ผู้ต้องขัง คุกพิเศษกรุงเทพ ร่วมแคมเปญ เสียงปรบมือคือกำลังใจ ถึงทีมหมอสู้ โควิด

ผู้ต้องขัง
ผู้ต้องขัง ร่วมแคมเปญ เสียงปรบมือคือกำลังใจ ถึงทีมหมอสู้ โควิด

ผู้ต้องขัง / จากกรณีโซเชียลมีเดียผุดแคมเปญ “เสียงปรบมือคือกำลังใจ” ซึ่งมีการ นัดปรบมือ เป็นเวลา 5 นาทีที่ระเบียงบ้าน หน้าบ้าน ในบ้าน หรือจากที่ไหนก็ได้ เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณแล้วก็ให้กำลังใจบุคลากรด้านการแพทย์ โดยเริ่มเวลา 20.00 น.ของวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา

ซึ่งแคมเปญดังที่ได้กล่าวมาแล้วได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยมีผู้คนจากหลากหลายอาชีพ รวมทั้งเหล่านักแสดง ศิลปิน รวมทั้งคนมีชื่อเสียงจากวงการต่างๆร่วมปรบมือรวมทั้งอัดคลิปโพสต์ลงอินสตาแกรม เฟซบุ๊ก และก็ทวิตเตอร์ เพื่อเป็นการให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ทางด้านการแพทย์

ผบ.คุกพิเศษกรุงเทพ เผยเสียงปรบมือจากคนคุก
นอกจากนี้ นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ยังได้โพสต์คลิปผู้ต้องขังสวมหน้ากากอนามัยภายในเรือนนอนของเรือนจำพิเศษกรุงเทพที่ได้ร่วมกันปรบมือเพื่อให้กำลังใจแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกคนที่เป็นด่านแรกในการต่อสู้กับโควิด-19

โดย นายกฤช ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “เสียงปรบมือจากคนคุก ส่งออกมาให้กำลังใจคุณหมอ คุณพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน ที่เสียสละเพื่อพี่น้องร่วมชาติของเรา”…

คนแรกในจังหวัด !! ชายวัย 58 ป่วยโควิดรายแรกของ จว. ติดจากเวทีลุมพินี

คนแรกในจังหวัด

คนแรกในจังหวัด !! ชายวัย 58 ป่วยโควิดรายแรกของ จว. ติดจากเวทีลุมพินี

คนแรกในจังหวัด -วันที่ 25 มี.ค. นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าอยุธยา ออกประกาศอย่างเป็นทางการ ระบุชัดว่า เจอคนไข้ติดโรคโควิด-19 นับว่าเป็น คนป่วยรายแรก ของจังหวัดแล้ว โดยเป็นเพศชาย อายุ 58 ปี มีบ้านเกิดอยู่ในเขต อ.มหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีประวัติดำเนินงานใกล้กับชิดกับคนเจ็บโควิด-19 กรณีติดโรคจากสนามมวยลุมพินี

โดยผู้ป่วยรายนี้เข้ารับการตรวจครั้งแรก ที่สถาบันบำราศนราดูร เมื่อวันที่ 23 มี.ค. จากนั้นเดินทางกลับบ้านพักใน อ.มหาราช และผลตรวจยืนยันซ้ำ พบว่าชายอายุ 58 ปีคนนี้ ได้ติดเชื้อแน่นอน ล่าสุดได้มีการส่งตัวเข้ารับการรักษา ที่โรงพยาบาลบำราศนราดูร เรียบร้อยแล้ว

ส่วนผลการสอบสวนโรค พบว่าผู้ป่วยรายนี้ เริ่มมีอาการป่วยจริง ตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค. และเริ่มกักตัวอยู่ในบ้านเพราะสุ่มเสี่ยง แต่พบว่าในบ้านมีผู้อยู่อาศัยรวมกันหลายคน ขณะนี้จึงให้กักตัวผู้อยู่ในบ้านทั้งหมดอีก 14 วัน

อ่วมแน่ !! กรมอุตุฯ เตือนพายุฤดูร้อน 49จว. พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง

อ่วมแน่

อ่วมแน่ !! กรมอุตุฯ เตือนพายุฤดูร้อน 49จว. พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง

อ่วมแน่ / วันที่ 20 มีนาคม อต. พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทย ตอนบนมีอากาศร้อนโดยปกติ และก็มีลมพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าร้อง ลมกระโชกแรง รวมทั้งลูกเห็บตกบางพื้นที่

ในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก แล้วก็ภาคกลาง และจ.กรุงเทพฯรวมทั้งปริมณฑล

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าร้อง และก็ลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น โดยเลี่ยงการอยู่ในที่โล่ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งก่อสร้าง รวมทั้งป้ายที่ใช้สำหรับโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับ

เกษตรกรควรจะเตรียมการป้องกัน รวมทั้งระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 04.00 น. หย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ประกอบกับคลื่นอากาศในกระแสลมฝ่ายตะวันตกจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาค ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น สำหรับภาคใต้มีลมตะวันออกพัดปกคลุม

ฝุ่นละอองขนาดเล็กในระยะนี้ ลมใต้ และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีกำลังอ่อน ทำให้มีการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันลดลง ส่วนภาคเหนือตอนบนอากาศลอยตัวขึ้นได้ไม่ดีในตอนเช้า ทำให้มีการสะสมฝุ่นละออง/หมอกควันมีการสะสมมาก ส่วนมากทางตอนบนของภาค

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น.ของวันนี้ ถึงเวลา 06.00 น.ของวันที่ 21 มี.ค.นี้

  • ภาคเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุตรดิตถ์ น่าน สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 18-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส
    ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี หนองบัวลำภู นครพนม สกลนคร มุกดาหาร ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
  • ภาคกลาง อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี สระบุรี ลพบุรี อ่างทอง ชัยนาท นครสวรรค์ และอุทัยธานี กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
  • ภาคตะวันออก มีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ อุณหภูมิต่ำสุด 21-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) เมฆบางส่วน กับมีฝนบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

หนุ่มไทยกลับจากสเปน มาถึงไร้คนตรวจ เดินออกสนามบินชิลๆ 5-6 ร้อยคน

มาถึงไร้คนตรวจ

หนุ่มไทยกลับจากสเปน มาถึงไร้คนตรวจ เดินออกสนามบินชิลๆ 5-6 ร้อยคน

โควิด-19 ช่วงวันที่ 18 มี.ค. จากในกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง มาถึงไร้คนตรวจ ได้โพสต์เนื้อความ โดยมีเนื้อหาถึงการทีเจ้าตัวเดินทางกลับจาก บาร์เซโลน่า สเปน 1 ในประเทศที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อยู่ขณะนี้ ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยระบุดังต่อไปนี้

ก่อนที่ผมจะบินกลับจากบาร์เซโลน่า ผมได้รับข้อมูลมากมายจากหลายๆคนว่า ผมจะต้องโดนตรวจร่างกายอย่างเข้มงวดตอนมาถึงเมืองไทย หรือผมอาจจะต้องโดนกักตัว ถ้าเกิดตรวจเจอเชื้ออะไรบางอย่างในร่างกาย และผมก็เตรียมใจไว้แล้วด้วยถ้าจะต้องโดนกักตัว

ผมมาที่สนามบินบาร์เซโลน่าตอนเช้ามืด และโดนตรวจร่างกายอย่างเข้มข้นก่อนขึ้นเครื่อง ทำให้เที่ยวบินล่าช้าไป 2 ชั่วโมง ผมมาต่อเครื่องที่อาบูดาบี (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) ก็ต้องเดินผ่าน 3 ขั้นตอนในการตรวจร่างกายก่อนขึ้นเครื่อง

จนผมบินมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ผมเดินลงจากเครื่องตอน 6 โมงเช้า เดินผ่านตม. ไปยืนรอรับกระเป๋าพร้อมกันกับนักเดินทาง 5-6 ร้อยคน ที่บินมากับสายการบินอื่น ๆ 2-3 ลำ ที่บินลงในเวลาไล่เลี่ยกับผม

เมื่อได้กระเป๋าผม รวมทั้งอีก 5-6 ร้อยคนในขณะนั้น ก็เดินออกไปต่างประเทศสนามบิน โดยที่ไม่ได้เจอะเจอกับเจ้าหน้าที่แมวน้ำอะไรใดๆที่จะมาตรวจร่างกายเลยแม้แต่นิดเดียว

ผมขอโทษครับ !! เด็กแว้น ทำผู้ป่วยเสียชีวิต เหตุขี่รถขวาง เผยไม่รู้มีรถตามหลัง

ผมขอโทษครับ

ผมขอโทษครับ !! เด็กแว้น ทำผู้ป่วยเสียชีวิต เหตุขี่รถขวาง เผยไม่รู้มีรถตามหลัง

ผมขอโทษครับพบตัวแล้ว! เด็กแว้น ขี่ขวางรถกู้ภัย ทำผู้เจ็บป่วยเสียชีวิต เปิดเผยไม่รู้เรื่องมีรถตามหลังมา ขออภัยครอบครัวคนเสียชีวิตด้วย แจงปมขับขวาง
จากกรณีโซเชียลเน็ตเวิร์คมีการแชร์ภาพเด็กแว้นคนหนึ่งขับ รถจักรยานยนต์ ขวางรถยนต์กู้ภัยปรากฏชัดหนองคาย รอบๆถนนมิตรภาพหนองคาย-จังหวัดอุดรธานี หน้าห้างแมคโคร ขณะรีบนำผู้เจ็บป่วยอาการหนักที่บ้านคำโป้งส่งโรงพยาบาลหนองคาย จนส่งผลให้คนไข้เสียชีวิต ซึ่งเหตุดังที่กล่าวถึงแล้วเกิดขึ้นเมื่อตอนเช้าวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา จากที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 18 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งเป็นเด็กแว้นที่ปรากฏในภาพขับรถจักรยานยนต์ขวางรถกู้ภัยประจักษ์หนองคาย ได้โพสต์ข้อความถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “ผมขอโทษไปยังญาติผู้เสียชีวิตนะครับ คือผมไม่ได้ตั้งใจไม่หลบรถกู้ภัยนะครับ คือผมไม่รู้จริง ๆ ครับว่ามีรถกู้ภัยตามหลังมา เพราะไม่ได้ยินเสียงรถกู้ภัย คือผมจะยูเทิร์นกลับรถ ผมก็เลยรีบไปแล้วผมไม่รู้ว่ากู้ภัยตามหลังมา ผมขอโทษไปยังญาติผู้เสียชีวิตด้วยนะครับ”

นอกจากนี้ ยังโพสต์ข้อความอีกด้วยว่า “อันนี้ผมก็ฝากแชร์ไปยังญาติผู้เสียชีวิตด้วยนะครับ” โดยมีผู้เข้าไปวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของเด็กแว้นรายเป็นจำนวนมาก…

เตือนระดับ3 !! ‘ญี่ปุ่น’แนะประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปทวีปยุโรป

เตือนระดับ3

เตือนระดับ3 !! ‘ญี่ปุ่น’แนะประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปทวีปยุโรป

เตือนระดับ3 /เมื่อวันที่ 17 เดือนมีนาคม 2563 บรรษัทกระจายเสียง ประเทศญี่ปุ่น หรือ เอ็นเอชเค แถลงการณ์ว่า ญี่ปุ่นจะเพิ่มระดับข้อแนะนำเรื่องการเดินทางเป็นระดับ 3 ซึ่งได้ประกาศใช้กับประเทศอิตาลีไปแล้ว โดยจะขยายขอบเขตให้ครอบคลุมพื้นที่รอบๆทวีปยุโรปด้วย

โดยในประกาศเตือนนี้ จะขอให้ประชาชนเลี่ยงการเดินทางทุกจำพวก และก็ขอให้พลเมืองคนญี่ปุ่นที่พำนักพักพิงอยู่ในประเทศพวกนั้น จัดแจงสำหรับความเป็นไปได้ที่จะมีการอพยพกลับประเทศ

สำหรับประเทศยุโรปประเทศอื่นๆซึ่งรวมทั้งเยอรมนี ฝรั่งเศส แล้วก็ประเทศนอร์เวย์ แต่ไม่รวมอังกฤษ จะเป็นคำเตือนการเดินทางระดับที่ 2 ที่ขอให้พลเมืองเลี่ยงการเดินทางถ้าหากว่าไม่มีความจำเป็น…

ยอมมอบตัว !! ปมแค้น ยิงดับ ผู้กองโย คาสนามกีฬา

ยอมมอบตัว

ยอมมอบตัว !! ปมแค้น ยิงดับ ผู้กองโย คาสนามกีฬา

ยอมมอบตัว / จากกรณีฆาตกรบุกยิง ร้อยตำรวจเอกสมพงษ์ สุดฉิม หรือ ผู้กองโย อายุ 33 ปี ตำแหน่ง รอง สว.(ไต่สวน) สภ.ที่นาโยง ช่วยราชการพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยยอด ด้วยอาวุธปืนจำพวกลูกบด ขนาด .38

ปริมาณ 2 นัดหมาย กระสุนเจาะเข้าบริเวณขมับขวาทะลุขมับซ้าย 1 นัดหมาย แล้วก็สะบักขวา กระสุนฝังใน  1 นัดหมาย จนกระทั่งบาดเจ็บอย่างหนัก ก่อนถูกนำตัวส่งโรงหมอห้วยยอด รวมทั้งเสียชีวิตในเวลาถัดมา ส่วนฆาตกรขับรถเก๋ง แบรนด์นิสสัน สีส้ม ทะเบียน กต8759 ตรัง หลบซ่อนไป จากที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ปัจจุบันวันที่ 16 มี.ค. พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบกรัมภ.จว.ตรัง เปิดเผยว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 15 มี.ค.ก่อนหน้านี้ นายอรุธ โพธิ์ถาวร อายุ 30 ปี ได้เดินทางมากับอาวุธปืนขนาด .38 รวมทั้งรถเก๋งคันที่ใช้ในการก่อเหตุ เข้ามามอบตัวกับตำรวจ พร้อมยอมรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือก่อเหตุจริง ซึ่งในเวลานี้อยู่ระหว่างการสอบสวน

พล.ต.ต.ถาวร กล่าวต่อว่าต่อขาน จากการไต่สวนพื้นฐาน คาดเกิดเรื่องรู้ผิด ฆาตกรอาจจะมีอารมณ์หึงในรูปแบบนี้ ซึ่งทาง ร.ต.อ.สมดงษ์เป็นผู้ที่ตั้งใจขยันทำงาน ทำให้เกิดความรู้สึกเสียดายที่แวดวงตำรวจจะต้องเสียบุคลากรที่ดี แต่ พวกเราจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งข้าราชการได้เชิญตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาไต่สวนเพิ่มเติมอีก ก่อนจะดำเนินการตามกฎหมายถัดไป…

ดวงไฟปริศนา !!ชาวบ้านบุกพิสูจน์ “ผีกระสือ”หลังลูกหมูป่าหาย

ดวงไฟปริศนา

ดวงไฟปริศนา !!ชาวบ้านบุกพิสูจน์ “ผีกระสือ”หลังลูกหมูป่าหาย

ดวงไฟปริศนา / เมื่อเวลา 03.20 น. วันที่ 14 มี.ค. ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ปราจีนบุรี เดินทางลงพื้นที่หมู่บ้านว่านเหลือง หมู่ 2 ต.นาดี อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เพื่อร่วมพิสูจน์ดวงไฟปริศนา

ซึ่งมีผู้โพสต์ว่าพบเห็นในหมู่บ้านหนองกระเบา ม.3 ตำบลลาดตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี และก็ที่หมู่บ้านบ้านว่านเหลือง หมู่ 2 ตำบลท้องนาดี อำเภอทุ่งนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่ง2หมู่บ้านนี้ อยู่ห่างกันคนละอำเภอ ราว 50 กิโลเมตรเศษ โดยคืนเดียวกับที่มีคนพบเจอดวงไฟแปลกในพื้นที่ อำเภอกบินทร์บุรี พร้อมด้วย ลูกหมูป่า (โทน)แรกคลอดหายไปจากเล้า แล้วก็ยังมีนักเรียนผู้หญิงวัย 9 ขวบเศษใช้มือถือถ่ายรูปแสงไฟดวงดังกล่าวไว้ได้ ดังที่เสนออย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านั้น

โดยได้พบกลุ่มเด็กวัยรุ่นกลุ่มใหญ่เกือบ 10 คน พากันขับขี่ซ้อนรถจยย.จับกลุ่มคอยดักพิสูจน์แสงไฟประหลาดที่ชาวบ้านเห็น และลูกหมูป่า(โทน)หายไป โดยคาดว่าเป็นผีกระสือ หรือ ผีปอบ ในหมู่บ้านตลอดทั้งคืน ท่ามกลางหมาเห่าเสียงขรม

เมื่อสอบถามได้ความว่า พากันมาดักเฝ้าดูเนื่องจากต้องการพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง หลังจากเห็นในคลิปที่เด็กหญิงวัย 9 ขวบถ่ายภาพแสงประหลาดเอาไว้ได้ โดยหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นยืนยันว่า ในคืนวันที่ลูกหมูป่า(โทน)หายไปนั้น พวกตนนั่งเล่นโทรศัพท์กันอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้ามกับบ้านที่เลี้ยงหมูป่า ได้ยินเสียงหมูร้องลั่น คิดว่าพวกมันหยอกกัน จนรุ่งเช้าจึงทราบว่าลูกหมูป่า(โทน)หายไปพร้อมกับมีเด็กหญิงที่บ้านอยู่ใกล้ๆ กันกับเล้าหมู ถ่ายภาพแสงประหลาดดวงนั้นไว้ได้

แต่คืนนี้เหมือกับแสงประหลาดจะหยั่งรู้ว่ามีคนดักเฝ้าดู ตลอดทั้งคืนจึงไม่ออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย

ด้านนางจ่อย เลิศล้ำ อายุ 63 ปี เลขที่ 2 หมู่ 2 ต.นาดี อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เจ้าของลูกหมูที่หายไปกล่าวว่า เลี้ยงหมูป่าไว้ และคลอดลูกออกมา 1 ตัวเป็นลูกโทนประมาณ 7 วัน ในคืนวันเกิดเหตุช่วงกลางดึกของวันที่ 11 มี.ค. หมูป่าได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย

โดยคอกที่ขังหมูป่า-ลูกหมู ยังอยู่ปกติ ภายหลังที่มีเด็กหญิงวัย 9 ปีบ้านอยู่ตรงกันข้ามกันถ่ายรูปแสงไฟแปลกไว้ได้พอดี พร้อมๆเพื่อนบ้านได้ยินเสียงลูกหมูในเล้าร้องเสียงโหยหวนก่อนหายไปในเวลาเช้า

ในอดีตอาจมีเรื่องแสงประหลาด แต่ในตอนนี้แสงสว่างหรือดวงไฟประหลาดไม่มีให้มองเห็น มามีคนเห็นพร้อมเกิดเรื่องราวลูกหมูป่า(โทน)หายไป กระทั่งผู้สื่อข่าวมากันตลอดทั้งวันก็ครั้งนี้ ในเรื่องความศรัทธาว่าเป็นกระสือ หรือไม่นั้น แม้ไม่เชื่อ ตนเองก็ไม่เคยลบหลู่ในเรื่องเล้นลับนี้

แหล่งที่มา www.khaosod.co.th…

มาเต็มรูปแบบ !! ไลฟ์สดขายยาไอซ์-ยาบ้าในโซเชียล อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

มาเต็มรูปแบบ

มาเต็มรูปแบบ !! ไลฟ์สดขายยาไอซ์-ยาบ้าในโซเชียล อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

วันที่ 12 มี.ค. 2563 ผู้รายงานข่าวได้รับแจ้งจาก ตำรวจปปส.ภูธร จังหวัดอุดรธานี ว่า มีชายคนหนึ่งได้ โพสต์ขายยา ม้าไอซ์ แล้วก็ยาขยันลงขายในโซเซียล มาเต็มรูปแบบ โดยยิ่งไปกว่านั้นในเพจซื้อขายของชื่อดังใน จังหวัดอุดรธานี โดยมีผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊กชื่อว่า “Sarayoot Adsanddance” แล้วก็ใช้อีกชื่อว่า “ตัวเล็กตัวใหญ่ยาบ้ายาไอซ์” ได้ไลฟ์สดเป็นภาพยาบ้าใส่อยู่ถุงพลาสติกสีน้ำเงิน รวมทั้งมียาไอซ์ใส่ในถุงพลาสติกใส่ พร้อมด้วยโชว์จำนวนน้ำหนักของยาไอซ์ให้มอง พร้อมพูดว่า “พอใจทักมา” ทั้งนี้ ถึงกับต้องตกตะลึง ด้วยเหตุว่ามีผู้กดชื่นชอบรวมทั้งผู้ติดตามเพจนี้เป็นพันๆคนเลยทีเดียว

ในเวลาเดียวกันนี้ ชายคนดังกล่าวยังได้โพสต์ยาขยันรวมทั้งยาไอซ์ในเพจข่าวสารของอุดรฯ อีกหลายห้อง สร้างความตะลึงงันให้กับคนธรรมดาทั่วไปที่เข้าไปมองอย่างยิ่ง โดยในโพสต์ของคนที่ใครๆก็รู้จักกล่าวยังบอกอีกว่า อันละ 150 บาท ต่างจังหวัดส่ง…แถมยังบอกอีกว่า “พบของที่หลักกิโล เลยเก็บมาขาย เพจนี้มีคนติดยาไหม จะขายให้ถูกๆอยากได้เงินใช้” โดยมีคนไปแสดงความคิดเห็นจำนวนหลายชิ้น บ้างก็กล่าวว่า ฮาร์ดคอร์มาก ขายกันอย่างงี้เลยหรอ!!!

เวลาที่ พันตำรวจโทอรรคพล ยี่เกาะ สว.สส.ภ.จ.อุดรธานี พูดว่า ภายหลังมีคนโพสต์ขายยาบ้ายาไอซ์ในโซเชียลอย่างไม่กลัวข้อบังคับ ในเวลานี้ตำรวจจะได้รีบสอบสวนหาตัวฆาตกรมาดำเนินคดีโดยด่วนต่อไป…

ศึกสายเลือด น้องฆ่าพี่ โกรธแค้นถูกด่าทอไอ้ลูกทรพี ผูกใจแค้นเผาบ้านทำแม่ตาย

ศึกสายเลือด น้องฆ่าพี่

น้องฆ่าพี่ แค้นที่ถูกด่า ไอ้ลูกทรพี เผาบ้านหวังฆ่าพี่ชาย

ในที่สุดกลายเป็นแม่


ศึกสายเลือด น้องฆ่าพี่ ขวดเบียร์ 7 ขวดและก็ตามด้วย ไม้หน้าสามรัวตีหัว ตายคามือ ปมโกรธแค้นสะสมมานาน ถูกทำร้ายร่างกายบ่อยๆ แถมโดนด่าทอ ไอ้ลูกทรพี ผูกใจแค้นเคยก่อไฟเผาบ้านหวังฆ่าพี่ชายขี้เมาหยำเป แต่ว่าในที่สุดกลายเป็นแม่ที่นอนป่วยไข้ถูกไฟคลอกตายทั้งเป็น

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 10 มีนาคม63 ที่ห้องประชุม ศปก.สภ.เพ็ญ จังหวัดอุดรธานี พลตำรวจตรีนันทชาติ ศุภมงคล ผบกรัมภ.จังหวัดอุดรธานี พันตำรวจเอกสรรธาน อินทรจักร รอง ผบก.ภ.จังหวัดอุดรธานี พันตำรวจเอกชลิต ศรีหานู ผู้กำกับการสภ.เพ็ญ แล้วก็ตำรวจชุดสอบสวนร่วมกันจับตัวแล้วก็สอบสวน นายถนอม ชุมเสน อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 334 มัธยม9 บ้านยามกาน้อย ตำบลบ้านธาตุ อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี ในข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พร้อมหลักฐานไม้หน้าสาม ความยาว 80 ซม.

ดังนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 22.17 น. วันที่ 9 มี.ค. ก่อนหน้านี้ ระหว่างที่ ร้อยตำรวจเอกสิทธศาตร์ มูลมานัส รอง สว.(สอบปากคำ) สภ.เพ็ญ ทำหน้าที่อยู่บนโรงพัก รับแจ้งจาก นายบุญตอม ทองเพ็ญ อายุ 50 ปี ผู้ใหญ่บ้าน มัธยม9 บ้านยามกาน้อย ว่ามีเหตุน้องชายใช้ขวดเบียร์ขวดเหล้าแล้วก็ไม้หน้าสามตีหัว นายหนูกัน ชุมเสน อายุ 45 ปี พี่ชาย เสียชีวิตอยู่รอบๆหลังบ้านข้างห้องสุขา บ้านเลขที่ 334 มัธยม9 ตำบลบ้านธาตุ อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี ข้างหลังก่อเหตุนายถนอม ชุมเสน อายุ 35 ปี ผู้ต้องหารวมทั้งเป็นน้องชายแท้ๆของผู้เสียชีวิต ได้ปั่นจักรยานมามอบตัวกับผู้ใหญ่บ้าน ให้ช่วยแจ้งตำรวจมาคุมตัวไปฟ้องโดยชอบด้วยกฎหมาย

ศึกสายเลือด น้องฆ่าพี่

ก็เลยรายงานให้หัวหน้ารับรู้ ก่อนออกไปสำรวจพร้อมกับตำรวจสอบสวน รวมทั้งตำรวจคุ้มครองป้องกันแล้วก็ล้มล้าง เจอศพคนตายนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด รอบๆทั่วหัวถูกตีด้วยของแข็งจนกระทั่งเหลว กะโหลกศีรษะแตก มันสมองไหลท่วมทั่วพื้น ข้างศพเจอขวดสุราเบียร์แตกกระจัดกระจายปริมาณหลายขวด แล้วก็ไม้หน้าสามเปรอะเลือด ก่อนคุมตัวนายถนอม ชุมเสน พร้อมหลักฐานที่ใช้ก่อเหตุมาทำการสืบสวนที่สถานีตำรวจ ส่วนศพคนเสียชีวิตมอบให้สมัครใจช่วยเหลือมูลนิธิความรู้ธรรมสถานที่ จุด อำเภอเพ็ญ นำศพไปรักษาไว้ที่ โรงพยาบาลเพ็ญ ก่อนมอบศพให้พี่น้องไปบำเพ็ญกุสลตามประเพณี

พลตำรวจตรีนันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จังหวัดอุดรธานี กล่าวมาว่า จากการสืบสวน นายถนอม ชุมเสน ผู้ต้องหา ให้การยอมรับว่า เป็นคนลงมือฆ่าพี่ชายของตัวเองจริง โดยใช้ขวดเบียร์แล้วก็ขวดสุราตีหัวพี่ชายจนถึงขวดแตกทั้งผองรวม 7 ขวด ก่อนเดินเข้าไปในบ้านเอาไม้หน้าสามมาตีหัวพี่ชายแบบไม่ยั้งนับครั้งไม่ถ้วน จนกระทั่งสมองไหลท่วมพื้นเสียชีวิตคาที่ ปัจจัยคนเสียชีวิตซึ่งเป็นพี่ชายเวลาเมาเหล้าชอบดุด่าผู้ต้องหาซึ่งเป็นน้องชายว่า “ไอ้ลูกไม่สำนึกในบุญคุณ” รวมทั้งถูกใจหาเรื่องต่อยทำร้ายร่างกายอยู่เป็นประจำ และก็น้องชายเป็นข้างแพ้ทุกหน บางครั้งบางคราวถึงกับขนาดถูกตีจนกระทั่งสลบ ทำให้เก็บความโกรธแค้นสะสม ประกอบกับผู้ต้องหามีประวัติการดูแลรักษาจิตเวชเมื่อราวๆ 8 ปีให้หลัง จากการต่อว่าดเสพยาขยันอย่างมากแล้วก็ติดเหล้า ทำให้จิตจิตหลอนกลัวคนมาทำร้าย

ส่วนปมสังหารพี่ชายอย่างใจร้าย เป็นผลมาจากความแค้นสะสมมาตั้งแต่เมื่อตอนกลางวันของวันที่ 18 ม.ย. 2555 ถูกคนเสียชีวิตไล่ออกจากบ้านรวมทั้งถูกผู้เสียชีวิตปองร้าย ผู้ต้องหาเลยออกไปดื่มเหล้าแล้วก็เสพยาบ้า ทั้งๆที่ยังอยู่ระหว่างการดูแลรักษาจิตเวช เพื่อย้อมใจกลับมาเผาบ้านของตัวเอง ขณะแม่นอนเจ็บไข้อยู่ในบ้าน รวมทั้งถูกไฟเผาตายทั้งเป็นด้านในภาย แต่ว่าเจตนาที่จริงจริงเป็นจะเผาบ้านฆ่าพี่ชาย มีความคิดว่าพี่ชายนอนเมาแอ๋หลับอยู่ในบ้าน ก็เลยเกิดเรื่องราวทำให้คนตายผูกใจแค้นมาตลอด และชอบด่าทอทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาประจำ

ศึกสายเลือด น้องฆ่าพี่

จนกระทั่งเมื่อคืนมีบุญประจำปีของหมู่บ้าน เป็นบุญเดือนสี่ ผู้ต้องหากลับมาบ้านมองเห็นพี่ชายนั่งอยู่ข้างหลังบ้านมีลักษณะอาการเมาเหล้า ถ้าหากไม่เมาก็ไม่มาคุยกันดีๆด้วยเหตุว่าอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน พร้อมทั้งตะโกนร้องบอกน้องชายว่า “เอ็งมาแล้วหรอไอ้ลูกทรพี เดี๋ยววันนี้กูจัดมึงให้หนัก” พร้อมด้วยขว้างขวดเหล้าขาวถูกหัวน้องชายรอบๆท้ายทอย น้องชายก็เลยกระโดดถีบไป 2 ครั้ง

คนตายเมาหนักก็เลยเสียหลักล้มลง ก่อนถูกน้องชายจับแขนเหวี่ยงใส่กำแพงห้องส้วมข้างหลังบ้านจนถึงสลบ ต่อจากนั้นน้องชายได้ใช้ขวดเหล้าขาวตีหัวพี่ชายไปหลายหน ขวดแตกไปทั้งปวง 7 ขวด แล้วก็วิ่งเข้าไปในบ้านนำไม้หน้าสามในบ้านที่จัดแจงไว้ป้องกันภัย ตีหัวพี่ชายซ้ำจนถึงมันสมองไหลเสียชีวิต ต่อจากนั้นผู้ต้องหาได้ขี่จักรยานไปมอบตัวกับผู้ใหญ่บ้าน และก็รู้สึกเศร้าบางส่วนในสิ่งที่ตนทำต่อพี่ชาย กลับรู้สึกหมดกังวลที่ได้พิจารณาคดีโกรธแค้นที่สะสมมานาน ก่อนควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำสารภาพในจุดเกิดเหตุ ที่มีราษฎรรวมทั้งพี่น้องคนเสียชีวิตมายืนมอง รวมถึงลูกชายของคนตายที่พยายามจะเดินเข้าไปทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา แม้กระนั้นตำรวจได้วางแนวป้องกันรวมทั้งพูดจาขอความร่วมมือไว้ และไม่เห็นด้วยไหว้และไม่ยกโทษผู้ต้องหาที่เป็นอาของตน

นายบุญตอม ทองเพ็ญ ผู้ใหญ่บ้าน เผยออกมาว่า ญาติพี่น้องสองคนมีปัญหาทะเลาะกันอยู่เป็นประจำ กระทั่งชาวบ้านเอือมสุดจะทน ส่วนต้นเหตุเกิดเรื่องเก่าที่น้องชายเคยก่อเหตุเผาบ้านตนเองจนถึงทำให้แม่เสียชีวิตในกองไฟ โดยพี่ชายซึ่งเป็นคนเสียชีวิตโทษว่าเป็นความไม่ถูกของน้องชาย และก็เวลาเมาสุราชอบมาทำร้ายร่างกายน้องชายอยู่ประจำ เนื่องจากว่าน้องชายจะไปแจ้งตนเมื่อใดก็ตามถูกพี่ชายปองร้าย รวมทั้งด่ากล่าวหาเป็นลูกทรพี จนถึงครั้งนี้ซึ่งมีบุญประจำหมู่บ้าน คนเสียชีวิตคงจะกินเหล้ามากมายทำให้เสียทีน้องชาย ถูกทำร้ายร่างกายคืนจนเสียชีวิตในที่สุด

ศึกสายเลือด น้องฆ่าพี่

นายพรชัย ชุมเสน อายุ 39 ปี น้องชายคนตายแล้วก็เป็นพี่ชายผู้ต้องหา กล่าวมาว่า ตนรับมิได้ที่น้องชายคนเล็กที่ลงมือฆ่าพี่ชายแท้ๆของตัวเองอย่างใจร้าย และไม่ยอมให้อภัยถัดไปอีกแล้ว ต่อให้มีอาการเจ็บป่วยจิตเวชศาสตร์ก็ตาม ด้วยเหตุว่าเคยยกโทษมาแล้วบ่อย ถึงแม้ว่าจะตัวเองที่สร้างบ้านให้อยู่กับพี่ชาย หวังว่าลูกพี่ลูกน้องจะลืมเรื่องก่อนหน้านี้ จากสถานะการณ์ที่น้องชายก่อไฟเผาบ้านตนเองจนแม่ที่นอนป่วยไข้อยู่ในบ้านเสียชีวิต

ก่อนเกิดเหตุคืนวันที่ 8 มี.ค. เมียตนฝันว่าหลังคาบ้านพังถล่ม รวมทั้งตากระตุๆกราวกับจะบอกเหตุร้ายล่วงหน้า ตอนกลางวันตนก็เห็นอีกาบินวนในหมู่บ้านหลายตัว รวมทั้งมีความรู้สึกว่าจะมีคนภายในหมู่บ้านป่วยไข้เสียชีวิต โดยไม่คิดเลยว่าจะมาเกิดเหตุเสียใจกับญาติพี่น้องของตัวเอง เพราะว่าครั้งใดก็ตามมีอีกาบินวนรอบหมู่บ้าน ต้องมีผู้ตายทุกคราว พี่ชายคนกลาง กล่าวทิ้งท้ายในที่สุด.

 

แหล่งที่มา.. mitratranjaya.com