้เกิดการก่อคดี การสอบปากคำสืบสวนของข้าราชการพบว่า นางครวญครางและก็น้องชายมีปัญหามีความขัดแย้งสะสมกันมานานยาวนานหลายปี ปัจจุบันเป็นความมีความขัดแย้งเรื่องที่ดินที่ใช้สำหรับในการทำนากุ้ง โดยที่ผ่านมานางฟูมฟายและก็น้องชายเคยปลูกข้าวกุ้งด้วยกัน แม้กระนั้นมีปัญหากัน นางครวญครางก็เลยเลิกปลูกข้าวกุ้ง แล้วก็ให้กสิกรกุ้งรายอื่นมาเช่าที่ดินนากุ้ง กระทำการเลี้ยงกุ้ง ซึ่งนายอนุศาสตร์ไม่ยินยอมรวมทั้งเกลียดชังพี่สาวอย่างมาก เพราะเหตุว่านายอนุศาสตร์ปรารถนาเลี้ยงกุ้งหรือทำไร่ทำนากุ้งเอง ไม่ยินยอมให้บุคคลภายนอกมาเช่า

ก่อนเกิดเหตุนายอนุศาสตร์ได้ไปพบนางฟูมฟายพี่สาวที่บ้าน เพื่อสะสางปัญหาคาใจกัน แม้กระนั้นตกลงกันมิได้ ก่อนที่จะนายอนุศาสตร์จะใช้พร้าฟันเข้าที่เข้าทางหัวของนางครวญครางไม่ยั้ง กระทั่งล้มจมเลือดเสียชีวิต ก่อนหลบออกไปจากบ้านพี่สาว รวมทั้งดำเนินชีวิตตามธรรมดาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนถึงถูกตำรวจนำกำลังเข้าจับกุมตัว

ซึ่งในตอนเย็นวันนี้ ตำรวจได้ไปตรวจหาที่พักของนายอนุศาสตร์รวมทั้งยึดเสื้อผ้า ที่ใส่ในวันก่อเหตุ มาเป็นหลักฐานทางคดี นอกนั้นตำรวจได้ร่วมกับนักดำน้ำ ได้คลำหาพร้าหลักฐาน ที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุ ซึ่งมีผู้เห็นเหตุการณ์รับรองว่า ข้างหลังก่อเหตุนายอนุศาสตร์ ได้โยนพร้าทิ้งลงในนากุ้งในหมู่บ้านเดียวกัน

สำหรับในการสืบสวน นายอนุศาสตร์ ยังให้การไม่ยอมรับ โดยบอกว่าขอไปให้การเนื้อหาในชั้นศาล ข้าราชการได้คุมตัวไว้ฟ้องร้องโดยชอบด้วยกฎหมาย.…

นักปั่นเยาวชนเกาหลี โดนกระบะชนเสียชีวิต ขณะปั่นฝึกซ้อมเก็บตัวที่จังหวัดเชียงใหม่

นักปั่นเยาวชนเกาหลี

ออม เซบอม นักปั่นเยาวชนเกาหลี แชมป์เยาวชนทวีปเอเชียคนปัจจุบัน เผชิญอุบัติเหตุกระบะชนเสียชีวิต ขณะขี่จักรยาน ระหว่างเก็บตัวที่ จังหวัดเชียงใหม่ ด้านคู่กรณีไม่หนี รอรับผิดชอบ

จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ Sasirin Pokpun ได้ลงคลิปแล้วก็เนื้อความ ว่า *แจ้งข่าวจ้ะ*ฝากหน่อยครับผม ผมได้รับการผสานจากกลุ่มรถจักรยาน กลุ่มเยาวชนประเทศเกาหลี ขอรูปภาพที่นำมาจากกล้องถ่ายภาพหน้ารถยนต์ในเรื่องวันที่ 28 เดือนมกราคม เวลา ราว 10 นาฬิกา ทางขึ้นเส้นแม่ขอบ ม่อนแจ่ม สะเมิง นักขี่จักรยานคนมีชื่อเสียงกล่าวได้เสียชีวิตแล้ว รวมทั้งนักกีฬาท่านนี้เป็นแชมป์เยาวชนทวีปเอเชียคนปัจจุบัน ท่านใดมีภาพที่เอามาจากกล้องถ่ายภาพหน้ารถยนต์ ขอส่งให้ทางไลน์ thunderxxx ขอบคุณมากมายครับผมชุดนี้มาเก็บเนื้อเก็บตัว จังหวัดเชียงใหม่ 18 เดือนมกราคม – 25 กุมภาพันธ์

จากคลิปพบว่านักปั่นจะต้องใช้การปั๊มหัวใจช่วย ก่อนถูกนำตัวรักษาต่อ ถัดมามีการแสดงความนึกคิดในเนื้อความจำนวนไม่ใช่น้อย และก็แสดงความเศร้าใจต่อการตายของ นายออม เซบอม วัย 19 ปี นักปั่นเยาวชนประเทศเกาหลีรายนี้ ซึ่งมีภาพของรถยนต์กระบะ อีซูซุ สีดำ ทะเบียน ผย 8394 จังหวัดเชียงใหม่ มีรอยชนที่ข้างล่างผู้ขับเสียหาย หยุดอยู่ในจุดเกิดเหตุ แม้กระนั้นปรารถนาคลิปหน้ารถยนต์เพื่อรับรองว่าคนใดกันไม่ถูกคนใดถูก

ด้านนายมนตรี หาญใจ นายกสมาคมกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ทางโทรคำศัพท์ว่า จากเรื่องราวดังที่กล่าวถึงแล้วขอแสดงความเศร้าใจกับครอบครัวของ นายออม เซบอม นักกีฬาที่เสียชีวิต และก็กลุ่มนักปั่นเยาวชนประเทศเกาหลี ซึ่งรู้ว่าได้เสียชีวิตแล้วข้างหลังเผชิญอุบัติเหตุ แต่ว่ากลุ่มชุดนี้ได้เข้ามาฝึกฝนเอง มิได้ผสานกับทางสัมพันธ์กีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ก็เลยไม่รู้ตารางฝึก ซึ่งกลุ่มตั้งเวลาการฝึกหัดเอง ทำแม้กระนั้นมารู้ตอนที่เกิดอุบัติเหตุก็ได้ให้ข้าราชการผสานเพื่อการเกื้อกูลต่อ ซึ่งรถยนต์ที่เผชิญอุบัติเหตุก็มิได้แอบหนี.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/local/north/1760041