สาวท้องแก่ พนง.เซเว่นฯ คลอดลูกในส้วม แต่ทารกเสียชีวิต

สาวท้องแก่

สาวท้องแก่ พนักงานร้านเซเว่นฯ เมืองทองธานี แวะมาขอเข้าห้องน้ำร้าน แต่เข้าไปนานผิดปกติ เพื่อนไปเคาะเรียก พบคลอดลูก และเด็กตายอยู่ในโถส้วม ตำรวจเตรียมเรียกสอบ

สาวท้องแก่

วันที่ 17 พ.ย. 62 เวลา 11.30 น. ร.ต.ท.เจษฎา เหมโก รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุพบทารกเสียชีวิตภายร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เมืองทองธานี โซนเอสเอฟ ใกล้ห้างคอสโม่ ภายในหมู่บ้านเมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ ต.บางพูด จึงไปสอบสวนพร้อมด้วย พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด พ.ต.ท.สุรศักดิ์ ปานอ้น รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.พลเทพ นันทสำเริง รอง ผกก.สส.สภ.ปากเกร็ด แพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุพบศพทารกเพศหญิงแรกคลอดเสียชีวิตอยู่ในโถส้วม มีคราบเลือดเปรอะเปื้อนติดตามโถภายในห้องน้ำของร้านเซเว่นฯ ทราบว่าแม่ของทารกชื่อ น.ส.ฟ้า (นามสมมติ) อายุ 24 ปี ภูมิลำเนาอยู่ ต.โคกสำโรง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ถูกนำส่ง รพ.ชลประทานไปก่อนแล้ว

จากการสอบสวนทราบว่า น.ส.ฟ้า เป็นพนักงานของร้านเซเว่นฯ ที่เกิดเหตุ ตั้งครรภ์ได้ประมาณ 9 เดือน ก่อนเกิดเหตุได้แวะมาขอเข้าห้องน้ำของร้าน เนื่องจากเป็นวันหยุด หลังจากเข้าไปในห้องน้ำนานผิดปกติ ทางเพื่อนๆ พนักงานได้เคาะประตูเรียกจน น.ส.ฟ้าเปิดประตูออกมาปรากฏว่าพบศพทารกนอนเสียชีวิตอยู่ในโถส้วมอย่างน่าอนาถ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง

รวบ หลานเทวดา ฆ่าตา-ยาย ทำแผน มีชาวบ้านที่มามุงดูรุมด่า รับรู้สึกเสียใจมาก

หลานเทวดา

หลานเทวดา

หนุ่มวัย 23 หลานทรพีที่ก่อเหตุเอาไม้ไผ่ฟาดตาและยายที่เลี้ยงดูมาจนตาย ถูก จนท.คุมตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีชาวบ้านที่มามุงดูรุมด่าว่า ขณะที่ รับสารภาพ เมาเหล้าและยาบ้า รู้สึกเสียใจมาก

จากกรณี ตร.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี จับกุมอดีตทหารเกณฑ์วัย 23 ปี หลังก่อเหตุ เอาท่อนไม้ไผ่กระหน่ำตี ตาและยายแท้ๆ ของตัวเองจนสาหัสก่อนจะไปขาดใจตายที่โรงพยาบาล สารภาพ ทำเพราะเมาเหล้ากับยาเสพติด โมโหขอเงินตายายไม่ได้

เมื่อวันที่ 16 พ.ย.62 พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ ศรีบุตตะ ผกก.สภ.นาจะหลวย เผยว่า จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหา นายวรวุฒิ สีสงค์ หรือนัด อายุ 23 ปี ให้การรับสารภาพว่าตนเองนั่งดื่มเหล้าขาวและเสพยาบ้าตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 15 พ.ย. ที่หน้าบ้านพื้นที่ หมู่ 15 บ้านแก้งเรือง ต.นาจะหลวย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ซึ่งอาศัยอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ทั้งตายายและพ่อแม่ตนด้วย โดยดื่มเหล้าขาวหมดไป 2 ขวดแล้ว อยากดื่มต่อจึงไปขอเงินตากับยายหวังไปซื้อเหล้ามาอีก แต่ถูกอบรมว่าปลดทหารมาแล้วไม่รู้จักช่วยทำงาน จึงโกรธใช้ไม้ไผ่ท่อนยาวประมาณ 1 เมตร ตีไปที่ลำตัวนายสี และบริเวณศีรษะจำนวนหลายครั้ง

หลานเทวดา

ระหว่างเกิดเหตุนางมั่น ผู้เป็นยายเห็นเหตุการณ์ได้เข้ามาห้ามปรามไม่ให้นายวรวุฒิทำร้ายผู้เป็นตา แต่นายวรวุฒิที่ยังมีอารมณ์โมโห ได้หันไปใช้ท่อนไม้ไผ่อันเดียวกันตีนางมั่น ทำให้นางมั่นวิ่งหลบหนีออกมาหน้าบ้าน แต่นายวรวุฒิยังตามมาตีซ้ำเข้าที่ลำตัวและศีรษะ จนทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในที่สุด ทั้งนี้นายวรวุฒิยังรับสารภาพว่าตน มีอาการเมาสุราและเมายาบ้าที่เสพเข้าไป จึงก่อเหตุทำร้ายตาและยายที่เลี้ยงตนเองมาตั้งแต่เด็ก ถ้าย้อนกลับไปได้ ตนก็จะไม่ทำ และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา พ.ต.ต.ภูวนาถ เครือตาแก้ว สว.(สอบสวน) สภ.นาจะหลวย เจ้าของคดี พร้อมกำลัง เจ้าหน้าที่คุมตันายวรวุฒิ สีสงค์ หรือนัดผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบ คำรับสารภาพ ท่ามกลางชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์ และสาปแช่ง ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุสุดสลดในครั้งนี้ โชคดีไม่มีการรุมประชาทัณฑ์

ลุงขับฟอร์จูนเนอร์ ยอมรับผิดชอบความเสียหาย ตร.ยันขับรถประมาท

ลุงขับฟอร์จูนเนอร์

ลุงขับฟอร์จูนเนอร์ อดีตนายพล พบคู่กรณีที่ สน.คลองตัน ถูกดำเนินคดีขับรถโดยประมาท เจ้าตัวขอรับผิดชอบความเสียหายที่ทำ บอกโซเชียลด่าจนเครียด ตร.ไกล่เกลี่ยคดีลุงแจ้งความถูก จยย.ทำให้เสียทรัพย์

จากกรณีคลิปเหตุการณ์ที่คนขับรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ แต่ไม่ยอมลงมาดูผู้เสียหาย จากนั้นได้ขับรถหลบหนี จนถูกผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รายอื่นๆ ไล่ตามขวางเพื่อให้หยุดลงไปดูคู่กรณี แต่คนขับกลับชนฝ่าวงล้อม จนไปถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับได้ที่หน้าสถานีขนส่งเอกมัย ทราบภายหลังผู้ขับขี่ คือ พล.ต.สุรศักดิ์ จิตต์บุญ อดีตนายพล ตำรวจแจ้งข้อหาทำให้เสียทรัพย์ และ ขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินเสียหาย ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ลุงขับฟอร์จูนเนอร์ ยอมรับผิดชอบความเสียหาย

ลุงขับฟอร์จูนเนอร์

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 พ.ย. ที่ สน.คลองตัน พล.ต.สุรศักดิ์ จิตต์บุญ อดีตนายทหาร ได้เดินทางมาเจรจาเพื่อไกล่เกลี่ยกับ นายวรายุทธ ปิ่นใจ พลเมืองดีผู้เสียหาย ที่ถูกนายพลขับรถชน โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ พล.ต.สุรศักดิ์ เดินทางมาถึงเมื่อเห็นผู้สื่อข่าวได้พยายามหลบเลี่ยงสื่อมวลชน โดยมีการเดินผ่านหลังแฟลตตำรวจ ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นทางเดินคับแคบมีสิ่งของวางกีดขวางตามเส้นทาง ก่อนจะเข้าไปภายในห้องฝ่ายสืบสวน โดยห้ามไม่ให้บันทึกภาพ

ขณะที่ นายวรายุทธ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่ได้พูดคุยกับอดีตนายพลคนดังกล่าว อีกทั้งไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องค่าเสียหายแต่อย่างใด ซึ่งวันนี้พนักงานสอบสวนได้เชิญมาให้ปากคำพร้อมไกล่เกลี่ย ซึ่งเบื้องต้นได้ประเมินความเสียหาย อาทิ ศูนย์ถ่วงของรถเสีย และมีร่องรอยการชนค่อนข้างเยอะ น่าจะเกิน 10,000 บาท ส่วนตัวไม่อยากคุยกับอดีตนายพล เนื่องจากคลิปค่อนข้างชัดเจนว่าอดีตนายพลชนจริง ไม่สามารถแก้ตัวได้ แต่ก็รู้สึกดีใจที่เรื่องนี้ถูกนำเสนอเป็นข่าว เพราะพฤติกรรมแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นบนท้องถนน ยืนยันว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้บนท้องถนนก็จะเป็นพลเมืองดีเข้าช่วยเหลือติดตามเช่นเดิม

ต่อมาเวลา 11.00 น. ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน บก.จร. ได้นำรถฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ญห 3798 กรุงเทพมหานคร ของ พล.ต.สุรศักดิ์ และรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายทั้ง 2 คัน มาตรวจสอบร่องรอยการเฉี่ยวชน

ลุงขับฟอร์จูนเนอร์

ขณะที่ พล.ต.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ไม่มีอะไรจะพูด หลังจากนี้จะรับผิดชอบในส่วนที่ตัวเองทำผิดเท่านั้น และในวันเกิดเหตุสาเหตุที่ไม่ลงมาจากรถ เพราะว่ากลัวที่มีรถจักรยานยนต์หลายสิบคันขับมารุมที่รถของตน และยังมาทุบรถตนอีก จึงไม่กล้าลงเพราะกลัวจะได้รับอันตราย และหลังจากที่ตกเป็นข่าวก็เครียดมาก เพราะโดนรุมด่าทอในโลกโซเชียล

ลุงขับฟอร์จูนเนอร์

นายอนันต์ จันทร์ภู่ คนขับรถจักรยานยนต์คันแรกที่เป็นคู่กรณี ระบุว่า ในวันเกิดเหตุก็ขับรถมาตามเส้นทางปกติ สักระยะรถอดีตนายพลได้พยายามเบียดจนทำให้รถของตนเบียดกับฟุตปาทกลางถนน ส่วนอีกฝั่งของรถเบียดกับรถของอดีตนายพล แต่ไม่ได้ล้มลงและไม่ได้บาดเจ็บแต่อย่างใด จึงไม่ได้เข้าแจ้งความ วันนี้ตำรวจเรียกมาเพื่อให้ข้อมูลและให้ตำรวจงานช่างเครื่องยนต์ได้ตรวจพิสูจน์ร่องรอยการชน ยืนยันไม่ติดใจเอาเรื่อง

ส่วน พ.ต.อ.ปรเมษฐ์ โพยนอก ผกก.สน.คลองตัน เปิดเผยว่า ในคดีนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้มีการควบคุมตัวผู้ก่อเหตุดำเนินคดี ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย และชนแล้วหนี ซึ่งทางผู้ก่อเหตุได้ขอยื่นประกันตัวให้ปล่อยตัวชั่วคราวไปในวงเงิน 15,000 บาท ไปตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้ว การดำเนินการในส่วนนี้ต้องรอผลตรวจสอบรถคู่กรณีทั้ง 3 คัน เพื่อนำมาประกอบสำนวน ส่วนที่ 2 ที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งในส่วนนี้สามารถไกล่เกลี่ยกันได้ พนักงานสอบสวนไม่จำเป็นต้องส่งฟ้องศาล

ลุงขับฟอร์จูนเนอร์

อย่างไรก็ตามวันนี้ได้เรียกคู่กรณีทั้งหมดมาสอบปากคำเพิ่มเติม และมีการตรวจสอบร่องรอยการเฉี่ยวชน ส่วนจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน…

ยิงกันไม่ทราบสาเหตุ เมียกำนันนอนตายอยู่ข้างปืน ส่วนกำนันเจ็บสาหัส

ส่วนกำนันเจ็บสาหัส

เกิดเหตุยิงกันภายในบ้านที่ทำการกำนันท่าไข่ ภรรยากำนันนอนตายอยู่ข้างปืน ส่วนกำนันเจ็บสาหัส เร่งส่ง รพ.พุทธโสธร โดยภรรยากำนันส่งข้อความหาลูกเพื่อสั่งเสีย ตำรวจฉะเชิงเทรายังไม่สรุปสาเหตุ

เมื่อเวลา 07.45 น. วันที่ 14 พ.ย. 62 ร.ต.ท.จเรศักดิ์ สุวรรณสนธิ์ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา รับแจ้งเหตุมีผู้ยิงกันเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส บริเวณที่ทำการกำนันตำบลท่าไข่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา จึงประสานอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ม.16 ต.ท่าไข่ อ.เมืองฉะเชิงเทรา ที่เป็นบ้านของ นายมนตรี กิมะพันธ์ กำนันตำบลท่าไข่ พบชาวบ้านยืนมุงดูเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบภายในบ้านพบร่าง นางวิไลวรรณ กิมะพันธ์ นอนหายใจรวยรินก่อนเสียชีวิตบนเตียงนอน มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ใกล้กันพบปืนขนาด.38 ลูกโม่ ตกอยู่ข้างมือซ้ายของผู้เสียชีวิต ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย คือ นายมนตรี กิมะพันธ์ กำนันตำบลท่าไข่ ถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งนำส่งโรงบาลพุทธโสธรก่อนหน้านี้

ส่วนกำนันเจ็บสาหัส

จากการเปิดเผยของเพื่อนบ้าน เปิดเผยว่า โดยปกติแล้วกำนันเป็นคนครื้นเครง สนุกสนาน มักจะดื่มเลี้ยงสังสรรค์หน้าบ้านอยู่เป็นประจำ จึงไม่มั่นใจว่าสาเหตุของการยิงกันครั้งนี้เกิดจากอะไร เพราะธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่กำนันทำอยู่ ก็กำลังไปได้ดี ส่วนภรรยาถ้าจะเกิดจากความเครียดก็น่าจะมาจาก อาการป่วยที่ผู้ตายรักษาโรคมะเร็งอยู่ แต่ก็ไม่น่าจะมีน้ำหนักที่ต้องตัดสินใจยิงกำนันด้วย

ส่วนกำนันเจ็บสาหัส

เบื้องต้นมีรายงานว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาไม่มีใครได้ยินเสียงปืนภายในบ้านหลังดังกล่าว จนลูกชายของผู้เสียชีวิตวิ่งออกมา จึงทราบว่ามีเหตุยิงกันภายในบ้านหลังนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนลูกชาย ทั้ง 2 ของนายมนตรี ว่าพ่อแม่มีปัญหาทางด้านใด เพราะมีข้อความที่นางวิไลวรรณ ผู้เป็นแม่ส่งมาระบุสั่งเสีย ว่า “ดูแลกันดีๆ พ่อแม่ไม่อยู่แล้ว” พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ทำการเก็บรอยนิ้วมือจากปืนกระบอกดังกล่าว เพื่อหาสาเหตุของการยิงกันในครั้งนี้.

ไฟป่ายาวเป็นพันกิโล ที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ ควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ขณะนี้ ยังควบคุมไม่ได้

อ

ไฟป่าที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ และ ควีนส์แลนด์ ของออสเตรเลีย ยังรุนแรง เกิดไฟป่ารวมแล้วกว่า 150 จุด โดยเฉพาะไฟป่าจุดรุนแรงสุด พระเพลิงได้ลุกลามเป็นแนวยาวเหมือนกำแพงไฟนับพันกิโล และยังควบคุมไม่ได้

เมื่อ 13 พ.ย.62 สำนักข่าวต่างประเทศ บีบีซี และเว็บไซต์ เดลี่เมล เกาะติดสถานการณ์ไฟไหม้ป่ารุนแรงในรัฐนิวเซาท์เวลส์ และควีนส์แลนด์ ของออสเตรเลีย อันเป็นผลมาจากกระแสลมแรงและความแห้งแล้ง ว่ายังคงเกิดไฟไหม้ป่าอีกประมาณ 100 จุดในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ทางตะวันออกของออสเตรเลีย ส่วนรัฐควีนส์แลนด์ ทางเหนือของนิวเซาท์เวลส์ ได้เกิดไฟป่าราว 60 จุด

ควีนส์แลนด์

ไฟป่าจุดที่ใหญ่ที่สุด คือไฟป่า (bushfire) ที่เรียกว่า Liberation Trail (ลิเบอเรชั่น เทรล) ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ที่เกิดขึ้นทางตะวันตกของอ่าวคอฟฟ์ส หรือคอฟฟ์ส ฮาร์เบอร์ และทีมดับเพลิงยังควบคุมไฟป่าไม่ได้ ได้ลุกลามเป็นอาณาบริเวณกว่า 150,000 เฮกตาร์ หรือ 937,000 ไร่ ขณะที่ แนวไฟป่าที่ลุกโชนสูงจนมองดูเหมือนเป็น กำแพงไฟ ได้ลุกลามเป็นระยะทางนับ 1,000 กิโลเมตรเลยทีเดียว

ควีนส์แลนด์

อย่างไรก็ตาม การแจ้งเตือนสถานการณ์ไฟป่าในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ในวันพุธที่ 13 พ.ย. ได้ลดระดับลง จากระดับหายนะ มาเป็นการแจ้งเตือนภัยระดับสูง และเจ้าหน้าที่ยังเรียกร้องให้ประชาชนยังคงระมัดระวัง เตรียมพร้อมกับสถานการณ์ไฟป่า

ควีนส์แลนด์

ตามรายงานระบุว่า มีบ้านเรือนประชาชนในรัฐนิวเซาท์เวลส์ถูกไฟป่าลุกลามมาถึงเผาวอดหรือได้รับความเสียหาย เป็นจำนวนประมาณ 50 หลังแล้ว และคาดว่าทรัพย์สินที่เสียหายคิดเป็นมูลค่ากว่า 40 ล้านดอลลาร์ ส่วนที่รัฐควีนส์แลนด์ยังคาดว่าจะเผชิญกับสถานการณ์ไฟป่าเลวร้ายมากขึ้น เนื่องจากกระแสลมเปลี่ยนทิศทางในวันพุธที่ 13 พ.ย.นี้ โดยนางแอนนาตาเซีย พาลาสซ์ซัค นายกรัฐควีนส์แลนด์ กล่าวด้วยความกังวลว่า สภาพการณ์ต่างๆในขณะนี้ทำให้พวกเรามีความกังวล พร้อมเตือนชุมชนต่างๆเตรียมพร้อมเผชิญกับการแจ้งเตือนฉุกเฉิน

ควีนส์แลนด์

อุ้ม – เจ ตัวจริง “มารินอส” เปิดบ้านอัด “ซัปโปโร” 4-2 ศึกเจ ลีก

อุ้ม

อุ้ม – เจ ตัวจริง

อุ้ม
” อุ้ม ” ธีราทร บุญมาทัน ลงเล่นเต็มเกมช่วยให้ โยโกฮามา เอฟ มารินอส เปิดบ้านทุบ คอนซาโดเล ซัปโปโร ที่มี “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ลงเล่น 74 นาที ด้วยสกอร์ 4-2 ในศึกลูกหนังเจลีก

การแข่งขันฟุตบอลเจลีก 2019 ของประเทศญี่ปุ่น นัดที่ 31 ของฤดูกาล ประจำวันเสาร์ที่ 9 พ.ย. คู่ไฮไลต์ของแฟน
ลูกหนังชาวไทย โยโกฮามา เอฟ มารินอส เปิดสนามเอ็นเอชเค สปริง มิซึซาวะ ต้อนรับการมาเยือนของ คอนซาโด
เล ซัปโปโร

โดยสถานการณ์ของทั้งคู่ก่อนเกมนี้ “เจ้าถิ่น” มารินอส กำลังลุ้นแชมป์ลีกรั้งอันดับ 3 ของตารางเจวัน ขณะที่ คอนซาโดเล ซัปโปโร อยู่อันดับ 7 ซึ่งทั้งสองทีมต่างส่งนักเตะไทยในทีมลงทั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็น “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน ที่ลงเล่นในตำแหน่งแบ็กซ้ายให้กับโยโกฮามา เอฟ มารินอส เต็ม 90 นาที ด้าน “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ แม้จะออกสตาร์ตเป็นตัวจริง แต่ถูกถอดออกจากสนามในนาทีที่ 74

“มารินอส” เปิดบ้านอัด “ซัปโปโร”

ศึกลูกหนังเจลีก

ส่วนผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมของเจ้าอุ้ม โยโกฮามา เอฟ มารินอส เปิดบ้านเอาชนะ คอนซาโดเล ซัปโปโร ไปด้วยสกอร์ 4-2 โดยเจ้าถิ่นได้ประตูนำเร็วจาก เอริค ลิมา ซัดสองตุงรวด (นาทีที่ 2, 4) ก่อนที่ มุซาชิ ซูซูกิ จะตามตีไข่แตก (8) มารินอส ขยับหนีไปอีกสองลูกจาก เทรุฮิโตะ นาคางาวา (22) มาร์กอส จูเนียร์ (จุดโทษ 70) และทีมเยือนได้ประตูปลอบใจจาก ซูซูกิ คนเดิม (74)

ส่งผลให้ โยโกฮามา เอฟ มารินอส กระโดดขึ้นรองจ่าฝูง ตามหลังผู้นำ เอฟซี โตเกียว ที่บุกชนะ จูบิโล อิวาตะ 1-0
อยู่แค่ 1 คะแนน ขณะที่ คอนซาโดเล ซัปโปโร รั้งที่ 7 เช่นเดิม ที่มีสิทธิ์โดน ทีมของ “ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์” โออิตะ
ทรินิตา แซง หากสามารถเปิดบ้านเอาชนะ กัมบะ โอซากา ในเกมวันพรุ่งนี้.

ผบ.ตร. ออกมาชี้ ผู้เสียหาย ฟ้อง ประจักษ์ ได้ทั้งแพ่ง อาญา

ประจักษ์

ผบ.ตร. ชี้ ผู้เสียหาย ดำเนินคดีได้ทั้งแพ่ง อาญา ประจักษ์ ฐานเข้าข่ายโชกทรัพย์

คดีพลิก หลังรอง ผบ.ตร.ออกมาชี้ กระทงหมีของเด็ก 15 ไม่มีความเหมือน “รีลัคคุมะ” ที่โดนจับลิขสิทธิ์ ทำให้เด็กกลายเป็นผู้เสียหาย ดำเนินคดีได้ทั้งแพ่ง อาญา และ” ประจักษ์ โพธิผล” อาจเข้าข่ายกรรโชกทรัพย์

ประจักษ์
วันที่ 8 พ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สื่อข่าวรายงานภายหลัง พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา
รอง ผบ.ตร. นำเอกสารหลักฐานมาชี้แจงต่อสื่อมวลชน หลังตัวแทนบริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์
จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์จำหน่ายสินค้าของบริษัท ซาน-เอ็กซ์ จำกัด บริษัทแม่ที่ ประเทศญี่ปุ่น ที่เข้าพบหารือ

ทั้งนี้ ผบ.ตร. ยืนยันว่า กระทงของเด็กอายุ 15 ปี ที่จ.นครราชสีมา ไม่เข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ เนื่องจาก ตรวจสอบแล้ว กระทงดังกล่าว ไม่มีความเหมือนหรือคล้ายตัวการ์ตูน “รีลัคคุมะ” ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท ซาน-เอ็กซ์ แต่อย่างใด ไม่เหมือนทั้งใบหน้า หู ตา และปาก เป็นแค่กระทงรูปหมีธรรมดา

ประจักษ์

“ทำให้เด็กอายุ 15 ปี กลับกลายเป็นผู้เสียหาย สามารถฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งและอาญา กับ นายประจักษ์ โพธิผล ได้ รวมถึง ได้รับเงินค่าชดเชยกับการถูกดำเนินคดี อีกทั้งบริษัท เวอร์ริเซ็ค ไม่ใช่ตัวแทนของบริษัทซาน-เอ็กซ์แล้ว ส่วนนายประจักษ์ จะเข้าข่ายกรรโชกทรัพย์ ตีกิน หรือแจ้งความเท็จหรือไม่ ยังไม่สามารถระบุได้ ต้องรอการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดก่อน แต่จากการตรวจสอบพบว่า บริษัท เวอร์ริเซ็ค ไม่ใช่ตัวแทนลิขสิทธิ์ของบริษัท ซาน-เอ็กซ์ฯ แล้ว”

ส่วนตำรวจที่ร่วมจับกุม กรณีเด็กขายอายุ 15 ปี ตรวจสอบแล้วพบว่า ดำเนินการไปตามขั้นตอน หลังรับแจ้งจากผู้ร้อง หลังจากนี้ จะต้องไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ในลักษณะนี้อีก ได้กำชับให้ตำรวจทุกพื้นที่ ตรวจสอบเอกสารหลักฐานตัวแทนลิขสิทธิ์ให้ถี่ถ้วนมากกว่านี้

สำหรับขั้นตอนการดำเนินการของบริษัท ที.เอ.ซี. ซึ่งเป็นบริษัทเดียว ที่ได้รับมอบอำนาจจากบริษัท ซาน-เอ็กซ์ฯ หากได้รับแจ้งมีการละเมิดลิขสิทธิ์ จะออกจดหมายเตือนก่อนถึง 2 ครั้ง หากไม่มีการแก้ไข จึงจะส่งตัวแทนดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งจากนี้ จะมีการดำเนินคดีกับนายประจักษ์ หรือ บริษัท เวอร์ริเซ็ต หรือไม่ เป็นเรื่องของคู่กรณี

บุกจับแม่ของแม่มณี ตร. พบมีเกี่ยวพันเส้นทางการเงิน เครือข่าย แชร์

เครือข่าย

เผยมารดา “แม่มณี” เป็นลมเพราะความดันสูง 220 ต้องนอนโรงพยาบาล หลัง ตร.อุดรธานี บุกจับคาปั๊มน้ำมัน ย้ำ เป็นคนสำคัญที่เอี่ยวเส้นทางทางการเงินของ เครือข่าย แม่มณี ที่ยักย้ายถ่ายโอนไปยังบุคคลอื่น

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.อุดรธานี พ.ต.อ.ศักดา เหมือนโพธิ์ พ.ต.อ.กริช ปัตลา รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธ์ ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี นำกำลังพร้อมหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ จ. 269/2562 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 จับกุม น.ส.ธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช อายุ 47 ปี ชาวบ้าน หมู่ 1 ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี มารดา น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช อายุ 30 ปี หรือ แม่มณี เท้าแชร์ลวงโลก โดยกล่าวหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน” โดยจับกุมได้ที่ลานจอดรถปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง บนถนนอุดรดุษฎี เขตเทศบาลนครอุดรธานี

เครือข่าย

ขณะที่ พล.ต.ต.นันทชาติ ได้แสดงและอ่านหมายจับให้ผู้ต้องหาฟัง และเข้าควบคุมตัวนั้น น.ส.ธวัลรัตน์ มีสีหน้าตกใจ หน้าซีด พร้อมกับยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในการโกงครั้งนี้ เพราะลูกสาวมาบอกให้ตนไปเปิดบัญชี บอกว่าจะเอาไปทำธุระ ยอมรับว่าตนก็สงสัยว่าลูกเอาเงินทองมากมายมาจากไหน แต่โดยพฤติกรรมแล้วตนก็ไม่สามารถสอบถามหรือพูดอะไรกับลูกสาวได้

พบมีเกี่ยวพันเส้นทางการเงิน เครือข่าย แชร์

เครือข่าย

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการโอนเงินในช่วงเวลาที่ น.ส.วันทนีย์ ถูกออกหมายจับ น.ส.ธวัลรัตน์ น้ำตาคลอเบ้า บอกว่า ลูกสาวเป็นคนเอาโทรศัพท์ไปโอนเงินเอง จากนั้นก็เป็นลมล้มพับ พล.ต.ต.นันทชาติ ต้องรีบเข้าอุ้มเพื่อไม่ให้ศีรษะน็อกพื้น และสั่งให้ตำรวจรีบนำขึ้นรถนำส่งโรงพยาบาลเทศบาลนครอุดรธานีที่อยู่ใกล้ที่สุด โดยแพทย์ได้วัดความดันและฉีดยานอนหลับ ก่อนส่งตัวไปโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี

เครือข่าย แม่มณี ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อช่วงเที่ยงวันนี้ (7 พ.ย.) หลังจาก นายแพทย์วิเชียร รุ่งนิติธรรม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ผู้ป่วยมีความดันสูงถึง 220 ทำให้แพทย์ต้องเร่งเข้าช่วยเหลือ โดยมีการฉีดยานอนหลับเพื่อให้ได้พักผ่อนเพราะผู้ป่วยมีความเครียด ขณะนี้ความดันลดลง 180 และต้องอยู่ในห้องนอนรอเพื่อสังเกตอาการก่อน

พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ในเรื่องของกฎหมายตำรวจก็ทำควบคู่กับเรื่องมนุษยธรรม ในเมื่อผู้ต้องหาไม่สบายเราก็ต้องช่วยกันรักษาให้ปลอดภัยที่สุด สำหรับตัวผู้ต้องหารายนี้ถือว่าเป็นรายสำคัญมากที่สุด เพราะเป็นเส้นทางทางการเงินของเครือข่ายแม่มณี ที่ยักย้ายถ่ายโอนไปสู่คนอื่นๆ โดยตำรวจจะเร่งสอบปากคำขยายผลหาเงินที่หายไปทั้งหมด.

ตร. สระแก้ว จับได้ตัวแล้ว ไอ้หน่อยยอมมอบตัว ไอ้บาสยิงตัวเองพร้อมเมีย

สระแก้ว

ตร. สระแก้ว ตามกดดัน แก๊งคนร้ายหนีศาลพัทยา ล่าสุด ได้ตัว “ไอ้หน่อย” 1 ใน 3 ที่หลบหนีแล้ว หลังไปหลบ
ในไร่อ้อยใน อ.วัฒนานคร ส่วน “ไอ้บาสกับเมีย” มีรายงานว่าพยายามยิงตัวตาย จนท.เร่งนำส่งโรงพยาบาล

สระแก้ว
เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ความคืบหน้าการติดตามไล่ล่า 3 ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ล่าสุด พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ผช.ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ต.ณัฐพงษ์ สัตยานุรักษ์ ผบก.สส.ภ.2 พล.ต.ต.ปราศรัย จิตตสนธิ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว
ลงพื้นที่บัญชาการที่สถานีตำรวจชุมชน บ้านคลองมะนาว หมู่ 8 ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร สั่งการให้เจ้าหน้าที่
ใช้ความระมัดระวังในการค้นหา พร้อมตั้งจุดตรวจจุดสกัดที่บริเวณวงเวียนตู้สายตรวจบ้านคลองมะนาว ก่อนหน้า
นี้ชุดติดตามได้เข้าไปควบคุมตัวผู้ที่มีเบาะแสและสอบสวนทราบว่า พบเห็นนักโทษทั้ง 3 คน มาที่บ้านร้างแห่ง
หนึ่งในพื้นที่บ้านเขาสามสิบ ต.เขาฉกรรจ์ อ.เขาฉกรรจ์ และได้เดินเข้าป่าไปเมื่อช่วงเย็นวานนี้

สระแก้ว
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกส่วนได้คุมตัวผู้มีส่วนเกี่ยวข้องนำพาหลบหนีไว้ได้แล้ว 3 คน เป็นชาย 2
คน หญิง 1 คน ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยพบเบาะแสว่ามีรถยนต์ขับนำหน้าให้หนึ่งคันเป็นรถฟอร์จูนเนอร์
สีดำ จากนั้นเมื่อมาถึง อ.กบินทร์บุรี ตัว นักโทษที่เป็นผู้หญิงพร้อมฝรั่งได้ลงพักค้างแรมที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ส่วน
ที่เหลือได้มุ่งหน้ามาที่ จ.สระแก้ว และเข้าพักค้างแรมที่ ต.ท่าเกษม อ.เมือง จากนั้นช่วงเช้ามืดกลุ่มที่พาหลบหนี
ที่พักแรมใน ต.ท่าเกษม ได้พานักโทษหลบหนีไปหลบซ่อนตัวที่บ้านร้างแห่งหนึ่งใน ต.เขาจาน อ.เขาฉกรรจ์ ซึ่ง
ห่างไปอีก 20 กม. โดยนายหน่อย 1 ในผู้ต้องหาที่หลบหนีพร้อมแฟนสาวลงที่บ้านร้างในพื้นที่บ้านเขาจาน อ.เขาฉกรรจ์

จนกระทั่งเมื่อเวลา 12.00 ของวันนี้ 6 พ.ย. เจ้าหน้าที่สืบทราบพิกัดและกดดันที่ป่าอ้อย ม.8 บ้านเขาจาน ต.ท่า
เกวียน อ.วัฒนานคร  เจ้าหน้าที่ตำรวจไปพบ นายหน่อย นิลเทศ 1 ใน 3 ผู้ต้องหา พร้อมแฟนสาวและเพื่อนแฟนสาว รวม 3 คน จึงได้จับกุมตัวไว้ได้

สระแก้ว
ส่วนนายบาส หรือ บาร์ต เอลเลน เฮลมัส ชาวอเมริกัน กับ น.ส.อ้อม หรือ สิรินภา วิเศษฤทธิ์ แฟนสาว มีรายงาน
ข่าวว่า คนร้ายที่มีอาวุธติดตัวอยู่ห่างจากจุดที่พบนายหน่อยไปราว 700 เมตร โดย จนท.ได้ยินเสียงปืน 2 นัด
คาดว่านายบาสและเมียจะเครียด ทนแรงกดดันของเจ้าหน้าที่ไม่ไหว เลยพยายามเอาปืนยิงตัวเองเพื่อหนีความผิด จนท.เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว.

สระแก้ว

โฆษกศาล ตั้ง กก.สอบหัวหน้าศาลพัทยา เหตุ 3 ผู้ต้องหาหลบหนี

เหตุ

เหตุ 3 ผู้ต้องหาหลบหนี โฆษกศาล เผยหัวหน้าศาลพัทยาสั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง เหตุการณ์คนร้ายควงปืน-มีด ยิงเเทงตำรวจดูแลศาลหลบหนี ในทุกประเด็นเพื่อความบกพร่องว่าทำไมคนร้ายมีอาวุธ

เหตุ

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรมกล่าวถึงความคืบหน้าในคดีที่ 3 คนร้ายคดียาเสพติดได้ร่วมกันใช้อาวุธปืนและมีดก่อเหตุทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลความเรียบร้อยบริเวณศาลจังหวัดพัทยาแล้วหลบหนีไปว่า ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพัทยาจะเซ็นหนังสือคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทุกประเด็น เพื่อหาสาเหตุความบกพร่องที่เกิดขึ้นว่า ทำไมคนร้ายจึงมีอาวุธปืนและมีดใช้ในการหลบหนีได้ โดยได้รับรายงานว่าเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็จะมีการดำเนินการในส่วนของหน่วยงานตัวเองอยู่เช่นกัน

ตั้ง กก.สอบหัวหน้าศาลพัทยา เหตุ 3 ผู้ต้องหาหลบหนี

 

เหตุ

สำหรับอาการของ ร.ต.อ.ธนะเมศฐ์ โพธิพันธ์ รองสว.ป.สภ.สัตหีบ ซึ่งถูกทำร้ายบาดเจ็บ ขณะนี้ ยังอยู่ในห้องไอซียู โดยคนไข้ยังรู้สึกตัวดีอยู่ มีอาการคงที่ชีพจรปกติแต่ยังต้องใส่สายระบายเลือดที่ปอด โดยในวันนี้แพทย์จะดูผลเลือดอีกครั้งหนึ่ง คาดว่าถ้าอาการคงที่ในช่วงบ่ายก็อาจจะย้ายไปห้องพักพื้นได้

นายสุริยัณห์ กล่าวต่อว่า สำหรับ นายบาส หรือ บาร์ต อาเลน เฮลมัส อายุ 39 ปี และนางสาวสิรินภา วิเศษฤทธิ์ อายุ 30 ปี เป็นจำเลยในคดีหมายเลขดำ ย1356/2562 ที่พนักงานอัยการจังหวัดพัทยาได้ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมาในความผิดฐานร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ส่วน นายหน่อย หรือต้น นิลเทศ อายุ 41 ปี เป็นจำเลยในคดีพนักงานอัยการจังหวัดพัทยายื่นฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ ย1344/2562 ในความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (ยาเค) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งคดีทั้งสองสำนวนเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงถึงประหารชีวิต โดยขณะนี้อยู่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการติดตามจับกุมคนร้ายอยู่“…